เหลือทิ้งไว้ใน “ทรงจำ มิอาจลืม ตรึงตรา ตรึงใจ ประทับกาย ประทับวาจา ประทับใจ” ณ แดนพุทธภูมิ อินเดีย เนปาล

จากวันที่ 26 ธันวาคม 2560 ถึง วันที่ 29 มีนาคม 2561  ระยะเวลา 95 วัน 2,600 กิโลเมตร 2,605,000 กว่าก้าว

***************

จากก้าวแรกแห่งการเดินธุดงค์ธรรมยาตรา ณ แดนพุทธภูมิ อินเดีย เนปาล พระภิกษุสงฆ์ จำนวน 120 รูป ได้เดินตามรอยบาทพระศาสดา

**************

โครงการธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดาพุทธภูมิ อินเดีย เนปาล รุ่น 5 2560/2561
จัดโดยกองงานพระธรรมฑูตสายอินเดีย เนปาล
โดยดำริ ตามนโยบายเผยแผ่เชิงปฏิบัติการณ์ ของ พระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมฑูตสายอินเดีย เนปาล

ในการนี้ พระเดชพระคุณพระธรรมโพธิวงศ์ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมฑูตสายอินเดีย – เนปาล 
ได้มอบหมายสั่งการให้ท่านพระเดชพระคุณพระอาจารย์ ดูแลประสานงาน ตลอดการเดินทั่วพุทธภูมิ ทั้งนี้ประกอบด้วย
๑. พระศรีโพธิวิเทศ (อจ.สุพจน์ ปธ.๙)
๒. พระครูปริยัติโพธิวิเทศ (อจ.คมสรณ์)
๓. พระครูนรนาถเจติยาภิรักษ์ (อจ.สมพงศ์)
๔. พระครูปลัดโพธิวงศ์วรวัฒน์ (อจ.ป้อม)
๕. พระครูศรีพัฒนวีราภรณ์ (อจ.ปราโมทย์)

**************

คณะสงฆ์ผู้ถือธุดงค์เดินธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดาพุทธภูมิอินเดีย เนปาล ได้เดินทางโดยเครื่องบิน เมื่อวันที่ 26 ธันวาคม 2560 จนถึง วันที่ 29 มีนาคม 2561 ระยะเวลา 95 วัน 

ได้ปฏิบัติสวดมนต์เจริญจิตภาวนา ณ แดนตรัสรู้ อันเป็นแดนตรัสรู้ขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า และกราบลาพุทธคยาออกเดินยาตรา เดินข้ามแม่น้ำเนรัญชรา ผ่านที่รอยถาด เข้าบ้านอธิฐานจิตสถานที่บ้านแม่สุชาดา เดินยาตราเข้าที่ถวายข้าวมธุปายาท เข้าพักที่ ดงคสิริ ยาตราต่อไป กุปป้า ที่ว่ากันว่า เป็นที่ปรินิพพานของพระเถระผู้เลิศกว่าภิกษุทั้งปวงด้านธุดงควัตร คือ พระมหากัสสปะเถระเจ้า สวดมนต์บทอภิธรรมน้อมถวาย เดินยาตรามายังถ้ำกาฬศิลา เป็นถ้ำที่พระมหาโมคคัลลานะ อัครสาวกผู้เลิศด้วยฤทธิ์ เดินยาตราขึ้นเขาดงคสิริ อันเป็นที่ที่พระพุทธองค์ทรงเคยอยู่จำพรรษา เข้าถ้ำสุกรขาตา เดินเข้าวัดเวฬุวัน ระลึกถึงพุทธโอวาท 3 หลักการ 4 วิธีการ 3 ยาตราขึ้นถ้ำสัตตบรรณคูหา ที่ซึ่งเป็นที่รวบรวมสังคายนาพระธรรมวินัยโดยมีพระมหากัสสปะเถระเป็นประธาน มีพระอุบาลีเถระผู้รวบรวมพระวินัย มีพระอานนท์เถระ ผู้รวบรวมพระธรรม เดินยาตราต่อไปยังถ้ำอินทสาล อันเป็นถ้ำที่ท้าวสักกะถามปัญหา เรียกว่า ปัญหสักกสูตร และกล่าวสรรเสริญ น้อบน้อมด้วย นโม ตัสสะ คณะออกรับบิณฑบาตรชาวอินเดีย ที่นี้และเป็นครั้งแรกที่ชาวบ้านได้ใส่บาตรพระเยอะขนาดนี้ ยาตราต่อมายังนาลันทามหาวิทยาลัยอันเก่าแก่ กราบนมัสการหลวงพ่อองค์ดำ ย่ำเท้ายาตราต่อมายังเมืองปัตตนะ คณะพระภิกษุสงฆ์ผู้ถือธุดงค์เดินธรรมยาตราตามรอยบาทพระศาสดา เดินทางกราบนมัสการระลึกนึกถึง พระสงฆ์ผู้มีคุณูปการและพระเจ้าอโศก ที่มีคุณต่อพระพุทธศาสนา ยังพระธรรมคำสอนสั่งเผยแผ่ไปในทิศต่างๆๆๆ ณ วัดอโศการาม อารามเก่าอันเป็นที่สังคายนาครั้งที่ 3 และออกเดินเข้ากราบนมัสการพระบรมสารีริกธาตุ ณ Patliputra Karuna Stupa

