คำว่า “จริต” นั้นหมายถึง
อาการทางกายและทางวาจา
ที่ประพฤติอยู่ประจำ จะเรียกว่า 
อัธยาศัยบวกด้วยนิสัยก็ได้

ท่านแสดงไว้ ๖ จริต คือ

๑. ราคจริต มีความโน้มเอียงทางรักสวยรักงาม

๒. โทสจริต มีความโน้มเอียงทางโทสะจัด

๓. โมหจริต มักหลง สะลึมสะลือ

๔. สัทธาจริต มักเชื่อง่าย

๕. พุทธิจริต เจ้าเหตุเจ้าผล เชื่อยาก

๖.วิตกจริต ชอบวิตกกังวล หมกมุ่น

ทั้ง ๖ นี้ คนมีอย่างไหนออกหน้ามาก
ก็เรียกว่าเป็นจริตนั้น แต่ส่วนมากมีจริตผสม

#อาการแสดงออกของจริต

จะทราบว่าคนเป้นอย่างไร
มีจริตอย่างไหนออกหน้า
ท่านให้สังเกตจากพฤติกรรมต่างๆ ดังนี้

๑. จากการเคลื่อนไหวทางกาย ที่เรียกว่าอิริยาบถ

๒. จากการทำงาน

๓. จากการบริโภค

๔. จากอาการติดใจในอารมณ์ภายนอก
หรือทรรศนะในเรื่องรูปเสียง เป็นต้น

๕. จากกิเลสและมโนธรรมในใจ

#คนราคจริต

อิริยาบถ ตามปกติคนราคจริต
จะเดินโดยอาการชดช้อย เชื่องช้า
ค่อยๆ วางเท้า วางเท้าเสมอ
จะยกขึ้นก็เสมอ
..

ลักษณะเท้าของคนราคจริตเว้ากลางมาก

เมื่อยืน คนราคจริตก็ยืนอย่างสง่าผ่าเผย
แต่มีอาการละมุนละม่อมน่าทัศนา
การนั่งก็เช่นเดียวกัน

คนราคจริตนอนอย่างมีระเบียบ
วางมือวางเท้าเรียบร้อย
เมื่อถูกปลุกให้ตื่นก็ค่อยๆ
ตื่นไม่ผลุนผลัน เมื่อถูกถาม
ก็ค่อยๆ ให้คำตอบเหมือนไม่เต็มใจ

#การทำงาน เช่นกวาดพื้น
คนราคจริตถือไม้กวาดอย่างดี
ไม่รีบร้อน กวาดสะอาดเรียบ
ทรายไม่กระเด็นมาก ฝุ่นไม่ฟุ้ง
คนราคจริตทำอะไรละเอียดน่าชม
คนราคจริตแต่งกายประณีตเรียบร้อย
เสื้อผ้าซักรีดอย่างดี แต่งแต่พองาม
ถ้าเป้นพระก็ดูจากการห่มจีวร
คือห่มไม่ยุ่มย่ามหย่อนยาน
และไม่ตึงนัก น่าเลื่อมใสเป็นปริมณฑล

#การบริโภค ชอบอาหารรสกลมกล่อม
ไม่เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด
บริโภคด้วยอาการละมุนละม่อม
ไม่รีบร้อนมูมมาม
ได้ของพอใจอย่างเดียวก็พอใจแล้ว
ไม่ต้องการอาหารมากอย่าง

..

ปฏิกิริยาต่ออารมณ์ภายนอก
เห็นอะไรที่สวยงามเพียงเล็กน้อย
ก็พอใจดื่มด่ำในสิ่งนั้น

เช่นเห็นคนๆ หนึ่ง ถ้าในคนๆ นั้น
มีอะไรสวยอยู่สักอย่างหนึ่ง
เช่นใบหน้าสวยหรือเสียง
เพราะ แม้จะมีอย่างอื่นไม่สวยก็ไม่เป็นไร

ไม่คิดถึงข้อบกพร่องอื่นๆ
เมื่อจะต้องจากไปก็จากไป
อย่างมีอาลัยอาวรณ์

#สาระสำคัญแห่งวิสุทธิมรรค
#ปริจเฉทที่ ๓
#กรรมฐานคหณนิทเทส ตอน ๖
#อาจารย์วศิน อินทสระ
เพจอาจารย์วศิน อินทสระ

เครดิตภาพ Divya Saini