#ถึงสังกัสสะนคร ออกเดินสู่โกสัมพีนคร

#ธุดงค์เดินธรรมยาตราพุทธภูมิอินเดียเนปาลมา 79 วัน (ตั้งแต่ 28 ธค 61)

#คณะพระธุดงค์จำนวน 120 รูป ในโครงการเดินธุดงค์ตามรอยบาทพระศาสดาพุทธภูมิอินเดีย เนปาล เป็นรุ่นที่ 6/2561-2562 เป็นปีที่ 6

 

# 79 วันแห่งการเดินธุดงค์ธรรมยาตราตามรอยบาทพระพุทธบรมศาสดาพุทธภูมิอินเดีย เนปาล 

คณะพักค้างคือที่อารามธิเบต มีเจ้าอาวาส ยังหนุ่ม อยู่อาศัยดูแลเสนาสนะเพียงรูปเดียว คนงาน 1 ท่าน คณะขอพักกับท่าน ก่อนเดินทางไป อจลเจติยสถาน ซึ่งห่างจากอารามธิเบตประมาณ 700 เมตร คณะพักตื่นมายามเช้าฟ้าสาง พระอาทิตย์ท้อแสง นกยูงร้องเรียกกันยามเช้า ออกหาอาหาร พระธุดงค์ ตรวจสัมภาระเก็บเสนาสนะใช้สอย ฉันมาม่า กระยาสารท กาแฟ โอวัลติน แล้วแต่บางท่านสะดวก การอยู่ร่วมกันนานๆๆๆต้องอาศัยเวลาเป็นที่ตั้ง ความเอื้อเฟื้อกันและกัน เมตตากันและกัน ประคองกันไปให้ถึงสุดทาง
คณะเดินไปยัง อจลเจติยสถาน สถานที่อันพระสัมพุทธเจ้า เสด็จลงมาจากสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ อันท้าวสักกเทวราช เนรมิต บันไดเงิน บันแก้วอัญมณี บันไดทอง พระสัมพุทธเจ้า เสด็จลงบันไดแก้วอัญมณี ทรงเปล่งพุทธรังสี แผ่ซ่านไป ในทิศต่างๆๆ พหุชนเป็นมันมาก เมื่อเห็นฉวีวรรณ พระสัมพุทธเจ้า ต่างปรารถนาเป็นพระสัมพุทธเจ้ากัน เรียกวันนี้ว่า วันเทโวโฬหณะ วันพระพระพุทธเจ้าเปิดโลก ทั้ง 3 การเสด็จลงมายังที่นี้ เพื่อให้หมู่ชนเป็นอันมาก ทราบคุณของพระสารีบุตร ผู้เป็นเลิศกว่าภิกษุทั้งหลาย ผู้มีปัญญามาก
อจลเจติยสถาน ตอนนี้ มีถนนตัดผ่าน สถานที่เป็นกองอิฐตามบันทึกว่า เป็นโบสถ์สร้างครอบบันไดที่ทอดไปลึกลงไปใต้ดิน มีหัวช้าง ที่พระเจ้าอโศกสร้างถวายตั้งอยู่ มีพระอินเดียนุ่งห่มเหลืองโกนหัว นั่งสนทนากัน เอื้อเฟื้อถามด้วยไมตรีเมตตาจิต บริเวณรอบๆๆ เป็นทุ่งข้าวสารี และมันฝรั่ง มีวัดด้วยกัน 6 วัด

คณะขึ้นยังอจลเจติยสถาน น้อมระลึกถึงคุณพระสัมพุทธเจ้า ที่พระทรงสอนเวไนยสัตว์ ทรงโปรดเทวดา 8 หมื่นโกฏิ และยังพระมหามายา ด้วยอภิธรรมให้ตั้งอยู่ในโสดาปัตติผล คณะเจริญพระพุทธมนต์ เจริญจิตตภาวนา ระลึกถึง
คณะออกเดินต่อ ออกจากสังกัสสะ มุ่งหน้าสู่โกสัมพี

