กฐินัตถารกิจ

รู้ไว้สักนิดเพื่อศรัทธากับปัญญาจะได้สมดุล

อ่านว่า กะ-ถิ-นัด-ถา-ระ-กิด

แยกศัพท์เป็น กฐินัตถาร + กิจ

(๑) “กฐินัตถาร”

บาลีเป็น “กฐินตฺถาร” (กะ-ถิ-นัด-ถา-ระ) แยกศัพท์เป็น กฐิน + อตฺถาร

(ก) “กฐิน”

บาลีอ่านว่า กะ-ถิ-นะ รากศัพท์มาจาก กฐฺ (ธาตุ = อยู่ลำบาก) + อิน ปัจจัย

: กฐฺ + อิน = กฐิน แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะที่อยู่ลำบาก”

คำว่า “กฐิน” ในบาลี :

(1) ถ้าเป็นคำนาม (นปุงสกลิงค์) แปลว่า “ไม้สะดึง” คือไม้แบบสำหรับขึงเพื่อตัดเย็บจีวร

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปลคำว่า “กฐิน” (คำนาม) ว่า –

the cotton cloth which was annually supplied by the laity to the bhikkhus for the purpose of making robes, also a wooden frame used by the bh. in sewing their robes (ผ้าฝ้ายที่ฆราวาสถวายประจำปีแก่ภิกษุเพื่อทำจีวร, ไม้สะดึงที่ภิกษุใช้เย็บจีวร)

(2) ถ้าเป็นคุณศัพท์ มีความหมายว่า แข็ง, แนบแน่น, ไม่คลอนแคลน, หนัก, หยาบกร้าน, โหดร้าย (hard, firm, stiff, harsh, cruel)

ในที่นี้ “กฐิน” หมายถึง ไม้สะดึง คือกรอบไม้ที่ขึงออกเพื่อเย็บผ้า (a wooden frame)

คำว่า “สะดึง” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“สะดึง : (คำนาม) กรอบไม้สําหรับขึงผ้าที่จะเย็บเป็นจีวร, กรอบไม้หรือไม้แบบสําหรับขึงผ้าในเวลาปักดิ้นหรือไหมเป็นต้น, ขอบไม้สําหรับขึงเปล มี ๔ ด้าน.”

(ข) “อตฺถาร” (อัด-ถา-ระ)

รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ยิ่ง) + ถรฺ (ธาตุ = ปูลาด, แผ่ไป) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, รัสสะ อา เป็น อ, ซ้อน ตฺ ระหว่างอุปสรรคกับธาตุ (อา > อ + ตฺ + ถรฺ), ทีฆะต้นธาตุ “ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ” (ถรฺ > ถาร)

: อา > อ + ตฺ + ถรฺ = อตฺถรฺ + ณ = อตฺถรณ > อตฺถร > อตฺถาร แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งอันเขาปูลาดไว้โดยยิ่ง” หมายถึง ขึงไป, แผ่ไป (spreading out)

กฐิน + อตฺถาร = กฐินตฺถาร แปลว่า “การขึงไม้สะดึง” หมายถึง การกรานกฐิน

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “กฐินตฺถาร” ว่า the spreading out, i. e. dedication of the k. cloth by the people to the community of bhikkhus. (การกรานกฐิน, คือ ประชาชนอุทิศผ้ากฐินทานแด่หมู่ภิกษุสงฆ์)

(๒) “กิจ”

บาลีเป็น “กิจฺจ” (กิด-จะ) รากศัพท์มาจาก กรฺ (ธาตุ = กระทำ) + ริจฺจ ปัจจัย, ลบ รฺ ที่ (ก)-รฺ (กรฺ > ก) และ ร ที่ ริ-(จฺจ) (ริจฺจ > อิจฺจ)

: กรฺ > ก + ริจฺจ > อิจฺจ : ก + อิจฺจ = กิจฺจ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่พึงทำ” หมายถึง หน้าที่, การงาน, การบริการ; พิธี, การกระทำ (duty, obligation, service, attention; ceremony, performance)

“กิจฺจ” ในภาษาไทยใช้เป็น “กิจ” (กิด)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“กิจ, กิจ- : (คำนาม) ธุระ, งาน. (ป. กิจฺจ).”

กฐินตฺถาร + กิจฺจ = กฐินตฺถารกิจฺจ > กฐินัตถารกิจ แปลตามศัพท์ว่า “กิจคือการขึงไม้สะดึง”

คำว่า “กฐินัตถารกิจ” ปรากฏในคำถวาย “กฐินพระราชทาน” ซึ่งรัชกาลปัจจุบันมีข้อความดังต่อไปนี้ –

…………..

