องค์กรพิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ – อพช. ·
วันที่ ๒๐ มิถุนายน ๒๕๖๐

เรื่อง ขอให้ตรวจสอบจุฬาราชมนตรี, คณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย (กรณีฮาลาล) และเงินอุดหนุนสร้างมัสยิดทั่วประเทศ

เรียน รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม)

อ้างถึงคำวินิจฉัยผู้ตรวจการแผ่นดิน ลงวัน 5 กันยายน 2559 และผลการตรวจสอบการเงินของกองทุนเพื่อพัฒนามาตรฐานฮาลาลของสภาความมั่นคงแห่งชาติ ลงวันที่ 20 กันยายน 2559

ตามที่เมื่อวันที่ 12 มิ.ย.60 รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ปรารภเรื่องคดีการฆาตกรรมสามเณรปลื้ม จ.นครศรีธรรมราช เพื่อจะทำให้โปร่งใสในเรื่องการตรวจสอบทรัพย์สินของวัด ไปจนถึงกรณีว่าหากไม่ได้รับความร่วมมือหรือติดขัดบางวัดไม่ให้ความร่วมมือ จะมีการจัดระบบใหม่จนถึงเรื่องการแก้กฎหมายสงฆ์ ผู้ร้องจึงขอให้ดำเนินการในกรณีดังต่อไปนี้ด้วย คือ

1.กรณีสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย โดยมีจุฬาราชมนตรีเป็นประธานได้ออกเครื่องหมายฮาลาลและจัดเก็บเงินฮาลาลจากสินค้าจำนวนมากโดยมิได้มีอำนาจให้จัดเก็บแต่อย่างใด

2.การจัดเก็บเงินดังกล่าวนั้นมิได้มีกฎหมายรองรับ เพราะร่างพรบ.ฮาลาลยังอยู่ในลำดับการพิจารณาของสนช. แต่คณะกรรมการดังกล่าวได้มีการจัดเก็บเงินจากผู้ผลิตสินค้ามาแล้วตั้งปี 2539 -2560 เงินดังกล่าวไปอยู่ที่ไหน ใครเป็นผู้เก็บไว้ และนำไปใช้จ่ายในด้านใดบ้าง

3.เงินที่ได้จากฮาลาลนั้น ไม่มีการนำส่งกระทรวงการคลัง และไม่มีการเสียภาษีแต่อย่างใด นอกจากนี้ยังมีการอ้างพรบ.บริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 มาตรา 18 (5) และ(9) ซึ่งมาตราดังกล่าวไม่ได้ระบุเรื่องฮาลาลไว้เลย

4.การกระทำของสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย ในฐานะเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพรบ. 2540 จึงน่าจะเข้าข่ายเป็นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ หรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามมาตรา 157 หรือแม้แต่หน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้องก็อาจเข้าข่ายร่วมกระทำผิดด้วย

5. เงินอุดหนุนในการสร้างมัสยิดทั่วประเทศ อาจจะมีการใช้งบประมาณของรัฐดำเนินการหรืองบจากท้องถิ่นรวมทั้งจากกรมการศาสนาตลอดจนจากกระทรวงอื่นใด ก็ขอให้มีการปฏิรูปตรวจสอบในลักษณะดังกล่าวนี้ด้วย

จากเหตุผลดังกล่าว การไม่ตรวจสอบการกระทำความผิดกรณีเงินฮาลาลและเครื่องหมายฮาลาล จึงเป็นการเลือกปฏิบัติจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ มีการปล่อยให้มีการกระทำความผิดมานาน 20 ปี โดยปราศจากการปฏิรูปอย่างเป็นธรรม อันอาจเป็นช่องทางให้เกิดความเสียหายแก่ประเทศชาติได้

อนึ่ง จากกรณีดังกล่าวนี้มีคำวินิจฉัยจากผู้ตรวจการแผ่นดินและสภาความมั่นคงแห่งชาติ(สมช.)แล้วว่า มีการกระทำความผิดจริง จึงขอให้สปท.ดำเนินการปฏิรูปเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและตรวจสอบได้เช่นเดียวกัน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณา

ขอแสดงความนับถือ
( ม.ล.กานตพงศ์ วรวุฒิ )