#คณะพระธุดงค์พักค้างแรมที่ลานโล่งข้างทาง

#มุ่งหน้าสู่โกสัมพีนคร

#เกร็ดเล็กๆๆ ก่อนถึงเมืองโกสัมพีนครแคว้นวังสะ

แคว้นวังสะ หรือวัตสะ ตั้งอยู่ทางใต้ของแคว้นโกศล และทางเหนือหรือตะวันออกเฉียงเหนือของแคว้นอวันตี อาณาเขตของแคว้นไม่มีบอกไว้ให้ชัดเจน แต่ก็กล่าวว่าไม้กว้างขวางใหญ่โตนัก ในสมัยพุทธกาลแคว้นวังสะเป็นราชอาณาจักรที่เจริญรุ่งเรือง และมีอำนาจมากแคว้นหนึ่ง พระเจ้าแผ่นดินผู้ครองแคว้นคือพระเจ้าอุเทน เทียบกับปัจจุบัน แคว้นวังสะ ได้แก่เขตจังหวัดอัลลฮาบาด ของรัฐอุตตรประเทศและบริเวณใกล้เคียงแคว้นวังสะมีเมืองหลวงชื่อ โกสัมพี ตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำยมุนา ปัจจุบันได้แก่ตำบลหรือหมู่บ้านโกสัม ในเขตจังหวัดอัลลฮาบาด ห่างจากตัวเมืองอัลลฮาบาดไปทางตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ ๕๙ กิโลเมตร หรือ ๓๗ ไมล์ ได้มีการขุดค้นสำรวจ และได้หลักฐานเป็นที่แน่นอนแล้ว ซากกำแพงเมืองก็ยังปรากฏให้เห็นอยู่การขุดค้นสำรวจซึ่งได้ทำแล้ว ณ บางจุด รวมทั้งจุดซึ่งเข้าใจเป็นวัดโฆสิตารามด้วย ได้พบโบราณวัตถุต่างชนิดรวมทั้งพระพุทธรูปมากมาย ส่วนใหญ่เวลานี้รักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์เมืองอัลลฮาบาดโกสัมพีในสมัยพุทธกาล เป็นเมืองใหญ่และเจริญรุ่งเรือง เป็นศูนย์กลางการค้าระหว่างแคว้นที่สำคัญแห่งหนึ่ง พระอานนท์ระบุว่าเป็นเมืองหนึ่งซึ่งควรเป็นที่เสด็จปรินิพพานของพระพุทธองค์วัดที่โกสัมพีในพุทธสมัยมีปรากฏชื่อ ๔ วัด คือวัดโฆสิตาราม วัดกุกกุฏาราม วัดปาวาริการาม หรือปาวาวิกัมพวัน ซึ่งเศรษฐีแห่งโกสัมพี ๓ คน คือเศรษฐีโฆสกะหรือโฆสิตะ เศรษฐีกุกกุฏะ และเศรษฐีปาวาริกะโดยลำดับ สร้างถวายแด่พระพุทธองค์ ในโอกาสเดียวกัน กับวัดที่ ๔ คือวัดพัทริการาม ซึ่งดูว่าจะอยู่ห่างออกไปเล็กน้อยปรากฏตามพระคัมภีร์ว่า พระพุทธองค์ได้เสด็จประทับ ณ วัดทั้งสี่นี้บ่อย ๆ และบางโอกาสได้ประทับอยู่นาน ได้ทรงแสดงพระสูตรต่าง ๆ ณ วัดทั้งสี่นี้เป็นจำนวนมาก ทรงบัญญัติสิกขาบทรวมหลายสิขาบท รวมทั้งที่ห้ามภิกษุดื่มสุราด้วย
พระพุทธองค์ทรงจำพรรษาที่ ๙ ณ โกสัมพีนี้ แต่ยังค้นไม่พบว่าทรงประทับอยู่ ณ ที่ไหน

