#เดิน ยืน นั่ง นอน อยู่อินเดียมา 25 วัน (ตั้งแต่ 28 ธค 61)
#อนุโมทนาบุญด้วยกัน
#ตื่นนอนตี 3 ทุกวัน
#ออกเดินยาตราจาริกตี 4 ทุกวัน
#ตามรอยบาทพระบรมศาสดา
#บูชาองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า
#บูชาคุณครูบิดรมารดาผู้มีอุปการะคุณ
#น้อมศึกษาธรรมคุณความจริง
#แชร์บุญแชร์กุศลด้วยกัน

# พระบรมศาสดาสัมมาสัมพุทธเจ้าจึง ตรัสสอนว่า “สูเจ้า จงดูโลกนี้ อันตรรการตา เป็นด้วยสิ่งวิจิตร ขอท่านพึงน้อมเข้ามาสู่ตน

#สิ่งทั้งหลายล้วนไม่เที่ยง

#คณะพระธุดงค์จำนวน 120 รูป ในโครงการเดินธุดงค์ตามรอยบาทพระศาสดาพุทธภูมิอินเดีย เนปาล เป็นรุ่นที่ 6/2561-2562 เป็นปีที่ 6

#หลังจากที่ พระเดชพระคุณหลวงพ่อพระธรรมโพธิวงค์ (วีรยุทธ์ วีรยุทโธ) ได้มอบโอวาท วาทะ เป็นดั่งปากกาเขียนลากเป็นเส้นทางให้ในวันกล่าวต้อนรับ บ่มเพาะชี้ทาง
ดั่งโอวาทวาทะว่า “เราท่านนั้นเป็นพระธุดงค์ ถือแบบอย่างพระมหากัสสปะเถระ ที่เป็นผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งหลายว่า เป็นผู้ถือธุดงควัตร ท่านเป็นนักเลง นักรบ รบกับตัวเอง ใครจะว่าอย่างไร ท่านก็อาจหาญองอาจ และไม่ได้แจ้งบอกใคร ไปไหน ก็ไม่กล่าวอ้างคุณธรรมนั้นๆๆ แก่ใคร ท่านผู้มาเดินตามรอยบาทพระศาสดา ท่านต้องถือท่านเป็นครู เป็นอาจารย์ จงอดทนและน้อบน้อมจงอาจหาญเป็นนักเลงนักรบ รบกับกิเลส ตีหัวกิเลสให้แตก ใครสรรเสริญ ใครนินทา ใครกล่าวว่า ท่านจงควบคุมใจเอง รู้ว่าท่านทำอะไร แล้วท่านจะเข้าถึงหนทางแห่งอริยะ”

