ป.ป.ช. – เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 9 พ.ย. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายนิวัติไชย เกษมมงคล รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) พร้อมด้วยนายภูเทพ ทวีโชติธนากุล ผู้อำนวยการสำนักกฏหมายป.ป.ช. และคณะ เข้าพบกับนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เพื่อหารือถึงกรณีปัญหาข้อท้วงติงจากหลายฝ่าย ที่มีต่อประกาศคณะกรรมการป.ป.ช. เรื่องกำหนดตำแหน่งของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิ้น ตามมาตรา 102 พ.ศ.2561 ซึ่งประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา

นายนิวัติไชย ให้สัมภาษณ์ก่อนเข้าพบนายวิษณุถึงกรณีที่ นายกฯ และกรรมการสภามหาวิทยาลัยต่างๆ เตรียมยื่นใบลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากไม่พอใจประกาศป.ป.ช. ที่ให้กรรมการสภามหาวิทยาลัยยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อป.ป.ช. รวมทั้งมีข้อกังวลประกาศดังกล่าวที่ส่งผลถึง นายกสภามหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย หรือ มมร. ที่สมเด็จพระสังฆราชทรงดำรงตำแหน่งด้วย ว่า กรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการพิจารณา ยังไม่เป็นที่ยุติ

ซึ่งในที่ประชุมกรรมการ ป.ป.ช.แสดงความเป็นห่วง ประกอบการนายวิษณุเชิญมาหารือในเรื่องดังกล่าวด้วย สำหรับการแก้ปัญหาขณะนี้ กำลังรอรับฟังความคิดเห็นจากฝ่ายต่างๆ แล้วจะรวบรวมเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาต่อไป ซึ่งขณะนี้ยังพอมีเวลาพิจารณา ก่อนที่ประกาศดังกล่าวจะมีผลบังคับใช้ 2 ธ.ค. 2561 นี้

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายสมชัย ศรีสุทธิยากร รักษาการแทนคณบดี สำนักวิชารัฐศาสตร์และนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ เสนอให้ใช้ มาตรา 44 เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว โดยให้ยกเว้นบางตำแหน่งไม่ต้องยื่นแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สิน รองเลขาธิการคณะกรรมการป.ป.ช. กล่าวว่า นั้นก็เป็นข้อพิจารณาหนึ่ง ซึ่งก็มีความคิดเห็นที่แตกต่างกันไป แต่หากจะมีการแก้ไข หรือ ผ่อนปรนประกาศ ดังกล่าว ก็ต้องนำเสนอคณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาในข้อกฎหมาย และระเบียบที่ต้องปฏิบัติตาม

“วันนี้ผมมีหน้าที่มารับข้อคิดเห็นจากทางรัฐบาล ก่อนที่จะดำเนินการประมวล และสรุปเพื่อนำเสนอรายงานต่อที่ประชุมคณะกรรมการชุดใหญ่ในสัปดาห์หน้า ส่วนแนวทางการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ จะมีผลออกมาอย่างไร คงต้องให้คณะกรรมการป.ป.ช.ทั้งชุดเป็นผู้พิจารณา ถึงแม้ว่าในประกาศจะระบุว่า เป็นอำนาจของประธานป.ป.ช.เองก็ตาม ทั้งนี้ป.ป.ช.ต้องยึดข้อกฎหมายเป็นหลัก เพราะ ประกาศป.ป.ช.ฉบับดังกล่าว มีขึ้นตามเจตนารมย์ของกรรมการร่างรัฐธรรมนูญและรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน” นายนิวัติไชย กล่าว

source ;- https://www.khaosod.co.th/politics/news_1801095