ธรรมบท

ทางผ่านของนักเรียนบาลี

อ่านว่า ทำ-มะ-บด

ประกอบด้วยคำว่า ธรรม + บท

(๑) “ธรรม”

บาลีเป็น “ธมฺม” (ทำ-มะ) รากศัพท์มาจาก ธรฺ (ธาตุ = ทรงไว้) + รมฺม (ปัจจัย) ลบ รฺ ที่สุดธาตุ (ธรฺ > ธ) และ ร ต้นปัจจัย (รมฺม > มฺม)

: ธรฺ > ธ + รมฺม > มฺม : ธ + มฺม = ธมฺม (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “กรรมที่ทรงไว้ซึ่งความดีทุกอย่าง” (หมายถึงบุญ)
(2) “สภาวะที่ทรงผู้ดำรงตนไว้มิให้ตกไปในอบายและวัฏทุกข์” (หมายถึงคุณธรรมทั่วไปตลอดจนถึงโลกุตรธรรม)
(3) “สภาวะที่ทรงไว้ซึ่งสัตว์ผู้บรรลุมรรคเป็นต้นมิให้ตกไปในอบาย” (หมายถึงโลกุตรธรรม คือมรรคผล)
(4) “สภาวะที่ทรงลักษณะของตนไว้ หรืออันปัจจัยทั้งหลายทรงไว้” (หมายถึงสภาพหรือสัจธรรมทั่วไป)
(5) “สภาวะอันพระอริยะมีโสดาบันเป็นต้นทรงไว้ ปุถุชนทรงไว้ไม่ได้” (หมายถึงโลกุตรธรรม คือมรรคผล)

คำแปลตามศัพท์ที่เป็นกลางๆ “ธมฺม” คือ “สภาพที่ทรงไว้”

“ธมฺม” สันสกฤตเป็น “ธรฺม” เราเขียนอิงสันสกฤตเป็น “ธรรม”

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “ธรรม” ไว้ดังนี้ –

(1) คุณความดี เช่น เป็นคนมีธรรมะ เป็นคนมีศีลมีธรรม
(2) คําสั่งสอนในศาสนา เช่น แสดงธรรม ฟังธรรม ธรรมะของพระพุทธเจ้า
(3) หลักประพฤติปฏิบัติในศาสนา เช่น ปฏิบัติธรรม ประพฤติธรรม
(4) ความจริง เช่น ได้ดวงตาเห็นธรรม
(5) ความยุติธรรม, ความถูกต้อง, เช่น ความเป็นธรรมในสังคม
(6) กฎ, กฎเกณฑ์, เช่น ธรรมะแห่งหมู่คณะ
(7) กฎหมาย เช่น ธรรมะระหว่างประเทศ
(8) สิ่งของ เช่น เครื่องไทยธรรม

ในที่นี้ “ธรรม” มีความหมายเน้นที่-คําสั่งสอนและหลักประพฤติปฏิบัติในพระพุทธศาสนา

(๒) “บท”

บาลีเป็น “ปท” (ปะ-ทะ) รากศัพท์มาจาก ปทฺ (ธาตุ = บรรลุ, ถึง) + อ ปัจจัย

: ปทฺ + อ = ปท แปลตามศัพท์ว่า (1) “สภาวะอันพระอริยะบรรลุ” = นิพพาน (2) “สิ่งเป็นเหตุเป็นไปแห่งผล” = เหตุ, เค้ามูล, ปัจจัย (3) “อวัยวะเป็นเครื่องเดินไป” = เท้า

“ปท” ในบาลีใช้ในความหมายอะไรบ้าง :

(1) เท้า (foot)
(2) การก้าว, รอยเท้า, ทาง (step, footstep, track)
(3) หนทาง, ช่องทาง (way, path)
(4) ตำแหน่ง, สถานที่ position, place
(5) กรณี, โชคชะตา, หลักการ, ส่วน, องค์ประกอบ, ลักษณะ, ส่วนประกอบ, รายการ, สิ่งของ, มูลฐาน (case, lot, principle, part, constituent, characteristic, ingredient, item, thing, element)
(6) ในบทร้อยกรองหมายถึง คำ, ฉันท์ (หรือหนึ่งในสี่ของฉันท์), โศลก, บท, ประโยค (a word, verse (or a quarter of a verse), stanza, line, sentence)

ในที่นี้ “ปท” ใช้ในความหมายตามข้อ (2) และ (3)

“ปท” ในภาษาไทยมักใช้ทับศัพท์ว่า “บท”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกความหมายของ “บท” ในภาษาไทยไว้ดังนี้ –

(1) ข้อความเรื่องหนึ่ง ๆ หรือตอนหนึ่ง ๆ เช่น บทที่ ๑ บทที่ ๒.
(2) กําหนดคําประพันธ์ที่ลงความตอนหนึ่ง ๆ เช่น โคลง ๔ สุภาพ ๔ บาท เป็น ๑ บท
(3) คําที่ตัวละครพูด เช่น บอกบท.
(4) คําประพันธ์ที่เขียนขึ้นสําหรับเล่นละคร มีทั้งบทร้องและบทเจรจา เช่น บอกบท เขียนบท.
(5) คราว, ตอน, ในคําเช่น บทจะทําก็ทํากันใหญ่ บทจะไปก็ไปเฉย ๆ บทจะตายก็ตายง่ายเหลือเกิน.

ธมฺม + ปท = ธมฺมปท (ทำ-มะ-ปะ-ทะ) แปลว่า “ทางแห่งธรรม” หมายถึงหนทาง คือหลักปฏิบัติ อันนำไปสู่การบรรลุธรรม

พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ไทย-อังกฤษ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต แปล “ธมฺมปท” เป็นอังกฤษดังนี้ –

Dhammapada : 1. “Way of Truth”; “An Anthology of Sayings of the Buddha”; name of the second division of the Khuddaka Nikāya. 2. a line or stanza of the Doctrine; a word of the Doctrine; talk or discourse on the Dhamma.

