เผยสมเด็จพระพุทธชินวงศ์มรณภาพด้วยหัวใจวายเฉียบพลัน แพทย์เตือนกลั้นอาการไอ ร่างกายจะมีปฏิกิริยาโต้กลับ ส่งผลให้หัวใจเต้นผิดปกติ เกิดหัวใจวายเฉียบพลันได้ เสาร์ที่ 29 มิถุนายน 2562 เวลา 12.57 น.

วันนี้ (29 มิ.ย.) ที่โรงพยาบาลกรุงเทพ นพ.รัตนพันธุ์ อินเจริญศักดิ์ อายุรแพทย์โรคหัวใจ โรงพยาบาลหัวใจกรุงเทพ แพทย์เจ้าของไข้ แถลงข่าวการมรณภาพของ ศ.พิเศษ ดร.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดพิชยญาติการามวรวิหาร กรุงเทพฯ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง และรองอธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตบาฬีศึกษาพุทธโฆส จังหวัดนครปฐม ว่า ศ.พิเศษ ดร.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ได้เข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลกรุงเทพ ด้วยภาวะความดันโลหิตสูง หัวใจโต ให้การรักษาด้วยยา ซึ่งท่านทำงานตลอดเวลามีกิจนิมนต์มาก ต่อมามีภาวะโรคไตเสื่อม จึงได้ทำการรักษาโดยการฟอกเลือดล้างไต ด้วยเครื่องไตเทียม ตั้งแต่ปี 2555 ซึ่งท่านมีภาวะหัวใจทำงานหนักมาโดยตลอด และเมื่อปี 2560 พบว่ามีภาวะหลอดเลือดหัวใจตีบ จึงได้รับการรักษาโดยการทำบอลลูน สวนหัวใจ 1 เส้น และได้รับการฟอกไตตลอดมา ซึ่งช่วงหลัง ๆ ท่านมักจะมีอาการเหนื่อยหลังจากฟอกไต และมีความดันต่ำระหว่างฟอกไต

เมื่อวันศุกร์ที่ 28 มิ.ย. ที่ผ่านมา ศ.พิเศษ ดร.สมเด็จพระพุทธชินวงศ์เข้ารับการฟอกเลือดล้างไตตามปกติเป็นที่เรียบร้อยดี ท่านเตรียมตัวเปลี่ยนจีวรกำลังจะกลับ เกิดอาการไอ ซึ่งปกติท่านเป็นคนไอแรง แต่ครั้งนี้ท่านพยายามกลั้นไอ จึงเกิดสะอึก ทำให้เกิดการกลั้นหายใจด้วย ทำให้เกิดหัวใจเต้นผิดปกติ แล้วเกิดภาวะหัวใจวายเฉียบพลัน ซึ่งทีมแพทย์และพยาบาลเข้าให้การช่วยเหลือฟื้นคืนชีพปั้มหัวใจ (CPR) และให้ยากระตุ้นหัวใจ เป็นเวลา 1 ชั่วโมง 30 นาที แต่หัวใจไม่ตอบสนองและได้มรณภาพลงในเวลา 17.24 น. สิริอายุ 78 ปีนับเป็นการสูญเสียครั้งสำคัญครั้งยิ่งใหญ่ของวงการคณะสงฆ์ พุทธศาสนิกชน และลูกศิษย์ทุกคน

นพ.รัตนพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ขอเตือนไปยังประชาชนทั่วไป และผู้ป่วยโรคหัวใจว่า การกลั้นอาการไอนั้น ร่างกายเรามีปฏิกิริยาโต้กลับ ถ้าออกแรงกลั้นหายใจหรือไอไม่ออก จะไปกระตุ้นหัวใจให้เต้นช้าลงยืดออกไป แต่ในคนที่เป็นโรคหัวใจที่ไม่แข็งแรงอยู่แล้ว หัวใจจะเกิดอาการรุนแรงกว่าปกติ คือ หัวใจหยุดเต้นแล้วฟื้นยาก ดังนั้น ควรไอตามปกติอย่าไปฝืนธรรมชาติ เพราะจะทำให้เกิดปฏิกิริยาโต้กลับ

Source :- www.dailynews.co.th