‘หญิงหน่อย’ ดึงนักการเมืองถกพุทธวิธีแก้ขัดแย้งการเมืองไทย ซัด 85 ปีเขียนรธน.ให้การเมืองอ่อนแอ จนนำไปสู่การรัฐประหารเช่นเดิม

เมื่อวันที่ 21 เม.ย.  ที่อาคารมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วัดมหาธาตุ ท่าพระจันทร์ กรุงเทพฯ คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำพรรคเพื่อไทย ในฐานะนิสิตสาขาพุทธศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตฯ จัดประชุมวิชาการเรื่อง “พุทธวิธีแก้ปัญหาความขัดแย้งการเมืองไทยในปัจจุบัน” โดยมีพระราชธรรมนิเทศ หรือพระพยอม กัลยาโณ นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา นายโภคิน พลกุล แกนนำพรรคเพื่อไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย นายนิกร จำนง แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา นายปรีชา เลาหพงศ์ชนะ แกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน นพ.เหวง โตจิราการ แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ(นปช.) นางสดศรี สัตยธรรม อดีตคณะกรรมการการเลือกตั้ง เข้าร่วม

ทั้งนี้คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวว่า ปัจจัยที่กำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งคือปัญหาเชิงโครงสร้างการเปลี่ยนแปลงการปกครองพ.ศ. 2475 ซึ่งเรานำประชาธิปไตยมาจากตะวันตกและได้บูรณาการให้เข้ากับความเป็นไทย กล่าวคือ 1.เราจึงได้ประชาธิปไตย 84 ปีที่เป็นโครงสร้างอยู่บนผิว แต่ไม่ได้บูรณาการเชิงลึก 2.ปัญหาความเหลื่อมล้ำในทุกมิติ ทำให้เกิดช่องว่างของปัญหาขึ้น 3.โครงสร้างในการบริหารจัดการประเทศระหว่างรัฐราชการกับนักการเมืองที่เป็นตัวแทนประชาชนซึ่งมีการต่อสู้กลายๆ มาจนถึงปัจจุบัน ทั้งหมดทำให้เกิดปัญหาความขัดแย้งที่ร้าวลึกจากทั้ง 3 ปัจจัยมาจนถึงวันนี้

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ในเรื่องปัญหาความเหลื่อมล้ำ นำมาซึ่งความคิดเห็นที่ต่างกันระหว่างคนชนบทและคนเมือง ซึ่งจากการสำรวจพบว่าคนชนบทหวงแหนประชาธิปไตยมากเพราะเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เข้าถึงทรัพยากรของรัฐผ่านการเลือกตั้ง ขณะที่ประชาชนเมืองมองว่าการเมืองเป็นผู้ขับเคลื่อนประเทศ ผู้นำต้องมีคุณธรรม เป็นคนดี มีความสามารถพาประเทศไปสู่นานาชาติได้ แต่คนเมืองจะมองให้ประชาธิปไตยเป็นตัวรอง โดยคนชนบทจะเป็นผู้ตั้งรัฐบาล ส่วนคนเมืองจะเป็นผู้ล้มรัฐบาล โดยมีการใช้โซเซียลเป็นตัวสร้างความขัดแย้ง ที่ผ่านมามีการต่อสู้กันอย่างมีนัยสำคัญมาโดยตลอด โดยตัวแทนราชการมักอ้างการทุจริตโกงกินบ้านเมืองเข้ามาสู่การปฏิวัติ ขณะที่นักการเมืองจะชูประชาธิปไตยและการเลือกตั้ง ทำให้บ้านเมืองเกิดการแตกแยก

คุณหญิงสุดารัตน์ กล่าวอีกว่า ปัญหาการเมืองไม่ได้รับการแก้ไข สุดท้ายก็มีการเขียนรัฐธรรมนูญให้การเมืองอ่อนแอ เกิดรัฐบาลผสม ทำให้การผลักดันนโยบายต่างๆ ทำได้ยากจนนำไปสู่การรัฐประหารเช่นเดิม ซึ่งเป็นลูปความเลวร้ายทางการเมืองมาตลอด 85 ปี ดูได้จากการเกิดรัฐประหารกว่า 20 ครั้ง ดังนั้นการจะแก้ปัญหานี้ได้ต้องสร้างพลังรู้รักสามัคคี ต้องใช้ธรรมะสร้างประชาธิปไตยที่มีคุณภาพและคุณธรรม เป็นธรรมาธิปไตย เมื่อกฎมนุษย์ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ ก็ต้องใช้กฎแห่งธรรมในการแก้ปัญหา

 

source :- http://news.voicetv.co.th/thailand/482799.html