#คณะพระธุดงค์ จำนวน 120 รูป ออกเดินวันที่ 1 มกราคม 2562 เดินผ่านพุทธวิหาร สถานที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ กราบไหว้สวดมนต์ อันเชิญบทอิติปิโส น้อมเข้ามาสู่ใจตน เดินข้ามแม่น้ำเนรัญชรา ซึ่งเป็นพื้นทราย มีน้องโส วิ่งปกป้องรักษาคุ้มครองมิห่างหาย เดินผ่านที่รอยถาด อันเป็นที่ที่พระองค์ชัดในจิตใจว่าตนนั้นจะบรรลุรู้แจ้งเป็นแน่แท้ เดินต่อมายังบ้านแม่สุชาดา ผู้ถวายข้าวมธุปรายาธ ขอข้าวขอภัตตาหารท่านแม่ ผู้ถวายข้าวมธุปรายาธยังให้ พระมหาบุรุษมีกำลัง วังชา ปั้นเป็นก้อนได้ถึง 49 ก้อน แล้วรับประทานข้าวทั้งหมด 49 ก้อนนั้น แล้วลอยถาดไป คณะเดินต่อไปสถานที่ อุรุเวลาเสนานิคม สถานที่บูชาไฟ ของท่านอุรุเวลากัสสปะ นอนพักแรมแล้ว เดินไปสถานที่นิพพานของพระมหากัสสปะเถระ แล้วเดินยาตราจาริกไปในเส้นทางพาราณสี ผ่านสะสาราม อาราม 1,000 ห้อง นอนค้างแรมที่ป่าไร้ฝ้าย สถานที่ที่พระพุทธเจ้าทรงตรัสเทศนากับกุลบุตร สหาย 30 คน จนบรรลุธรรมแล้วออกบวช แล้วคณะเดินตามถนนใหญ่ ในเส้นทาง NH 79 ผ่านรามนคร ข้ามสะพานคงคา เดินเรียบคงคานที ผ่านสุสานสถานที่เผาศพ ที่ว่ากันว่า ไฟไม่เคยดับมาจาก 3,000 ปี เดินผ่านเมืองพาราณสี เรียบทางรถไฟ ใจกลางความว้าวุ้นวาย ของเมือง จนมาถึงสถานที่อันเป็นที่แสดงปฐมเทสนา ธัมมจักรกัปปวัตนะสูตร
แล้วเดินย้อนกลับจากสารนารท พาราณสี ข้ามคงคา ย้อนเดินผ่านรามนคร ผ่านสะสาราม ไร้ฝ้าย เดินตัดเข้าเส้นใน ผ่านป่าไม้ ชายทุ่งข้าวสารีเกินใหม่ ผ่านบ้านเรือนเก่าแก่ เดินผ่านมาถึง คยาสีสะ สถานที่ที่พระพุทธองค์ทรงแสดง บทอาทิตตปริยายสูตร จนพวกชฏิล 1,003 ท่าน บรรลุอาสวะสิ้นตัณหานำพาตนพ้นทุกข์ คณะต่อไปยัง ดงคสิริ สถานที่ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา เดินยาตราจาริกมายัง หมู่ถ้ำบาราบาร์ เมื่อลงปาฏิโมกข์ที่ถ้ำบาราบาร์จึงได้เดินมายังราชคฤห์