ในปีพรรษาที่ ๑๐ พระสงฆ์ที่วัดโฆสิตารามทะเลาะกัน และแตกออกเป็นสองพวกแม้พระพุทธองค์จะได้เสด็จมาตักเตือนห้ามปราม และทรงขอให้กลับสามัคคีกัน ก็ยังไม่ทำตามพระพุทธโอวาท

พระพุทธองค์ทรงมีความระอาต่อการณ์ดังกล่าวจึงได้เสด็จไปประทับจำพรรษาอยู่แต่พระองค์เดียว ที่รักขิตวันแห่งป่าปาริไลยกะ ดังได้กล่าวแล้วในเรื่องแคว้นเจตี ออกพรรษาแล้วจึงเสด็จ ต่อไปยังสาวัตถี พระที่ทะเลาะกันรู้สำนึกความผิด และคืนดีกันได้ภายในพรรษา ออกพรรษาแล้วจึงได้พร้อมใจกันไปเฝ้าพระพุทธองค์ ณ สาวัตถี เพื่อกราบทูลขอโทษที่โฆสิตารามนี้

พระฉันนะ ถือตัวว่าเป็นคนเก่าแก่ของพระพุทธองค์ ประพฤติตนเป็นคนดื้อด้านว่ายาก ไม่ยอมฟังคำตักเตือนของผู้ใด ก่อนจะเสด็จปรินิพพานพระพุทธองค์ตรัสบอกท่านพระอานนท์ว่า ให้สงฆ์ลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะคือไม่พูดด้วย ไม่ว่ากล่าตักเตือน และเกี่ยวข้องอะไรด้วยทั้งสิ้น เสร็จสังคายนาครั้งที่หนึ่งแล้ว โดยฉันทานุมัติจากที่ประชุมสงฆ์ ท่านพระอานนท์ พร้อมด้วยบริวารได้เดินทางจากราชคฤห์มายังโฆสิตาราม เพื่อ ประกาศลงพรหมทัณฑ์แก่พระฉันนะ พระฉันนะได้สำนึก ประพฤติตนดี และเอาใจใส่ในการบำเพ็ญเพียร จนได้สำเร็จเป็นพระอรหันต์

นอกจากที่กล่าวแล้วนี้ เรื่องอื่น ๆ ที่เกิดขึ้น ณ โกสัมพี ที่ทราบกันแพร่หลายที่มีเล่าในอรรถกถา ธรรมบทก็มีเรื่องโฆสกะเศรษฐี เรื่องพระพากุละหรือพักกุละเรื่องพระปิณโฑลภารทวาชะ และเรื่องของพระเจ้าอุเทน กับพระนางสามาวดีพระนางมาคันทิยา และพระนางวาสุลทัตตาเป็นต้นตามความที่ปรากฏในเรื่องของพระเจ้าอุเทน กับพระมเหสีทั้งสามที่โกสัมพีนี้ พระพุทธองค์ทรงถูกเหล่าขนมิจฉาทิฏฐิ ซึ่งได้รับสินจ้างจากพระนางมาคันทิยาผู้ผูกอาฆาตในพระพุทธองค์ ติดตามด่าว่าเยาะเย้ยด้วยประการต่าง ๆ จนท่านพระอานนท์ทนฟังไม่ไหว ได้กราบทูลพระพุทธองค์ว่าควรจะเสด็จหนีไปเมืองอื่นเสียแต่พระพุทธองค์ไม่ทรงเห็นด้วย ตรัสว่า เรื่องเกิดขึ้นที่ไหนก็ควรทำให้สงบ ณ ที่นั้นเสียก่อน จึงค่อยไปที่อื่น แล้วตรัสพระพุทธภาษิตอันถือกันว่า เป็นธรรมะสอนใจอย่างดียิ่ง เรื่องละเอียดมีใน สามาวดีวัตถุ แห่งอรรถกถาธรรมบท

ดูอัลบัมภาพล่าสุด
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๕๗) https://goo.gl/uohCza
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๕๘) https://goo.gl/n5FTHZ

ดูอัลบัมภาพทั้งหมด

อัลบัมภาพธุดงค์ธรรมยาตราทั้งหมด https://goo.gl/kfb5m7