สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ 

วัดปากน้ำ ขอให้ ดีเอสไอ รับผิดชองและออกมาแถลงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เหตุทำให้ ‘สมเด็จช่วง-หลวงพี่แป๊ะ’ รวมถึงวัด เสื่อมเสียชื่อเสียง ให้เวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา หากยังนิ่งเฉย จะดำเนินการฟ้องกลับ 

14 มิ.ย.2560 จากกรณีเมื่อวันที่ 12 มิ.ย.ที่ผ่านมา ร.ท.สมนึก เสียงก้อง โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด เปิดเผยว่า อธิบดีอัยการพิเศษ สำนักคดีพิเศษ ได้มีคำสั่งในคดีการนำเข้ารถเบนซ์โบราณหรูหมายเลขทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ โดยที่อัยการมีคำสั่งไม่ฟ้องพระมหาศาสนมุนี หรือหลวงพี่แป๊ะ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ และเป็นเลขานุการสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ต้องหาคนที่ 7 ซึ่งถูกตั้งข้อหามีไว้ในครอบครองโดยไม่รู้ว่าของนั้นไม่ได้เสียภาษีตาม พ.ร.บ.ภาษีสรรพสามิตร โดยอัยการชี้ว่า เพราะไม่มีหยานหลักฐานใดพิสูจน์ว่าพระมหาศาสนมุนี รับรถยนต์ไว้โดยรู้ว่า วิชาญ เสียภาษีสรรพสามิตรไม่ถูกต้อง ขณะเดียวกันก็ให้ยุติการดำเนินคดีในคดีนี้ด้วย เนื่องคดีขาดอายุความ

วานนี้ (13 มิ.ย.60) TNN รายงานว่า สุรพงษ์ สิทธิกรณ์  ทนายความ พระมหาศาสนมุนี เปิดเผยกับทีมข่าว TNN ว่า หลวงพี่แป๊ะ คือคนสุดท้ายในการซื้อรถ มีการจ่ายภาษีถูกต้องเต็มจำนวน กับกรมการขนส่งทางบก มาตลอด 5 ปี และ วัดปากน้ำ ได้ส่งข้อมูลต่างๆให้กับ ดีเอสไอ ทั้งหมด แต่ไม่ทราบว่าทำไมดีเอสไอถึงส่งฟ้องในช่วงแรก

สุรพงษ์ ระบุด้วยว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และ หลวงพี่แป๊ะ พร้อมให้อภัยกับบุคคลและเจ้าหน้าที่ ที่ทำให้เกิดปัญหาต่างๆ แต่ทางวัดปากน้ำได้ประชุมร่วมกันและเห็นว่า ดีเอสไอ ควรรับผิดชองและออกมาแถลงเรื่องราวที่เกิดขึ้น เนื่องจากทำให้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และ หลวงพี่แป๊ะ รวมถึงวัดปากน้ำ เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยให้เวลา 15 วัน นับตั้งแต่วันที่ 10 มิ.ย. ที่ผ่านมา หากยังนิ่งเฉย จะดำเนินการฟ้องกลับ ดีเอสไอ ทั้งทางแพ่งและอาญา

ขณะที่บรรยากาศภายในวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ มีอาการอาพาธไม่สะดวกให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ส่วน หลวงพี่แป๊ะ ติดกิจนิมนต์ที่ต่างจังหวัด ขณะที่ตลอดทั้งวัน มีพุทธศาสนิกชนเดินทางมาทำบุญไหว้พระ ตามปกติ ส่วนใหญ่ไม่ค่อยทราบถึงคดีความก่อนหน้านี้  แต่บางส่วนที่เป็นลูกศิษย์วัดปากน้ำและผูกพันกับวัด บอกว่า เรื่องที่เกิดขึ้นไม่ได้ทำให้หมดศรัทธา และรู้สึกโล่งใจ ที่วัดหมดมลทิน

โดยก่อนหน้าที่ ดีเอสไอ ออกมาระบุว่า แม้อัยการสุงสุดมีคำสั่งไม่ฟ้อง หลวงพี่แป๊ะ  แต่ก็ยังมีผู้ต้องหารายอื่น ที่พนักงานสอบสวนคดีพิเศษได้มีความเห็นสั่งฟ้อง และอัยการก็มีความเห็นสั่งฟ้องด้วย โดย ไทยพีบีเอส รายงานด้วยว่า อัยการมีคำสั่งให้ฟ้องเอกชน 3 ราย ผู้นำเข้ารถโบราณ ได้แก่ พิชัย วีระสิทธิกุล ผู้ต้องหาคนที่ 1 ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซี.ที.ออโต้ พาร์ท โดย วสุ จิตติพัฒนกุลชัย และเกษมศักดิ์ ภวังคนันท์ ฐานร่วมกันนำของที่ไม่ได้เสียภาษี หรือที่ยังไม่ได้ผ่านศุลกากรโดยถูกต้องเข้ามาในราชอาณาจักร พร้อมสั่งฟ้องผู้ต้องหาอีก 2 คน ฐานแจ้งให้พนักงานจดข้อความอันเป็นเท็จลงในเอกสารมหาชนหรือเอกสารราชการ