# ตอนนี้ ถึงสวนตาลหนุ่ม
เมื่อพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ทรงอบรมปุราณชฎิล จนได้อุปสมบทและได้ฟังธรรมสำเร็จเป็นพระอรหันต์แล้ว ประทับอยู่ที่ตำบลคยาสีสะนั้นตามพระพุทธอัธยาศัยแล้ว ก็ได้ทรงนำภิกษุทั้งหมดนั้นเสด็จไปสู่กรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมคธรัฐ
มคธรัฐ ปรากฏตามหลักฐานต่าง ๆ ว่า ในเวลานั้นเป็นอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรืองมีอำนาจมาก เมืองหลวงเรียกกันโดยมากว่า ราชคหะ แต่ในภาษาไทยเรียกว่า ราชคฤห์ ในสมัยที่พระพุทธเจ้าได้ทรงอุบัติขึ้นนั้น พระเจ้าแผ่นดินทรงพระนามว่า พิมพิสาร ในบาลีให้คำเรียกว่า ราชา มาคโธ เป็นคำยกย่อง เท่ากับเป็นมหาราชแห่งแคว้นมคธ และได้คำนำพระนามว่า เสนิโย คือมีคำต่อไปว่า เสนิโย พิมฺพิสาโร เป็นคำไทยว่า พระเจ้าพิมพิสารผู้เป็นจอมทัพ
ปรากฏเรื่องว่า กรุงราชคฤห์ ซึ่งเป็นนครหลวงนั้น ตั้งอยู่ในระหว่างภูเขา ๕ ลูก คือ เขาคิชฌกูฏ เขาเวภาระ เขาเวปุลละ เขาอิสิคิลิ และ เขากาลกูฏ ล้อมรอบคล้ายเป็นคอก เพราะฉะนั้น จึงมีคำเรียกอีกคำหนึ่งว่า คิริพพชะ แปลว่า คอกเขา เมืองหลวงเดิมว่าตั้งอยู่บนเนินเขา แต่ว่าถูกไฟไหม้บ่อย ๆ พระเจ้าพิมพิสารจึงย้ายลงมาตั้งที่เชิงเขาข้างล่างซึ่งเป็นที่ราบ แต่ก็ยังอยู่ในระหว่างภูเขาทั้ง ๕ นั้น ต่อมาปลายสมัยพุทธกาล พระเจ้าอชาติศัตรูจึงได้ไปสร้างเมืองใหม่อีกเมืองหนึ่ง ภายนอกจากวงล้อมของเขาทั้ง ๕ ลูกนั้นทางทิศเหนือ กรุงราชคฤห์เจริญมีคนมาก คณาจารย์เจ้าลัทธิไปอาศัยอยู่มาก และก็ปรากฏว่าพระเจ้าแผ่นดินก็ได้ทรงอุปถัมภ์ลัทธิต่าง ๆ ตามควร หรือไม่อุปถัมภ์ก็ไม่ทรงเบียดเบียน ปล่อยให้มีความสะดวกในการที่จะแสดงลัทธิของตน ๆ ในสมัยนั้น พระเจ้าพิมพิสาร ทรงได้แคว้นกาสิกคามเป็นของขวัญจากแคว้นโกศล ในคราวทรงอภิเษกกับพระราชกนิษฐภคินีของพระเจ้าปเสนทิแห่งแคว้นโกศล ดั่งที่ได้เล่าแล้ว.
พระพุทธเจ้าได้เสด็จมุ่งไปสู่กรุงราชคฤห์ก่อน อย่างหนึ่งว่า เพื่อทรงเปลื้องปฏิญญา ในขณะที่เสด็จไปลองทรงศึกษาบ้าง ทรงปฏิบัติด้วยพระองค์เองบ้าง เพื่อประสบโมกขธรรม คือธรรมเป็นเครื่องพ้นทุกข์นั้น ก่อนที่จะเสด็จไปถึงตำบลอุรุเวลาเสนานิคม ซึ่งเป็นสถานที่ทรงทำความเพียรจนตรัสรู้ ก็ได้ทรงผ่านกรุงราชคฤห์ และประทับอยู่ที่เขา ปัณฑวะ พระเจ้าพิมพิสารได้ทรงทราบ ก็ได้เสด็จไปเพื่อทรงพบ และตามเรื่องเล่าว่า พระเจ้าพิมพิสารได้ตรัสถามถึงเหตุที่ทรงออกผนวช เมื่อได้ทรงตอบแล้ว พระเจ้าพิมพิสารก็ได้รับสั่งชวนให้ทรงลาผนวช จะทรงแบ่งราชสมบัติให้ครอบครองครึ่งหนึ่ง พระพุทธเจ้าก็ไม่ทรงรับ เมื่อเป็นเช่นนี้ พระเจ้าพิมพิสารจึงทรงขอให้เสด็จกลับมาแสดงธรรมในเมื่อได้ทรงประสบพบธรรมนั้นแล้ว ฉะนั้น เมื่อได้ตรัสรู้พระสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว จึงได้เสด็จมายังกรุงราชคฤห์ก่อนประเทศหรือนครอื่น.