“ผ้าพระกฐินทานกับทั้งผ้าอานิสงสบริวารทั้งปวงนี้ ของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ กอปรด้วยพระราชศรัทธา โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระราชทานให้ (ระบุนามบุคคลหรือหน่วยงานที่ได้รับพระราชทาน) น้อมนำมาถวายแด่พระสงฆ์ ซึ่งจำพรรษากาลถ้วนไตรมาส ในอาวาสวิหารนี้ ขอพระสงฆ์จงรับผ้าพระกฐินทานนี้ กระทำกฐินัตถารกิจ ตามพระบรมพุทธานุญาตนั้น เทอญ”

…………..

“กฐินัตถารกิจ” หมายถึง ขั้นตอนทั้งปวงตั้งแต่สงฆ์ได้รับผ้ากฐิน แล้วดำเนินกรรมวิธีตามพระวินัยจนเสร็จสิ้น ซึ่งเรียกตามภาษาพระวินัยว่า “กรานกฐิน”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต ขยายความไว้ดังนี้ –

กรานกฐิน : ขึงไม้สะดึง คือเอาผ้าที่จะเย็บเป็นจีวรเข้าขึงที่ไม้สะดึง เย็บเสร็จแล้วบอกแก่ภิกษุทั้งหลายผู้ร่วมใจกันยกผ้าให้ในนามของสงฆ์ เพื่ออนุโมทนา ภิกษุผู้เย็บจีวรเช่นนั้นเรียกว่า ผู้กราน

พิธีทำในบัดนี้คือ ภิกษุซึ่งจำพรรษาครบสามเดือนในวัดเดียวกัน (ต้องมีจำนวน ๕ รูปขึ้นไป) ประชุมกันในอุโบสถ พร้อมใจกันยกผ้ากฐินให้แก่ภิกษุรูปหนึ่งในหมู่พวกเธอ ภิกษุรูปที่ได้รับผ้านั้นทำกิจ ตั้งแต่ ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อมให้เสร็จในวันนั้น ทำพินทุกัปปะอธิษฐานเป็นจีวรครองผืนใดผืนหนึ่งในไตรจีวร แล้วบอกแก่สงฆ์ผู้ยกผ้าให้เพื่ออนุโมทนา เรียกว่า กรานกฐิน

ถ้าผ้ากฐินเป็นจีวรสำเร็จรูป (เรียกว่าผ้ากฐินมีบริกรรมสำเร็จแล้ว) กิจที่จะต้อง ซัก กะ ตัด เย็บ ย้อม ก็ไม่มี ภิกษุที่ได้รับมอบให้แล้ว จึงทำพินทุกัปปะอธิษฐานเป็นจีวรครองผืนใดผืนหนึ่งในไตรจีวร แล้วแจ้งแก่สงฆ์เพื่ออนุโมทนาต่อเนื่องไปเลย

…………..

“กฐินัตถารกิจ” หรือ “กรานกฐิน” ในภาพรวมก็คือการทอดกฐินที่คนไทยรู้จักกันดีนั่นเอง

กิจในเรื่องทอดกฐินมี 2 ส่วน คือ –

(1) ส่วนที่ชาวบ้านนำผ้าไปถวายแก่สงฆ์

(2) ส่วนที่สงฆ์รับผ้านั้นไปกระทำกิจในขั้นตอนต่างๆ ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดไว้ในพระวินัย

“กฐินัตถารกิจ” ในปัจจุบันนี้ ผู้คนไม่ได้ให้ความสำคัญกับ “ผ้ากฐิน” หรือความสามัคคีของสงฆ์อันเป็นมูลเหตุดั้งเดิมของพุทธานุญาต แต่กลับไปให้ความสำคัญกับจำนวนเงินที่จะได้ในการทอดกฐิน จนกระทั่งการทอดกฐินกลายเป็นเทศกาลและกิจกรรมเพื่อการหาเงิน และในที่สุดก็ให้ความสำคัญกับการหาเงินจนกระทั่งลืมนึกถึงความถูกต้องตามพระธรรมวินัยไปเลยก็มี

…………..

บาลีวันละคำชุด:-

: ช่วยกันสืบทอดพระศาสนา
: ช่วยกันรู้ภาษาพระธรรมวินัย

…………..

ดูก่อนภราดา!

ทอดกฐินถามว่าได้เท่าไรครับ
ไม่มีทรัพย์หมดสิทธิ์คิดทอดกฐิน
ผ้าผืนเดียวด้อยค่าน้ำตาริน
โอ้ดอกดินหรือจะงอกสู้ดอกเงิน