ความโศก ความคร่ำครวญ และความทุกข์หลากหลายมีในโลกนี้
ย่อมเกิดมีได้เพราะอาศัยสิ่งเป็นที่รักเมื่อไม่มีสิ่งเป็นที่รัก ความเศร้าโศกเป็นต้นเหล่านี้ก็ไม่มี

เพราะฉะนั้น คนที่ไม่มีสิ่งเป็นที่รักในโลกไหนๆ
จึงชื่อว่ามีความสุข ปราศจากความเศร้าโศก

ดังนั้น ผู้ปรารถนาความไม่เศร้าโศก ปราศจากกิเลสดุจธุลี
จึงไม่ควรยึดสิ่งเป็นที่รักในโลกไหน ๆ

วิสาขาสูตร ขุ.อุ.(ไทย) ๒๕/๗๘/๓๔๑ มหาจุฬา ฯ
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=113

===========00============
ความรักเสมอด้วยตนไม่มี
*************************
๓. นัตถิปุตตสมสูตร ว่าด้วยสิ่งที่เสมอด้วยบุตรไม่มี
[๑๓] เรื่องเกิดขึ้นที่กรุงสาวัตถี เทวดานั้นยืนอยู่ ณ ที่สมควรแล้ว ได้กล่าวคาถานี้ในสำนักของพระผู้มีพระภาคว่า

ความรักเสมอด้วยบุตรไม่มี
ทรัพย์เสมอด้วยโคไม่มี
แสงสว่างเสมอด้วยดวงอาทิตย์ไม่มี
แหล่งน้ำทั้งหลายมีสมุทรเป็นยอดเยี่ยม
พระผู้มีพระภาคตรัสว่า
ความรักเสมอด้วยตนไม่มี
ทรัพย์เสมอด้วยข้าวเปลือกไม่มี
แสงสว่างเสมอด้วยปัญญาไม่มี
ฝนจัดเป็นแหล่งน้ำอันยอดเยี่ยม

นัตถิปุตตสมสูตรที่ ๓ จบ

พระไตรปิฎก ภาษาไทย http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=15&siri=13

พระไตรปิฎก ภาษาบาลี http://www.84000.org/tipitaka/pitaka_item/pali_item_s.php?book=15&item=28&items=2

อรรถกถานัตถิปุตตสมสูตร อธิบายมีข้อความบางตอนว่า

“ก็ที่ชื่อว่า ความรักเสมอด้วยตนไม่มีนั้น มีอธิบายว่า สัตว์ทั้งหลายละทิ้งปิยชนทั้งหลายมีมารดาบิดาเป็นต้นก็มี ละทิ้งบุตรธิดาเป็นต้นให้พำนักอยู่ย่อมหาเลี้ยงชีวิตตนนั่นแหละก็มี”
สํ.ส.อ.(ไทย) ๒๔/๘๑ มหามกุฏฯ http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=28

===========0000============
“ความรักเสมอด้วยตนไม่มี” มีความหมายอย่างไร
*********
คำว่า “ความรักเสมอด้วยตนไม่มี” ในอธิบายที่ปรากฏทั่วไปมักจะอธิบายว่า “เมื่อเรารักตัวของเราเองยิ่งกว่าใครๆ คนอื่นเขาก็รักตัวของเขายิ่งกว่าใครๆ เหมือนกัน ฉะนั้นจึงไม่ควรทำร้ายเบียดเบียนผู้อื่นให้ต้องได้รับทุกข์ฉันนั้น” ซึ่งน่าจะอธิบายสลับกันกับอีกพระสูตรหนึ่ง
************************
คำอธิบายในอรรถกถานัตถิปุตตสมสูตร มีข้อความว่า”ก็ที่ชื่อว่า ความรักเสมอด้วยตนไม่มีนั้น มีอธิบายว่า สัตว์ทั้งหลายละทิ้งปิยชนทั้งหลายมีมารดาบิดาเป็นต้นก็มี ละทิ้งบุตรธิดาเป็นต้นให้พำนักอยู่ย่อมหาเลี้ยงชีวิตตนนั่นแหละก็มี”
สํ.ส.อ.(ไทย) ๒๔/๘๑ มหามกุฏฯ http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=15&i=28

ซึ่งใจความสำคัญน่าจะแสดงให้เห็นถึงพฤติกรรมของคนที่รักตัวเองมากกว่าใคร แม้กระทั่งมารดา บิดา ภรรยาและบุตรยังละทิ้งได้

ส่วนคำอธิบายที่เห็นกันทั่วไปนั้น อธิบายเชิงเห็นอกเห็นใจ หรือ ใจเขาใจเรา เรารักตัวเอง คนอื่นก็เช่นกัน จึงไม่ควรเบียดเบียนกัน
ซึ่งน่าจะเป็นการอธิบายใน ปิยตรสูตร ว่าด้วยการไม่มีผู้อื่นเป็นที่รักยิ่งกว่าตน

เนื้อหาโดยย่อของปิยตรสูตร คือ พระผู้มีพระภาค ทรงปรารภเรื่องความรักตนที่พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงสนทนากับพระนางมัลลิกาเทวี ทรงเปล่งอุทานแสดงว่าสัตว์ทั้งหลายรักตนที่สุด และต่างก็รักสุข เกลียดทุกข์ เพราะฉะนั้น ผู้รักตนจึงไม่ควรเบียดเบียนผู้อื่น เพราะเมื่อก่อทุกข์ใดแก่ผู้อื่น ทุกข์นั้น จะย้อนกลับมาถึงตนในภายหลัง นี้เป็นกฎของกรรม
ดูรายละเอียดใน ปิยตรสูตร ขุ.อุ.(ไทย) ๒๕/๔๑/๒๕๔ มหาจุฬาฯ
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=25&siri=76

อรรถกถาปิยตรสูตร http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=25&i=110