อีกอย่างหนึ่ง ทรงมุ่งจะมาประดิษฐานพระพุทธศาสนาในที่ที่มีความเจริญก่อน เพราะวิธีประกาศพระพุทธศาสนาของพระพุทธเจ้านั้น จะเห็นได้ว่า ได้ทรงประกาศแก่นักบวช ซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบมา มุ่งดีมา และเป็นผู้คงแก่เรียนมาแล้ว ในฝ่ายคฤหัสถ์ก็ทรงมุ่งประกาศแก่บุคคลที่เป็นหัวหน้าคน เช่น พระเจ้าแผ่นดิน มหาอำมาตย์ และแก่พราหมณ์คฤหัสถ์ ซึ่งเป็นผู้คงแก่เรียนต่าง ๆ เมื่อบุคคลเหล่านี้ได้ดวงตาเห็นธรรม รับนับถือพระพุทธศาสนาแล้ว คนอื่น ๆ ก็นับถือตามไปด้วยเป็นอันมาก หรือไม่เช่นนั้นก็เกิดความสนใจ ตั้งใจที่จะสำเหนียกศึกษาปฏิบัติ ด้วยเหตุนี้ พระพุทธศาสนาจึงได้แพร่ออกไปอย่างรวดเร็ว และพระพุทธเจ้าเองก็ทรงปลอดภัยจากบรรดาผู้มีอำนาจในบ้านเมืองเป็นต้น เพราะว่าได้ทรงให้บรรดาผู้มีอำนาจเหล่านั้นยอมรับนับถือ ทั้งได้ทรงปฏิบัติพระองค์เองไม่ทรงข้องแวะกับการบ้านการเมืองทุก ๆ อย่าง ทรงมุ่งประกาศพระพุทธศาสนาไปโดยส่วนเดียว ดั่งจะพึงเห็นได้จากพระพุทธประวัติที่จะกล่าวในอันดับต่อไป.
เมื่อเสด็จเข้าสู่กรุงราชคฤห์นั้น ไม่ได้เสด็จเข้าไปทีเดียว ได้ประทับพักที่ ลัฏฐิวัน อันแปลว่า สวนตาลหนุ่ม น่าจะเป็นสถานที่สำหรับปลูกเพาะต้นตาล พระเจ้าพิมพิสาร ได้ทรงทราบกิตติศัพท์ คือเสียงที่พูดเล่าลือกันว่า พระสมณโคดม ผู้ศักยบุตร ออกผนวชจากศักยตระกูล ได้เสด็จมายังกรุงราชคฤห์ เวลานี้ได้พักอยู่ที่ลัฏฐิวันสวนตาลหนุ่ม กิตติศัพท์คือเสียงที่พูดกันระบือถึงพระผู้มีพระภาคเจ้านั้น ได้ฟุ้งขจรไปว่า พระองค์เป็นพระอรหันต์สัมมาสัมพุทธเจ้า ได้ทรงแสดงธรรมไพเราะในเบื้องต้น ท่ามกลาง ที่สุด ประกาศพรหมจรรย์ศาสนา พร้อมทั้งอรรถทั้งพยัญชนะบริบูรณ์บริสุทธิ์ทั้งหมด ฉะนั้น การที่จะได้พบได้เห็นพระอรหันต์เห็นปานนั้นเป็นกิจที่ดีที่ชอบ พระเจ้าพิมพิสารพร้อมทั้งบริวาร ๑๒ นหุต เป็นพวกพราหมณ์คฤหบดีชาวกรุงมคธ ก็ได้ไปเฝ้าพระพุทธเจ้าถึงที่ประทับนั้น องค์พระมหากษัตริย์เอง ได้ทรงอภิวาทพระพุทธเจ้าแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ส่วนข้างหนึ่ง
ฝ่ายพวกพราหมณ์คฤหบดี ชาวมคธ ๑๒ นหุต นั้น ได้แสดงกิริยาต่าง ๆ กัน บางพวกก็ถวายอภิวาท บางพวกก็กล่าววาจาปราศรัยชื่นชมยินดี บางพวกก็เพียงพนมมือไปทางพระพุทธเจ้า บางพวกก็ร้องประกาศชื่อโคตรของตน บางพวกก็เพียงเฉย ๆ อยู่ ทั้งหมดก็นั่งอยู่ตามที่อันควรแก่ตน ท่านแสดงว่า บริษัทเหล่านั้น โดยมากสงสัยว่า พระพุทธเจ้าได้ทรงประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของท่านอุรุเวลกัสสะ หรือว่า ท่านอุรุเวลกัสสปะนั้นประพฤติพรหมจรรย์ในสำนักของพระพุทธเจ้า.
พระพุทธเจ้าได้ทรงทอดพระเนตรเห็นอาการของบริษัท ที่ยังความเคลือบแคลงอยู่ดั่งกล่าว ก็ได้ตรัสถามท่านอุรุเวลกัสสปะขึ้น โดยความว่า “ท่านได้เห็นอะไรจึงได้ละทิ้งลัทธิบูชายัญเดิมของตนเสีย”
ท่านอุรุเวลกัสสปะก็กราบทูลว่า “ลัทธิบูชายัญนั้น สรรเสริญกาม คือสิ่งที่น่าปรารถนาพอใจ เช่น รูป เสียง กลิ่น รส และสรรเสริญ สตรี ท่านได้รู้ว่านั่นเป็นมลทิน จึงไม่ยินดี”
พระพุทธเจ้าได้ตรัสถามว่า “เมื่อเป็นเช่นนั้น ท่านยินดีอะไร ?”
