การศึกษาเพื่อการรักษาพระศาสนา (๖) 
————————————
มองพระศาสนาให้ตรง ลงมือทำให้ถูก

พระพุทธศาสนาเป็นองค์กรชนิดหนึ่งที่ถูกตั้งขึ้นมาในสังคมโลก ถ้าใครคิดจะเอาพระพุทธศาสนาไปบริหารจัดการ จะต้องมองพระพุทธศาสนาให้ถูกต้องตรงตามที่เป็นจริง มิเช่นนั้นจะเกิดการบิดเบือนเบี่ยงเบนไปเป็นอย่างอื่น

เทียบง่ายๆ กับเรื่องอื่นๆ เช่น –

Thomas Alva Edison ประดิษฐ์คิดค้นเรื่องต่างๆ เช่นไฟฟ้า

ใครคิดจะเข้าไปบริหารจัดการผลงานของ Edison ก็ต้องมองให้ถูกว่าจะเข้าไปทำให้คนสามารถใช้สิ่งประดิษฐ์ เช่นไฟฟ้าเป็นต้นได้อย่างคุ้มค้าและแพร่หลาย

Henry Ford คิดเรื่องรถยนต์

ใครคิดจะเข้าไปบริหารจัดการผลงานของ Ford ก็ต้องมองให้ถูกว่าจะเข้าไปทำให้คนสามารถใช้รถยนต์เพื่อการเดินทางกันได้อย่างสะดวกสบาย

Karl Heinrich Marx คิดเรื่องลัทธิคอมมิวนิสม์

ใครคิดจะเข้าไปบริหารจัดการผลงานของ Marx ก็ต้องมองให้ถูกว่าจะเอาแนวคิดคอมมิวนิสม์ไปใช้ปกครองประชาชน

มาถึงพระพุทธศาสนา

พระพุทธเจ้าทรงตั้งพระพุทธศาสนาขึ้นมาทำไม ต้องมองตรงนี้ให้ถูกก่อน

พระพุทธเจ้าทรงตั้งพระพุทธศาสนาขึ้นมาก็เพื่อเสนอทางพ้นจากการเวียนเกิดเวียนตาย หรือที่เรียกกันว่าทางพ้นทุกข์ และเสนอวิธีที่จะดำเนินทางนั้นจนสามารถพ้นจากการเวียนเกิดเวียนตายได้จริง

พูดคำสมัยใหม่ก็ว่า-พระพุทธศาสนาเกิดขึ้นมาก็เพื่อตอบโจทย์ข้อนี้

เพราะฉะนั้น ใครที่คิดจะเอาพระพุทธศาสนามาบริหารจัดการ ก็ต้องทำเพื่อนำไปสู่เป้าหมาย ๒ อย่างนี้ คือ

๑ เสนอทางพ้นจากการเวียนเกิดเวียนตายตามที่พระพุทธเจ้าทรงสอน
๒ เสนอวิธีที่จะดำเนินตามทางนั้น

เช่น-เมื่อยังครองเรือน ควรดำเนินชีวิตอย่างไร
เมื่อสละบ้านเรือน ต้องปฏิบัติอย่างไร

ความมุ่งหมายนี้อาจมีองค์ประกอบย่อยๆ อีกมากมาย เช่น ต้องสร้างวัด ต้องสร้างโรงเรียน ต้องสร้างอุปกรณ์ สร้างคน คิดค้นเทคนิคการเรียนรู้ เทคนิคการปฏิบัติ จัดวางกฎระเบียบต่างๆ ฯลฯ

แต่ไม่ว่าจะมีองค์ประกอบแยกย่อยไปอีกสักกี่ส่วน ทุกส่วนจะต้องมุ่งไปที่การสนับสนุนส่งเสริมเป้าหมาย ๒ อย่างนั้นเท่านั้น ไม่ใช่เบี่ยงเบนไปเป็นอย่างอื่น หรือวนเวียนอยู่ในองค์ประกอบของตัวเอง

เบี่ยงเบนไปเป็นอย่างอื่น-ก็อย่างเช่น เอาพระพุทธศาสนาไปบริหารจัดการเพื่อความมั่งคั่งของผู้บริหารเอง อย่างที่เรียกกันว่า พุทธพาณิชย์

บริหารไปบริหารมา เจ้าของกิจการรวยไม่รู้เรื่อง

แต่คนที่เข้าไปมีศรัทธาสนับสนุน เขาดำเนินไปสู่ความพ้นทุกข์ได้จริงหรือเปล่า อย่าถาม เพราะไม่รู้เรื่องอีกเหมือนกัน

วนเวียนอยู่ในองค์ประกอบของตัวเอง-ก็อย่างเช่น

(๑) เก่งแต่เรื่องแปลภาษา จัดการเรียนการสอนการสอบได้ผลดีมาก แต่ไม่ก้าวไปถึงการปฏิบัติ หรือแม้แต่การค้นคว้าเผยแผ่

(๒) เก่งในทางนวกรรม ถนัดการก่อสร้างโบสถ์วิหารการเปรียญ เชี่ยวชาญศิลปกรรมสถาปัตยกรรมจิตรกรรม ชอบอนุรักษ์ส่งเสริมศึกษา มองรู้ ดูออก บอกถูก อธิบายได้เป็นช่องเป็นฉาก ตลอดชีวิตวนเวียนอยู่แต่เรื่องเหล่านี้ ไม่เอาเรื่องหลักธรรมหลักปฏิบัติ

(๓) เชี่ยวชาญอยู่แต่ในเรื่องพิธีการพิธีกรรม วนอยู่กับการทำพิธีโอ่อ่าอลังการ ชื่นชมอยู่กับจำนวนคนที่เข้าวัดเพื่อทำพิธี แต่ไม่แสดงทางพ้นทุกข์ และไม่ปฏิบัติดำเนินเพื่อความพ้นทุกข์

ฯลฯ

ภาษา สถานที่ พิธีการ ฯลฯ แต่ละอย่างย่อมมีความสำคัญในฐานะเป็นองค์ประกอบขององค์กรคือตัวพระพุทธศาสนา แต่องค์ประกอบเหล่านี้ต้องมีไว้เพื่อส่งผลต่อไปให้ถึงเป้าหมายของพระพุทธศาสนา ไม่ใช่มีไว้เพื่อความเป็นเลิศอยู่ในตัวเอง

เวลานี้เราเอาองค์ประกอบเหล่านี้มาขยายผลจนเกิดเป็นหน่วยงาน เป็นองค์กรย่อยต่อไปอีกมากหลาย และแข่งขันความเป็นเลิศในตัวเองโดยไม่ได้มุ่งที่จะสนับสนุนส่งเสริมเป้าหมาย

ซึ่งนั่นก็คือ-ยิ่งห่างไกลออกไปจากเป้าหมายที่ถูกต้องแท้จริงของพระพุทธศาสนา

จนมีทีท่าว่าองค์ประกอบที่มีไว้เพื่อนำไปสู่เป้าหมายกำลังจะยิ่งใหญ่กว่าตัวเป้าหมายเอง และในที่สุดก็จะบดบังเป้าหมายให้เลือนหายไป

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๑ พฤษภาคม ๒๕๖๒
๑๓:๐๒