พระพุทธเจ้าทรงแสดงอริยสัจ ๔ โปรดปัญจวัคคีย์ สำหรับในข้อทุกขอริยสัจนั้น มีข้อความบางตอนว่า

“…ชาติปิ ทุกฺขา ชราปิ ทุกฺขา พฺยาธิปิ ทุกฺโข มรณมฺปิ ทุกฺขํ 
อปฺปิเยหิ สมฺปโยโค ทุกฺโข ปิเยหิ วิปฺปโยโค ทุกฺโข 
ยมฺปิจฺฉํ น ลภติ ตมฺปิ ทุกฺขํ. 
สํขิตฺเตน ปญฺจุปาทานกฺขนฺธา ทุกฺขา.”

แปลความว่า

“…แม้ความเกิดก็เป็นทุกข์ แม้ความแก่ก็เป็นทุกข์ แม้ความเจ็บก็เป็นทุกข์ แม้ความตายก็เป็นทุกข์ ความประสบกับสิ่งอันไม่เป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความพลัดพรากจากสิ่งอันเป็นที่รักก็เป็นทุกข์ ความไม่ได้สิ่งที่ปรารถนาก็เป็นทุกข์ โดยย่นย่อ อุปาทานขันธ์ ๕ ก็เป็นทุกข์.”

ธัมมจักกัปปวัตตนสูตร
วิ.ม.(บาลี) ๔/๑๔/๑๔ มหาจุฬา ฯ
วิ.ม.(ไทย) ๔/๑๔/๒๑ มหาจุฬา ฯ

======0000======
ไม่ควรข่มเหง ไม่ควรดูหมิ่นกันและกันในทุกโอกาส 
ไม่ควรปรารถนาทุกข์แก่กันและกันเพราะความโกรธ และความแค้น ควรแผ่เมตตาจิตอย่างไม่มีประมาณ ไปยังสรรพสัตว์ ดุจมารดาเฝ้าถนอมบุตรคนเดียวด้วยชีวิต ฉะนั้น
********
ข้อความบางตอนใน เมตตสูตร ว่าด้วยการแผ่เมตตา
ขุททกนิกาย ขุททกปาฐะ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๒๕
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=9
และดูอรรถกถา http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=10

=======0000=======
แผ่ความรักไปสู่สัตว์ทั้งปว
**********
[๒๓] ผู้เจริญเมตตาแผ่ความรักไปสู่สัตว์ทั้งปวงด้วยอาการ ๘ อย่างนี้ คือ
๑. ด้วยเว้นความบีบคั้น ไม่บีบคั้นสัตว์ทั้งปวง
๒. ด้วยเว้นการฆ่า ไม่ฆ่าสัตว์ทั้งปวง
๓. ด้วยเว้นการทำให้เดือดร้อน ไม่ทำสัตว์ทั้งปวงให้เดือดร้อน
๔. ด้วยเว้นความย่ำยี ไม่ย่ำยีสัตว์ทั้งปวง
๕. ด้วยเว้นการเบียดเบียน ไม่เบียดเบียนสัตว์ทั้งปวง
๖. ขอสัตว์ทั้งปวงจงเป็นผู้ไม่มีเวร อย่าได้มีเวรกัน
๗. จงเป็นผู้มีสุข อย่ามีทุกข์
๘. จงมีตนเป็นสุข อย่ามีตนเป็นทุกข์
เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเมตตา
จิตคิดถึงธรรมนั้น เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเจโต

จิตพ้นจากพยาบาทและกิเลสที่กลุ้มรุมจิตทั้งปวง เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าวิมุตติ

เมตตาด้วย เป็นเจโตวิมุตติด้วย เพราะเหตุนั้น จึงชื่อว่าเมตตาเจโตวิมุตติ

*********
ข้อความบางตอนใน เมตตากถา ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๑
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=31&siri=73

อรรถกถา http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=31&i=574&p=1#อรรถกถาเมตตากถา