ท่านอุรุเวลกัสสปะก็กราบทูลว่า ข้าพระบาทเห็นธรรมที่สงบไม่มีกิเลส ที่เป็นเครื่องข้องเกี่ยว เป็นธรรมะที่ไม่แปรปรวนเป็นอย่างอื่น เป็นธรรมะที่ไม่มีผู้อื่นจะพึงแนะนำได้ นอกจากจะพึงรู้ด้วยตนเอง ท่านได้ประสบพบเห็นธรรมะนั้นแล้ว จึงไม่ยินดีในลัทธิวิธีบูชายัญ”
ครั้นกราบทูลแล้ว ท่านก็ได้ซบศีรษะลงที่พระบาทของพระพุทธเจ้า แล้วก็กราบทูลขึ้นว่า พระองค์เป็นศาสดาของตน ตนเป็นสาวก.
พระพุทธเจ้าทรงตรัสให้อุรุเวลกัสปมหาเถระแสดงฤทธิ์ โดยการเหาะ ๗ ครั้ง เพื่อยืนยันว่า ได้บรรลุเป็นพระอรหันต์และเป็นพุทธสาวก พระเจ้าพิมพิสารมีความเลื่อมใสศรัทธาและเชื่อว่าพระพุทธเจ้าทรงบรรลุพระปรมาภิเษกสัมมาสัมโพธิญาณ ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแล้ว
บริษัททั้งหมดนั้น ครั้นได้ฟังได้เห็นจึงเกิดเลื่อมใส สิ้นความเคลือบแคลงสงสัย พระพุทธเจ้าจึงได้ทรงแสดง อนุปุพพิกถา และ อริยสัจ ๔ ซึ่งท่านแสดงวา บริษัททั้งหมดเมื่อได้ฟังแล้วยังผลให้พระเจ้าพิมพิสาร และบริษัท ๑๑ ส่วน หรือประมาณ ๑๑๐,๐๐๐ ได้เกิดดวงตาเห็นธรรม และอีกส่วนหนึ่งได้ตั้งอยู่ในสรณคมน์.
ครั้นแล้ว พระเจ้าพิมพิสารก็ได้กราบทูลแสดงว่า ความปรารถนาของพระองค์ได้ตั้งไว้ ๕ ข้อ ได้สำเร็จบริบูรณ์ในบัดนี้แล้ว คือ
* ข้อที่ ๑ ได้ทรงตั้งความปรารถนาไว้ว่า ขอให้ได้ทรงอภิเษกเป็นพระราชาแห่งมคธรัฐ
* ข้อที่ ๒ ขอให้พระอรหันต์ได้มาสู่แว่นแคว้นของพระองค์
* ข้อที่ ๓ ขอให้พระองค์ได้เข้าไปนั่งใกล้พระอรหันต์
* ข้อที่ ๔ ขอให้พระอรหันต์ได้แสดงธรรมแก่พระองค์ และ
* ข้อที่ ๕ ขอให้พระองค์ได้รู้ธรรมะของพระอรหันต์ทั่วถึง
ได้ทรงสรรเสริญธรรมะของพระพุทธเจ้า และได้ทูลอาราธนาพระพุทธเจ้ากับพระสงฆ์สาวกให้เสด็จเข้าไปรับภัตตาหารในพระราชนิเวศน์ในวันรุ่งขึ้น พระพุทธเจ้าก็ได้ทรงรับด้วยอาการดุษณีภาพ คือ อาการนั่งนิ่ง ซึ่งเป็นวิธีรับของพระพุทธเจ้าและของพระสาวก นิ่ง หมายความว่า รับ อย่างมานิมนต์พระ นิมนต์แล้ว ถ้าพระนิ่ง หมายความว่ารับ บางทีถ้าไม่ทราบธรรมเนียมนี้ ก็มักจะต้องถามต่อไปอีก ให้ตอบอย่างใดอย่างหนึ่ง.
https://www.phuttha.com/…/ทรงเสด็จแคว้นมคธโปรดพระเจ้าพิมพิส…
#################
#คณะสงฆ์ผู้ถือธุดงค์ เดินยาตราจาริกเป็นชีวิตที่ทำได้ยาก ณ แดนดินถิ่นพ่อ พึงหวังไว้ส่วนเดียว คือ เข้าถึงซึ่งพระธรรมคำสอนนั้น
“ภิกษุทั้งหลายเธอจงเที่ยวจาริก ประพฤติธรรม ศึกษา อบรมธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมวลมหาชนโดยมาก”
“พระตถาคตเจ้าทรงตรัสสอนภิกษุทั้งหลาย”
………………
ขออนุโมทนาสาธุ ของบุญกุศลครั้งนี้
ขออนุโมทนาในกุศลจิต ขอพลังใจและบารมีที่คณะสงฆ์ผู้ถือธุดงค์ ได้บำเพ็ญเพียรพยายามแล้ว
จงเป็นเดช เดชะ เป็นพลวปัจจัย ช่วยหนุนนำส่งเสริมให้ชีวิตครอบธุรกิจงานการอันได้กระทำแล้ว
จงสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ
…………………….
ขอให้พระสัจธรรมคำสั่งสอน จงสถิตสถาพร ครบถ้วน 5,000 ปี
จงสำเร็จ จงสำเร็จ จงสำเร็จ
สะทา โสตถี ภะวันตุ เต.
……………………..

