#ถึงโกสัมพีนคร
#ธุดงค์เดินธรรมยาตราพุทธภูมิอินเดียเนปาลมา 85 วัน (ตั้งแต่ 28 ธค 61)

#คณะพระธุดงค์จำนวน 120 รูป ในโครงการเดินธุดงค์ตามรอยบาทพระศาสดาพุทธภูมิอินเดีย เนปาล เป็นรุ่นที่ 6/2561-2562 เป็นปีที่ 6

# 85 วันแห่งการเดินธุดงค์ธรรมยาตราตามรอยบาทพระพุทธบรมศาสดาพุทธภูมิอินเดีย เนปาล 
คณะออกจากที่ค้างแรม ติดถนนนั้น เดินมาเรื่อยๆๆยามเช้า ตีห้าครึ่ง แสงสว่าง เริ่มคืบคลาน ความมืดเริ่มจางหายไปทีนิด โดยที่เราไม่รู้สึกตัวว่ามันจางให้ไป เปรียบดังสังขาร ค่อยๆๆทรุดโทรมลงไป ตามอายุ
พระสัมพุทธเจ้า พระองค์ทรงตรัสเตือนว่า “ภิกษุทั้งหลาย สังขารนี้ ไม่เที่ยง เธออย่าประมาท”
เมื่อออกเดินตามรอยบาทพระองค์ น้อมนำคำสอนมาตักเตือนตน เฝ้ามองสิ่งรอบข้าง ทั้งที่เกิดขึ้นในใจตน และภายนอน
สิ่งทั้งหลายเกิดแต่เหตุ พระองค์ตรัสถึงเหตุนั้น และตัดถึงวิธีการระงับเหตุนั้น
ความมืดจางหายไป ความสว่างคลานคืบเข้ามา สิ่งทั้งหลายล้วนไม่เที่ยง

คณะเดินถึงโกสัมพีนคร

#คณะพระธุดงค์พักค้างแรมวัดอินเดีย

#มุ่งหน้าสู่โกสัมภีนคร

#เกร็ดเล็กๆๆ ก่อนถึงเมืองโกสัมภีนคร
เรื่องเกี่ยวเนื่องเมืองโกสัมภี

ในพระไตรปิฏก “อรรถกถา ขุททกนิกาย คาถาธรรมบท อัปปมาทวรรคที่ ๒”

เรื่องของโฆสกเศรษฐี (ต่อจากเดิม)
นายโฆสกะได้ภรรยา 

นายโฆสกะนั้นนอนหลับตลอดวัน ลุกขึ้นบริโภคแล้วก็หลีกไป. ในวันรุ่งขึ้น เขาไปสู่บ้านนั้นแต่เช้าตรู่ แลเห็นนายเสมียนทำกิจในบ้านอยู่ทีเดียว.
นายเสมียนนั้นเห็นนายโฆสกะนั้นแล้ว จึงถามว่า “อะไร? พ่อ”
นายโฆสกะนั้นกล่าวว่า “คุณพ่อของผม ส่งหนังสือมาถึงท่าน”
นายเสมียนจึงถามว่า “หนังสือเพื่อการอะไร? พ่อ จงบอกมา” รับเอาหนังสือแล้ว อ่านดูก็มีความพอใจ จึงกล่าวกะคหบดีทั้งหลายว่า “ผู้เจริญทั้งหลาย ขอเชิญท่านดูความรักใคร่ในเราของนายเรา, ท่านเศรษฐีส่งบุตรชายมายังสำนักของเรา ด้วยแจ้งว่า ‘จงทำมงคลแก่บุตรคนโตของเรา’ พวกท่านจงรีบเอาไม้เป็นต้นมาเร็ว” ดังนี้แล้ว ให้ปลูกเรือนมีประการดังกล่าวแล้วในท่ามกลางบ้าน ให้นำเครื่องบรรณาการมาแต่บ้าน ๑๐๐ บ้าน นำลูกสาวของเศรษฐีในชนบทมากระทำมงคลแล้ว จึงส่งข่าวไปแก่เศรษฐีว่า “การนี้ การนี้ ข้าพเจ้าทำเสร็จแล้ว”
เศรษฐีเสียใจจนเกิดโรค
เพราะได้ฟังข่าวนั้น ความเสียใจอย่างใหญ่บังเกิดแก่เศรษฐีแล้วว่า “เราให้ทำสิ่งใด สิ่งนั้นไม่สำเร็จ, สิ่งใดมิให้ทำ สิ่งนั้นก็กลับสำเร็จ.” ความเศร้าโศกนั้น กับความเศร้าโศกถึงบุตร เป็นอันเดียวกันเทียว ยังความร้อนในท้องให้เกิดขึ้น ให้เกิดโรคอติสาร๑- แล้ว.
____________________________
๑- โรคอันยังโลหิตให้แล่นไปยิ่ง, โรคลงแดง