“ธมฺมปท” ในภาษาไทยใช้เป็น “ธรรมบท” พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ดังนี้ –

“ธรรมบท : (คำนาม) ข้อแห่งธรรม, ชื่อคาถาบาลีคัมภีร์หนึ่งในขุทกนิกายแห่งพระสุตตันตปิฎก.”

พจนานุกรมพุทธศาสน์ ฉบับประมวลศัพท์ ของท่าน ป.อ. ปยุตฺโต บอกไว้ดังนี้ –

“ธรรมบท : 1. บทแห่งธรรม, บทธรรม, ข้อธรรม 2. ชื่อพุทธคาถาอันเป็นบทแห่งธรรม จำนวน ๔๒๓ คาถา ซึ่งจัดเป็นคัมภีร์ที่ ๒ ในขุททกนิกาย แห่งพระสุตตันตปิฎก.”

ขยายความ :

๑ ในบาลีพระไตรปิฎก คัมภีร์นี้ชื่อ “ธมฺมปท” เป็นคาถา (คือคำร้อยกรอง) ล้วน จำนวน 423 บท บาลีพระไตรปิฎกฉบับอักษรไทยพิมพ์ไว้ในเล่มที่ 25 ในภาษาไทยนิยมเรียกว่า “ธรรมบท”

๒ คัมภีร์ชั้นอรรถกถาที่อธิบายความในคัมภีร์ “ธมฺมปท” เรียกว่า “ธัมมปทัฏฐกถา” (ทำ-มะ-ปะ-ทัด-ถะ-กะ-ถา) คำนี้แปลว่า “คำอธิบายความแห่งคัมภีร์ธรรมบท” หรือเรียกทับศัพท์ว่า “อรรถกถาธรรมบท”

ความจริงคัมภีร์นี้มีชื่อเฉพาะว่า “ปรมัตถโชติกา” แต่นักเรียนบาลีแทบทั้งหมดจะไม่รู้จักชื่อนี้ จึงมักเรียกกันว่า “ธัมมปทัฏฐกถา”

๓ คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” ประกอบด้วยเนื้อหาหลัก 3 ส่วน คือ –

(1) เรื่องเล่าถึงความเป็นมาหรือเหตุการณ์ที่เป็นสาเหตุให้พระพุทธองค์ตรัสคาถาบทนั้นๆ ส่วนนี้นิยมเรียกกันว่า “ท้องนิทาน”

(2) ตัวคาถาที่ยกมาจากคัมภีร์ “ธมฺมปท” ในพระไตรปิฎก เรียกกันว่า “คาถา”

(3) คำอธิบายความหมายของคาถา เรียกกันว่า “แก้อรรถ”

๔ วิธีเรียบเรียงในคัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” คือยกคาถาจากคัมภีร์ “ธมฺมปท” ในพระไตรปิฎกมาตอนหนึ่ง (ซึ่งอาจเป็นคาถาบทเดียวหรือหลายบท) โดย (1) เล่า “ท้องนิทาน” ประกอบ (2) แล้วอ้างคาถาบทนั้น และ (3) อธิบายความหมายของคาถา จบลงด้วยการสรุปว่าเมื่อตรัสคาถาจบแล้วผู้ฟังบรรลุผลเช่นไร รวมทั้ง 3 ส่วนนี้เรียกว่า “วตฺถุ” (แปลว่า “เรื่อง-” เช่น “จกฺขุปาลตฺเถรวตฺถุ” = เรื่องพระเถระชื่อว่าจักขุบาล

“ธัมมปทัฏฐกถา” ประกอบด้วย “วตฺถุ” คือ“เรื่อง-” ดังกล่าวนี้ทั้งหมด 302 เรื่อง

๕ คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” ที่พิมพ์เป็นบาลีอักษรไทยฉบับที่ยุติเป็นมาตรฐานในเมืองไทย คือฉบับที่มหามกุฏราชวิทยาลัยจัดพิมพ์ แบ่งเป็น 8 เล่ม เรียกว่า “ภาค” ตั้งแต่ “ปฐโม ภาโค” = ภาค 1 จนถึง “อฏฺฐโม ภาโค” = ภาค 8

และวงการบาลีในเมืองไทยถ้าพูดว่า “ธรรมบท” จะเป็นที่เข้าใจกันว่าหมายถึง “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “อรรถกถาธรรมบท” ดังกล่าวนี้ ไม่ได้หมายถึง “ธมฺมปท” ในพระไตรปิฎก

๖ หลักสูตรการศึกษาแผนกบาลีของคณะสงฆ์ไทยกำหนดให้ใช้คัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” เป็นแบบเรียนวิชาแปลมคธเป็นไทย ชั้นประโยค 1-2 และชั้นประโยค ป.ธ. 3 และวิชาแปลมคธเป็นไทย ชั้นประโยค ป.ธ.4 (เฉพาะเล่ม ปฐโม ภาโค เล่มเดียว)

กล่าวได้ว่า มหาเปรียญทั้งหมดในเมืองไทยต้องผ่านคัมภีร์ “ธัมมปทัฏฐกถา” หรือ “ธรรมบท” มาแล้วจึงจะมีสิทธิ์ใช้คำนำหน้าชื่อว่า “พระมหา”

…………..

บาลีวันละคำชุด:-

: ช่วยกันสืบทอดพระศาสนา
: ช่วยกันรู้ภาษาพระธรรมวินัย

…………..

ดูก่อนภราดา!

: กรรมของการศึกษาบาลี
: คือมองคัมภีร์ แต่ไม่เห็นธรรม