“กราบสักการะพระสถูปที่เก่าแก่ที่สุดในโลก”

#มหาสถูปสาญจี เมืองมรดกโลก เป็นพระมหาเจดีย์องค์แรกในพระพุทธศาสนา สร้างในสมัยพระเจ้าอโศกมหาราช เมื่อปี พุทธศักราช 300 ขณะทรงเป็นจักรพรรดิแห่งจักรวรรดิโมริยะที่ปกครองแคว้นมคธ หลังจากพระองค์เปลี่ยนมานับถือศาสนาพุทธ ทรงกลายเป็นเอกอัครพุทธศาสนูปถัมป์ ผู้อุปถัมป์บำรุงพุทธศาสนาโดยสร้างกลุ่มพุทธสถานแห่งสาญจี มีพระราชประสงค์เพื่อเป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า เพื่อบรรจุพระธาตุของพระอัครสาวก พระสารีบุตร และพระมหาโมคคัลลานะ รวมถึงพระอรหันต์ที่มีความสำคัญในการเผยแผ่พุทะศาสนาทั้ง 9 สาย มหาสถูปสาญจีเป็นอนุสรณ์แก่พระโอรสและพระธิดาที่ต่อมาบวชเป็กภิกษุ และภิกษุณีในพุทธศาสนา รวมถึงเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งความรักต่อพระมเหสีองค์แรก

เมื่อเจาะไปที่โครงสร้างขององค์มหาสถูปสาญจี จากล่างไปยังส่วนบนสุดแบ่งเป็น 5 ส่วน

#ส่วนแรก รั้วที่ล้อมรอบสถูป เรียกว่า “เวทิกา”สร้างเลียนแบบเครื่องไม้

#ส่วนที่ 2 ซุ้มประตูทางเข้าสถูป เรียกว่า “โตรณะ”เป็นต้นแบบของเสาชิงช้า บนซุ้มประตูทั้ง 4 ด้าน จะมีการแกะสลักหินเป็นชุดภาพพุทธประวัติ ตั้งแต่ทรงประสูติ ตรัสรู้ แสดงปฐมเทศนา การแสดงยมกปาฏิหารย์ และปรินิพพาน

#ส่วนที่ 3 ตัวองค์ระฆัง หรือเรือนธาตุ เป็นองค์สถูปเหมือนเนินดิน

#ส่วนที่ 4 บัลลังก์รองรับฉัตร เรียกว่า “หรรมิกา”

#ส่วนสุดท้าย คือ ส่วนยอดบนสุด เรียกว่า ฉัตรวลี เป็นร่ม 3 ชั้น แสดงวรรณะกษัตริย์ ลักษณะการสร้างสถูปเป็นการอธิบายหลักธรรมคำสอนในทางพุทธศาสนา ไม่ว่าจะเป็นทรงสถูป บัลลังก์ ยอดฉัตร แต่ที่น่าสังเกตุคือบรรดาศิลปะที่ปรากฎไม่มีการแสดงรูปของพระพุทธเจ้าโดยตรง แต่แสดงออกโดยใช้สัญลักษณ์แทน

สัญลักษณ์ที่มีความสำคัญมากอีกอย่างหนึ่งประจำมหาสถูปสาญจี คือ เสาพระเจ้าอโศกมหาราช ที่ตั้งเรียงรายอยู่ในบริเวณพุทธสถานสาญจี เสาพระเจ้าอโศกถูกค้นพบในปี ค.ศ.1818 ในสภาพทรุดโทรมอย่างหนัก มีการบูรณะจนเสร็จเมื่อปี คศ.1919 หัวเสาที่เป็นรูปสิงโตหันหลังชนกัน กลายมาเป็นสัญลักษณ์ของประเทศอินเดีย ภายหลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ

อีกจุดหนึ่งของกลุ่มพุทธสถานสาญจีที่ต้องไปเยือน คือ สัตระสถูป โบราณสถานที่ตั้งอยู่ระหว่างหุบเขาริมฝั่งแม่น้ำฮารารี ประกอบด้วย โบสถ์ สกูปที่สร้างในพุทธศตวรรษที่ 3-12 ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปที่ใหญ่ที่สุด สูง 13 เมตร บริเวณนี้ยังเป็นบริเวณที่มีความ “สัปปายะ”มาก มีหลักฐานที่เชื่อกันว่าเป็นโรงเรียนสอนศาสนาที่เก่าแก่กว่า มหาวิทยาลัยนาลันทาด้วย

กลุ่มพุทธสถานสาญจี เป็นกลุ่มโบราณสถานที่อยู่ห่างไกล ระยะทางและการเดินทางค่อนข้างยากลำบากกว่าการเดินทางไปสักการะ 4 สังเวชนียสถาน คือ ลุมพินี พุทธคยา สารนาถ และกุสินารา แต่ด้วยประวัติศาสตร์ความเป็นมาและร่องรอยอารยธรรมของต้นกำเนิดแห่งแดนพุทธภูมิ ก็ทำให้มหาสถูปสาญจีและกลุ่มพุทธสถาน เป็นสถานที่ที่พุทธศาสนิกชนผู้มีจิตเลื่อมใสศรัทธา ควรเดินทางมาสักการะสักครั้งหนึ่งในชีวิต

อัลบัมภาพมหาสถูปที่ใหญ่ที่สุดในโลก