ญาณในการทำสติแบ่งตามสติปัฏฐานภาวนา

****************
ท่านพระสารีบุตรจำแนก สโตการิญาณด้วยอานาปานสติ (สติกำหนดลมหายใจเข้า-ออก) มี ๓๒ ประการ จัดเป็นคู่ได้ ๑๖ คู่ ดังนี้
ภิกษุในที่นี้ ไปสู่ป่าก็ดี ไปสู่โคนไม้ก็ดี ไปสู่เรือนว่างก็ดี นั่งคู้บัลลังก์ ตั้งกาย ตรง ดำรงสติไว้เฉพาะหน้า ภิกษุนั้นมีสติหายใจเข้า มีสติหายใจออก คือ
๑.เมื่อหายใจเข้ายาว ก็รู้ชัดว่าหายใจเข้ายาว
เมื่อหายใจออกยาว ก็รู้ชัดว่าหายใจออกยาว
๒.เมื่อหายใจเข้าสั้น ก็รู้ชัดว่าหายใจเข้าสั้น
เมื่อหายใจออกสั้น ก็รู้ชัดว่าหายใจออกสั้น
๓.สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้กองลมทั้งปวงหายใจออก”
๔.สำเหนียกว่า “เราระงับกายสังขารหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราระงับกายสังขารหายใจออก”
๕.สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้ปีติหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้ปีติหายใจออก”
๖.สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้สุขหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้สุขหายใจออก”
๗.สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้จิตตสังขารหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้จิตตสังขารหายใจออก”
๘.สำเหนียกว่า “เราระงับจิตตสังขารหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราระงับจิตตสังขารหายใจออก”
๙.สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้จิตหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เรากำหนดรู้จิตหายใจออก”
๑๐.สำเหนียกว่า “เราทำจิตให้บันเทิงหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราทำจิตให้บันเทิงหายใจออก”
๑๑.สำเหนียกว่า “เราตั้งจิตไว้หายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราตั้งจิตไว้หายใจออก”
๑๒.สำเหนียกว่า “เราเปลื้องจิตหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราเปลื้องจิตหายใจออก”
๑๓.สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความไม่เที่ยงหายใจออก”
๑๔.สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความคลายออกได้หายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความคลายออกได้หายใจออก”
๑๕.สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความดับไปหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความดับไปหายใจออก”
๑๖.สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจเข้า”
สำเหนียกว่า “เราพิจารณาเห็นความสละคืนหายใจออก”
และได้จำแนกญาณในการทำสติแบ่งตามสติปัฏฐานภาวนา
ดูรายละเอียดใน สโตการิญาณนิทเทส ขุททกนิกาย ปฏิสัมภิทามรรค พระไตรปิฎกเล่มที่ 31
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=31&siri=62