แม้ลูกสาวของเศรษฐีก็บังคับพวกคนว่า “ถ้าว่าใครๆ มาจากสำนักของเศรษฐี, ท่านยังไม่บอกแก่เราแล้ว อย่าบอกแก่เศรษฐีบุตรก่อน.”
แม้เศรษฐีเล่าก็คิดว่า “บัดนี้ เราจะไม่ทำบุตรชั่วชาติคนนั้นให้เป็นเจ้าของทรัพย์สมบัติของเรา.” ดังนี้แล้ว จึงบอกนายเสมียนคนหนึ่งว่า “ลุง ฉันปรารถนาจะพบบุตรของฉัน, ท่านจงส่งคนรับใช้ไปคนหนึ่ง ให้เรียกบุตรของฉันมา.” เขารับว่า “ได้จ้ะ” ให้หนังสือแล้ว ส่งคนผู้หนึ่งไป.
ฝ่ายลูกสาวของเศรษฐีทราบว่า บุรุษนั้นมายืนอยู่ที่ประตู ให้เรียกเขามาแล้ว ถามว่า “อะไร? พ่อ”
คนรับใช้. เศรษฐีไม่สบาย เพื่อจะพบลูกชาย ให้เรียก (เขา) แม่เจ้า.
เศรษฐีธิดา. พ่อ เศรษฐียังมีกำลัง หรือถอยกำลัง ?
คนรับใช้. ยังมีกำลัง บริโภคอาหารได้อยู่ก่อน แม่เจ้า.
ลูกสาวเศรษฐีนั้นไม่ให้บุตรเศรษฐีทราบเทียว ให้ๆ ที่อยู่และเสบียงเดินทางแก่เขาแล้ว กล่าวว่า “ท่านจักไปได้ในเวลาที่ฉันส่งไป จงพักอยู่ก่อน.”
มหาเศรษฐีได้กล่าวกะนายเสมียนอีกว่า “ลุง ท่านยังไม่ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักบุตรของฉันหรือ?”
นายเสมียน. ส่งไปแล้ว นาย คนผู้ไปแล้ว ยังไม่มาก่อน.
เศรษฐี. ถ้ากระนั้น ท่านจงส่งผู้อื่นไปอีก.
นายเสมียนนั้นส่งไปแล้ว.
ลูกสาวของเศรษฐีปฏิบัติแม้ในบุรุษนั้น อย่างนั้นเหมือนกัน. ในกาลนั้น โรคของเศรษฐีหนักแล้ว. ภาชนะหนึ่งเข้า, ภาชนะหนึ่งออก.
เศรษฐีจึงถามนายเสมียนอีกว่า “ลุง ท่านยังไม่ได้ส่งหนังสือไปยังสำนักบุตรของฉันแล้วหรือ.”
นายเสมียน. ส่งไปแล้ว นาย แต่คนที่ไปยังไม่กลับ.
เศรษฐี. ถ้ากระนั้น ท่านจงส่งผู้อื่นไปอีก.
นายเสมียนนั้นส่งไปแล้ว. ลูกสาวเศรษฐีถามประพฤติเหตุนั้น แม้กะบุรุษผู้มาในวาระที่ ๓ แล้ว. บุรุษผู้นั้นบอกว่า “ข้าแต่นาย เศรษฐีป่วยหนัก ตัดอาหารเสียแล้ว มีความตายเป็นเบื้องหน้า, ภาชนะหนึ่งออก ภาชนะหนึ่งเข้า.” ลูกสาวของเศรษฐีจึงคิดว่า “บัดนี้เป็นเวลาที่เขาควรไปได้” จึงบอกแก่เศรษฐีบุตรว่า “ทราบว่า คุณพ่อของท่านป่วย.” เมื่อเขากล่าวว่า “พูดอะไร? หล่อน” จึงพูดว่า “ความไม่สำราญมีแก่บิดาของท่านนั้น นาย.”
โฆสกะ. บัดนี้ ฉันควรทำอย่างไร?
เศรษฐีธิดา. นาย เราจักถือเครื่องบรรณาการอันเกิดจากบ้านส่วย ๑๐๐ บ้าน ไปเยี่ยมท่าน.
นายโฆสกะนั้นรับว่า “จ้ะ” แล้วให้คนนำเครื่องบรรณาการมา เอาเกวียนบรรทุก หลีกไปแล้ว.
ครั้งนั้น ลูกสาวของเศรษฐีนั้นพูดกะโฆสกะนั้นว่า “บิดาของท่านถอยกำลัง, เมื่อเราถือเอาเครื่องบรรณาการมีประมาณเท่านี้ไป จักเป็นการเนิ่นช้า, ขอท่านจงให้ขนบรรณาการนี้กลับเถิด” ดังนี้แล้ว จึงส่งบรรณาการนั้นทั้งหมดไปสู่เรือนแห่งตระกูลของตน แล้วพูดอีกว่า “นาย ท่านพึงยืนข้างเท้าแห่งบิดาของท่าน, ฉันจักยืนข้างเหนือศีรษะ.” เมื่อเข้าไปสู่เรือนนั่นเทียว นางก็บังคับพวกคนของตนว่า “พวกท่านจงถือเอาการรักษาทั้งข้างหน้าเรือนทั้งข้างหลังเรือน.” ก็ในเวลาที่เข้าไป เศรษฐีบุตรได้ยืนอยู่แล้วที่ข้างเท้าของบิดา. ส่วนภรรยาได้ยืนข้างเหนือศีรษะ