คณะได้เดินข้ามสะพานปัตตนะ ความยาว 9 กิโลเมตร เพื่อมุ่งสู่ปาวลเจดีย์ อันเป็นที่ ทรงปลงมายุสังขาร ภาวนาถึงความเสื่อม ณ ที่นี้ เดินเข้าวัดป่ามหาวัน มีเสาอโศก มีสิงห์อยู่ ลักษณะสมบูรณ์ที่สุด อันเป็นวัดของพระภิกษุณีแห่งแรก เดินต่อมายังมหาสถูปเกสียา อันเป็นเจดีย์ใหญ่คาดว่าเป็นที่ที่พระองค์ทรงมอบบาตรให้ชาวเกสลียา คณะเดินทางมายัง เลาลียานันทสถูป เป็นสถูปใหญ่ และมีสถูปดินตั้งเรียงรายอยู่ถึง 11 สถูป มีเสาอโศกตั้งอยู่ และมีสิงห์ลักษณะสมบูรณ์ไม่เท่ากับที่วัดป่ามหาวัน คณะเดินต่อไปยังเสาอโศกคู่ และเดินเข้าเนปาล

ยาตราไปรามคามสถูป อันเป็นที่ที่ท่านพญานาคราชรักษาพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เป็นที่เดียวที่พระเจ้าอโศกไม่สามารถอันเชิญไปได้ จึงประดิษฐานไว้ที่นี้จนถึงปัจจุบัน คณะเดินต่อมายังเทวทะหะนคร เข้าลุมพินีสถาน สถานที่ประสูติขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า เดินต่อยังพระราชวังกบิลพัสดุ์ เข้าวัดนิโครธาราม เข้ากราบสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าพระนามโกนาคมนะ เข้ากราบสถานที่ประสูติของพระพุทธเจ้าพระนามว่ากกุธสันธะ เดินเข้าอินเดีย เข้าสู่กุสินารา แดนดินถิ่นที่ปรินิพพาน ยาตราต่อมายังวัดเชตวันมหาวิหาร ลงฟังพระสวดพระปาฎิโมกข์ เนื่องในวันมาฆบูชา

เดินยาตราต่อมายังอโยธยา หรือเชื่อกันว่าเป็นเมืองสาเกตุโบราณ เดินยาตราต่อมายังเมืองโกสัมพี เมืองเก่าแก่สมัยโบราณ เดินเรียบแม่น้ำมายัง จุฬาตรีคูณ อันเป็นที่รวมแม่น้ำ 3 สาย เดินยาตรามายัง พาราณสี เข้ากราบระลึกถึงพระธรรมคำสั่งสอน ณ ธรรมเมขสถูป อันเป็นที่แสดงพระธรรมจักรกัปปวัตนสูตร ธรรมเทศนากัณฑ์เดียวที่สะเทือนเลือนลั่นทั่วจักรวาล ยังโลกนี้ และทั่วทั้งจักรวาลนี้ ให้สว่างไสว จึงได้เดินยาตราเรียบแม่นำ้คงคา เดินต่อมายังสะสาสาม อันเป็นยังมานพหนุ่มทั้ง 30 ท่านให้ถึงธรรม ได้กำหนดจิตเดินยาตรามายังพุทธคยา อันเป็นแดนตรัสรู้อนุตรสัมมาสัมโพธิญาณ

ในครั้งนี้ ยังมี “เจ้าโส” หมาผู้พิทักษ์พระภิกษุสงฆ์ที่เดินตามรอยบาทพระศาสดา มาตั้งแต่รุ่น 3,4 จนมาถึง รุ่น 5 รวมระยะทางกว่า 6,000 กิโล เจ้าโส ยังชวนเพื่อนมาเดินต่อด้วยกันอีก คือ เจ้าสา และ เจ้าเตี้ย น้องทั้งสาม ต่างก็รู้สึกเหงา เศร้า พอๆกับคณะพระ

ตลอดเส้นทางแห่งการเดินธรรมยาตรามาได้เป็นระยะทาง 2,600 กิโลเมตร 2,605,000 ก้าวนี้ ตลอดการเดินทาง พระสงฆ์ที่ร่วมเดิน มีอาการเจ็บคอ ตัวร้อน เป็นไข้หวัด ปวดเข่า ขา คั่นเนื้อคั่นตัว ท้องเสียบางช่วง แต่ท่านเหล่านี้ ต่างตั้งใจ และอดทน บำเพ็ญพากเพียร ตั้งจิตถวายเป็นพุทธบูชา ธรรมบูชา สังฆบูชา

ขอความตั้งใจนี้ จงส่งผลให้ท่านทั้งหลายพ้นทุกข์ด้วยเทอญ.

โปรดอนุโมนาบุญร่วมกัน
คณะพระภิกษุสงฆ์ 120 รูป
บันทึกการเดินทาง