ขยะสังคม (๑๑)

———-

เรื่องนี้เคยโพสต์เป็นเรื่องยาวตอนเดียวจบมาแล้ว 
………………………..

เมื่อหลายวันก่อน (๑๑ สิงหาคม ๒๕๖๒) ผมอ่านโพสต์ของญาติมิตรท่านหนึ่ง ท่านได้รับกระทบเรื่องบางเรื่องตรงกับที่ผมเคยเขียนไว้-คือเรื่องนี้

ผมย้อนกลับไปอ่านดู ก็เลยเกิดความคิดเอามาโพสต์ให้อ่านกันอีกที แต่จะขอแบ่งเป็นตอนๆ สั้นๆ เพื่อสะดวกแก่การอ่าน

——————————————————–

ที่ว่ามาทั้งหมดนั้นเป็นเรื่องของสังคมสงฆ์

แต่ถ้าลองคิดคำนึงถึงสังคมโลก ก็จะเห็นว่ามีลักษณาการไม่ต่างกัน

ทุกวันนี้ สังคมโลกผลิตสมาชิกของสังคมออกมาอยู่ตลอดเวลา แต่ระบบการอบรมสั่งสอนกล่อมเกลานิสัยใจคอให้แก่สมาชิกเพื่อให้มีคุณสมบัติตามที่พึงปรารถนานั้น กล่าวได้ว่าไม่มี หรือหากจะมีบ้างก็แทบจะไม่เกิดผลอันใด

ใครประพฤติผิดประพฤติชั่ว ก็ไม่มีใครอยากจะเข้าไปแตะต้อง

แม้ไม่ถึงขั้นประพฤติผิดประพฤติชั่ว เป็นแต่เพียงเห็นใครทำไม่ถูกตามที่ควรจะเป็น ถ้าได้ปรับปรุงแก้ไขเสียหน่อยก็จะดีขึ้น งามขึ้น

แต่ก็ไม่มีใครกล้าบอก

ข้ออ้างที่นิยมยกขึ้นมาพูดใส่หน้ากันก็คือ –

“ไม่ใช่เรื่องของชาวบ้าน ไม่ต้องมาเสือก”

เห็นใครทำอะไรไม่ถูกต้อง ก็ไม่ต้องตักเตือนทักท้วงกันเช่นนี้ ได้กลายเป็น “ค่านิยม” ไปโดยปริยาย

และเมื่อนานเข้า หนักเข้า ก็ส่งผลให้เกิดเป็นบุคลิกของผู้คนในสังคมที่มักจะคิดว่าตัวเองทำอะไรไม่ผิด

แล้วพัฒนาต่อไป-กลายเป็นยึดเอาตัวเองเป็นที่ตั้ง ไม่ชอบฟังความคิดเห็นของคนอื่น

ถ้าอาการถึงขั้นรุนแรงที่สุดก็คือ-ไม่ยอมให้ใครแตะ

เกิดเป็นค่านิยม-อะไรๆ ของข้า ใครอย่าแตะ-ดังที่เราได้เห็นกันอยู่ทั่วไปทุกหนทุกแห่ง ทุกวงการ

เคยเฉลียวใจกันบ้างไหมว่า เรากำลังส่งเสริมให้สังคมเต็มไปด้วย “คนขยะ” โดยไม่รู้ตัว

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๒
๑๑:๑๙