การสร้างคำกิริยาจากนิบาต+ปัจจัย+วิภัตติอาขยาต
____________________________________

§ มีหลายท่านสงสัยและถามมาเกี่ยวกับกิริยาศัพท์ระหว่าง นมามิ และ นมสฺสามิ ซึ่งมีคำแปลว่า “ข้าพเจ้าขอนอบน้อม” เหมือนกัน เฉพาะ นมสฺสามิ สำเร็จมาจากธาตุอะไรกันแน่ เมื่อพิจารณาดูเห็นมีเค้าของ นมฺ ธาตุอยู่เช่นกัน แต่เปลี่ยนไปเป็น นมสฺส ได้อย่างไรนั้นยังเป็นข้อสงสัยอยู่ ที่จริงถ้าจะเดาสุ่มว่าสำเร็จมาจาก นมสฺส ธาตุก็คงไม่ผิดนัก แต่ที่จริงรูป นมสฺส นี้มีไวยากรณ์บาลีหลายคัมภีร์ที่แสดงวิธีทำตัวรูปคล้อยตามนัยไวยากรณ์สันสกฤต เช่น โมคคัลลานพยากรณ์ และนิรุตติทีปนี เป็นต้น โดยในโมคคัลลานพยากรณ์ (5.11) และนิรุตติทีปนี (7.711) ได้แสดงสููตร (grammartical rule) และวุตติ (commentary) การทำตัวรูป นมสฺส ไว้ว่า

นโมตฺว’สฺโส ฯ (นโมโต+อสฺโส)
นโมอิจฺจสฺมา กโรตีติ อสฺมึึ อตฺเถ อสฺโส โหติ ฯ (โมคฺ.5.11)
นโมสทฺทโต กโรตฺยตฺเถ อสฺโส โหติ ฯ (นิ.7.711)
“หลังจาก นโม ศัพท์ ลง อสฺส ปัจจัยในอรรถว่า กระทำ”
โดยยกตัวอย่างมาแสดงว่า นมสฺสติ นมสฺสนฺติ

§ ตามมตินี้ นมสฺส สร้างรูปจาก นโม (นิบาต)+อสฺส (ปัจจัย) = นมสฺส โดย อสฺส มีความหมายว่า กระทำ ดังนั้น รูปที่ทำเป็น นมสฺส เวลาเป็นกิริยาสำเร็จรูปต้องเพิ่มคำแปลว่า “กระทำความนอบน้อม (นมัสการ)” ด้วย ดังนี้

(ป.) นมสฺสติ นมสฺสนฺติ “(เขา, เขาทั้งหลาย) ย่อมทำความนอบน้อม”
(ม.) นมสฺสสิ นมสฺสถ “(ท่าน, ท่านทั้งหลาย) ย่อมทำความนอบน้อม”
(อุ.) นมสฺสามิ นมสฺสาม “(เรา, เราทั้งหลาย) ย่อมทำความนอบน้อม”

§ ส่วนรูปที่สำเร็จจาก นมฺ ธาตุ แปลจากอรรถธาตุโดยตรงว่า “นอบน้อม” ดังนี้

(ป.) นมติ นมนฺติ “(เขา, เขาทั้งหลาย) ย่อมนอบน้อม”
(ม.) นมสิ นมถ “(ท่าน, ท่านทั้งหลาย) ย่อมนอบน้อม”
(อุ.) นมามิ นมาม “(เรา, เราทั้งหลาย) ย่อมนอบน้อม”

§ไวยากรณ์โมคคัลลานะได้รับอิทธิพลมาจากไวยากรณ์สันสกฤตคือ จานทรไวยากรณ์ของท่านจันทรโคมิน จึงแสดงกฎเกณฑ์ทางไวยากรณ์คล้อยตามจานทรไวยากรณ์โดยมาก

