กฐินเป็นกองไม่ใช่ของพระพุทธเจ้า

————

ปุจฉา: กฐินที่ไหนหนอเป็นกอง? 

…………….

กฐินเป็นกอง เป็นคำพูดและการกระทำที่เกิดจากความโลภเป็นที่ตั้ง 

กฐินเป็นกอง เป็นการเรียกตามผ้าป่า เพราะผ้าป่าสามารถทอดเป็นกองๆ จะกี่กองก็ได้

ต้นเหตุของการทอดผ้าป่าเกิดจากสมัยพุทธกาลผ้าหายาก มีพุทธบัญญัติให้พระสงฆ์เที่ยวหาชิ้นผ้าที่เขาทิ้งแล้วมาเย็บย้อมเป็นจีวรใช้นุ่งห่ม (เป็นการแสดงถึงชีวิตที่เรียบง่าย) ยังไม่มีพุทธานุญาตให้พระสงฆ์รับจีวรสำเร็จรูปจากญาติโยม

ชาวบ้านเห็นความลำบากของพระ ปรารถนาจะสงเคราะห์ด้วยผ้า จึงทำอุบายเอาผ้าไปวางทิ้งไว้ตามทางที่พระจะผ่านไปเพื่อให้พระเห็นจะได้เก็บไปทำจีวรได้สะดวกขึ้น กิริยาที่เอาผ้าไปวางทิ้งไว้นั้นเรียกว่า “ทอด” (ทอด คือวาง) และทางที่พระผ่านก็คือพื้นที่ป่า เพราะพระสมัยแรกย่อมอยู่ป่าเป็นพื้น จึงเติมคำว่า “ป่า” ลงไปเป็น “ผ้าป่า” คือผ้าที่วางไว้ตามป่า

การทอดผ้าเช่นนั้นจึงเกิดเป็นความนิยมขึ้นด้วยเป็นวิธีบำเพ็ญทานได้อีกทางหนึ่ง

ในเมืองไทยเราอุดมด้วยพืชพรรณธัญญาหาร ชาวบ้านที่ศรัทธาจะทอดผ้าป่าจึงนิยมเอาผลไม้ที่หาได้ในพื้นถิ่นทอดแถมให้พระด้วย อาจรวมทั้งของอื่นๆ ทั้งที่เป็นของกินและของใช้ ของเหล่านี้เมื่อนำไปทอดก็วางกองอยู่กับพื้น ไม่ได้ใส่ภาชนะ นี่คือกำเนิดของการเรียกผ้าป่าว่า “กอง”

เหตุที่ต้องวางกองกับพื้น อาจเนื่องมาจากผ้าป่าในชั้นเดิมผู้ทอดไม่ได้แสดงตัวให้ปรากฏเพราะเจตนาจะให้พระเข้าใจว่าเป็นผ้าที่ทิ้งแล้ว ไม่มีเจ้าของ คำชักผ้าป่าก็ยังเป็นพยานอยู่ คือ “อิมัง วัตถัง อัสสามิกัง มัยหัง ปาปุณาติ” แปลว่า “ผ้านี้ไม่มีเจ้าของ ย่อมถึงแก่ข้าพเจ้า” ดังนั้นของที่เป็นบริวารผ้าป่าจึงต้องทำให้แนบเนียนว่าเป็นของไม่มีเจ้าของด้วย ถ้าใส่ภาชนะวางไว้ ย่อมชวนให้เข้าใจว่ายังมีเจ้าของอยู่

การทอดผ้าป่าในสมัยก่อนผู้ทอดจะไม่แสดงตัวให้พระเห็น เมื่อเอาผ้าและของบริวารมากองไว้แล้วก็ทำสัญญาณ ที่นิยมกันมากคือจุดประทัด แล้วรีบหลบไป พระได้ยินเสียงประทัดก็เป็นอันเข้าใจว่ามีผู้เอาผ้าป่ามาทอด ก็จะไปชักผ้าป่ามา สมัยผมเป็นเณรอยู่บ้านนอกเคยเจอผ้าป่าจุดประทัดแบบที่ว่านี้บ่อยๆ

เดี๋ยวนี้ผ้าป่าเพี้ยนไปหมดแล้ว ผ้าป่าเดี๋ยวนี้มีเจ้าภาพแสดงตัวอยู่ตรงนั้นเลย ซ้ำยังมีการกล่าวคำถวายอีกด้วย คำชักผ้าป่าก็เพี้ยนไปเป็นคำชักผ้าบังสุกุลงานศพ

สรุปว่า ผ้าป่าทอดเป็นกอง จะทอดกี่กองก็ได้

แต่กฐินสำเร็จด้วยผ้าผืนเดียว มีเจ้าภาพแน่นอน แม้จะใช้กิริยา “ทอด” แต่ก็ไม่ได้เอาผ้าและของบริวารกองไว้กับพื้นเหมือนผ้าป่า กฐินจึงไม่มีเหตุอันควรที่จะเรียกว่า “กอง” ยิ่งกฐินที่เชิญชวนกันมาเป็นสิบเป็นร้อยกองยิ่งเลอะเทอะไปใหญ่

หาเงินเข้าวัดก็หาไป
แต่ไม่ควรเอาพระธรรมวินัยมาทำให้วิปริต

………….

วันที่ ๔๕ เบื้องหน้าแต่พรรษากาล

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๑๐ กันยายน ๒๕๖๑
๒๐:๓๑