#หากประสงค์ร่วมบุญ
#บัญชี“กองทุนครูพระธุดงค์พุทธภูมิ”
โอนผ่านบัญชี
ธนาคาร “กสิกรไทย”
สาขา เจริญกรุง
เลขที่ ‭018-3-80199-6‬

#หากโอนแล้ว
ประสงค์ รับใบอนุโมทนา
ทำบุญ 1,000 บาท รับหนังสือโส

โทร หรือ ติดต่อทางไลน์
ทางทีมงานจะจัดส่งตามที่อยู่ให้

#โทร.
๑. พระศรีโพธิวิเทศ (สุพจน์ ปธ.๙) โทร +๙๗๗-๙๘๕-๑๐๖-๙๒๙๗ (เนปาล)
๒. พระครูปริยัติโพธิวิเทศ (คมสรณ์) โทร +๙๑-๙๙๓-๕๐๓-๐๖๙๖ (อินเดีย)
๓. พระครูนาถเจติยาภิรักษ์ (สมพงศ์) โทร +๙๑-๙๐๐-๕๐๐-๗๐๖๓ (อินเดีย)
๔. พระครูศรีพิพัฒนวีรากรณ์ (ปราโมทย์) โทร ๐๙๖-๙๕๖-๙๒๓๕ (ไทย)

#ติดต่อทาง Line ID:
Kusinara980
Kusinara950
Phutawan980

#อนุโมทนาสาธุการนะครับ


ดูอัลบัมภาพ ประจำวันที่ ๒๑ มกราคม ๒๕๖๑

– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๒๐) https://goo.gl/fqdz6H

 ดูอัลบัมภาพทั้งหมด

– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑) https://goo.gl/z8MFG6
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๒) https://goo.gl/LByT37
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๓) https://goo.gl/CHcQi9
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๔) https://goo.gl/UEseYL
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๕) https://goo.gl/Pnu9vv
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๖) https://goo.gl/wB9ke5
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๗) https://goo.gl/i32GV7
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๘) https://goo.gl/St94WF
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๙) https://goo.gl/3yWGPx
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๐) https://goo.gl/MKXfGk
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๑) https://goo.gl/tKGir2
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๒) https://goo.gl/heoHqW
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๓) https://goo.gl/j1fTts
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๔) https://goo.gl/x1VArj
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๕) https://goo.gl/Qa9LLa
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๖) https://goo.gl/yKfHxJ
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๗) https://goo.gl/f4aiis
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๘) https://goo.gl/7QTqRi
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๑๙) https://goo.gl/9avQGk