เศรษฐีทำกาละ 
ในขณะนั้น เศรษฐีนอนหงายแล้ว. ส่วนนายเสมียน เมื่อนวดเท้าของเศรษฐีนั้น จึงพูดว่า “นาย บุตรชายของท่านมาแล้ว.”
เศรษฐี. เขาอยู่ที่ไหน?
นายเสมียน. เขายืนอยู่ที่ปลายเท้า.
ครั้งนั้น เศรษฐีเห็นบุตรชายนั้นแล้ว จึงให้เรียกนายเสมียนมาแล้ว ถามว่า ในเรือนของฉันมีทรัพย์อยู่เท่าไร? เมื่อนายเสมียนเรียนว่า “นาย มีอยู่ ๔๐ โกฏิเท่านั้น, แต่เครื่องอุปโภคบริโภคและบ้าน นา สัตว์ ๒ เท้า ๔ เท้า ยานพาหนะ มีอยู่จำนวนเท่านี้ๆ”, ใคร่จะพูดว่า “ฉันไม่ให้ทรัพย์ มีประมาณเท่านี้แก่โฆสกะบุตรของฉัน”, (กลับ) พูดว่า “ฉันให้.” ลูกสาวเศรษฐีฟังคำนั้นแล้วคิดว่า “เศรษฐีนี้ เมื่อพูด พึงพูดคำอะไรอื่น” เป็นเหมือนเร่าร้อนด้วยความโศก สยายผม ร้องไห้กล่าวว่า “คุณพ่อ พูดอะไรนี่, พวกเราฟังคำของท่าน ชื่อแม้นี้, พวกเราไม่มีบุญหนอ.” ดังนี้แล้ว จึงเอาศีรษะประหารเศรษฐีนั่นที่ท่ามกลางอก ล้มลงเอาศีรษะกลิ้งเกลือกอยู่ที่ท่ามกลางอกของเศรษฐีนั้น แสดงอาการคร่ำครวญ จนเศรษฐีไม่อาจพูดได้อีก. แม้เศรษฐีก็ได้ทำกาละในขณะนั้นเอง.

#ความอุบัติของโฆสกเศรษฐี เป็นดังนี้.

มีต่อ

ดูอัลบัมภาพล่าสุด
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๖๑) https://goo.gl/dwqLCg
– ธุดงค์ธรรมยาตรา อินเดีย-เนปาล ๒๕๖๒ (๖๒) https://goo.gl/2JDzcQ

ดูอัลบัมภาพทั้งหมด

อัลบัมภาพธุดงค์ธรรมยาตราทั้งหมด https://goo.gl/kfb5m7