§ เมื่อนำมตินี้ไปเทียบเคียงกับไวยากรณ์สันสกฤตพบกฎเกณฑ์เช่นเดียวกันนี้ในอัษฏาธยายี (ปาณินิไวยากรณ์) และจานทรไวยากรณ์ ดังนี้
नमोवरिवश्चित्रङः क्यच् । (पा.३.१.१९)
(पदानि) नमस्-वरिवस्-चित्रङः, क्यच् (करणे) ।
นโมวริวศฺจิตฺรงะ กฺยจฺ | (ปา.3.1.19)
(ปทานิ) นมสฺ-วริวสฺ-จิตฺรงะ, กฺยจฺ (กรเณ) |
“ลง กฺยจฺ ปรัตยยะหลังจาก นมสฺ วริวสฺ และ จิตฺร ศัพท์ในอรรถว่ากระทำ”
नमस्तपोवरिवसः क्यच् । (चान्.१.१.३७)
नम-आदिभ्यो द्वितीयान्तेभ्यः करोतीत्यस्मिन्नर्थे क्यच् परो भवति ।
นมสฺตโปวริวสะ กฺยจฺ | (จานฺ.1.1.37)
นม-อาทิภฺโย ทฺวิตียานฺเตภฺยะ กโรตีตฺยสฺมินฺนรฺเถ กฺยจฺ ปโร ภวติ |
“ลง กฺยจฺ ปรัตยยะหลังจาก นมสฺ ตปสฺ และ วริวสฺ ศัพท์ ในอรรถว่ากระทำ”
โดยยกตัวอย่างมาแสดงว่า
นมสฺยติ เทวานฺ “(เขา) ย่อมทำความนอบน้อมเทพทั้งหลาย”
วริวสฺยติ คุรูนฺ “(เขา) ย่อมทำการรับใช้ (หรือทำความเคารพ) ครูทั้งหลาย”
จิตฺรียเต “(เขา) ย่อมทำให้ประหลาดใจ”
ตปสฺยติ ศตรูนฺ “(เขา) ย่อมทำให้เจ็บปวด (ทรมาน) ซึ่งศัตรูทั้งหลาย”
§ ตามมตินี้ นมสฺย สร้างรูปจาก นมสฺ+ย (กฺยจฺ) = นมสฺย โดย กฺยจฺ มีความหมายว่า กระทำ เช่นเดียวกัน

** กฺยจฺ (kyac) ปรัตยยะ (ปัจจัย) ในที่นี้ตัวจริงคือ ย ส่วน กฺ (k),จฺ (c) เป็นอนุพันธ์ต้องลบทุกครั้งเหลือไว้แต่ ย (ya)

§ วิธีการของ นมสฺส ในบาลีกับ นมสฺย ในสันสกฤตแตกต่างกันเพียงเล็กน้อยกล่าวคือ

(pl.) นโม+อสฺส > นมฺ+อสฺส = นมสฺส (ลบสระ โอ หน้า)
(skt.) นมสฺ+กฺยจฺ > นมสฺ+ย = นมสฺย (ลบอนุพันธ์)

§ นอกจากนี้ในไวยากรณ์สันสกฤตยังแสดงตัวอย่างศัพท์ที่ลง กฺยจฺ ไว้มากกว่าบาลีคือ นมสฺ, วริวสฺ, จิตฺร และ ตปสฺ ส่วนในบาลีไม่พบตัวอย่างการใช้คำดังกล่าว จึงแสดงไว้เพียง นโม ศัพท์เดียว

§ อย่างไรก็ตามวิธีการดังกล่าวนี้มีขั้นตอนในการทำตัวหยุมหยิมเกินไป ดังนั้น คัมภีร์สัททนีติปกรณ์ ธาตุมาลา จึงตั้งเป็น นมสฺส ธาตุเสียทีเดียว ดังนี้
นมสฺส วนฺทนานติยํ ฯ
“นมสฺส ธาตุเป็นไปในความนอบน้อมคือการไหว้”
วนฺทนานติ นาม วนฺทนาสํขาตํ นมนํ ฯ
“การนอบน้อมกล่าวคือการไหว้ ชื่อว่า วนฺทนานติ (การนอบน้อมคือการไหว้)”
แต่มติดังกล่าวไม่พบในไวยากรณ์สันสกฤตทั้งหลายแต่อย่างใด