นารีปราโมทย์ – หนึ่งในรสวรรณคดีไทย

รสวรรณคดีไทย ตามตำราท่านว่ามี 4 รส ตั้งชื่อคล้องจองกันว่า –

เสาวรจนี 
นารีปราโมทย์ 
พิโรธวาทัง 
สัลลาปังคพิสัย

…………..

“นารีปราโมทย์” อ่านว่า นา-รี-ปฺรา-โมด แยกศัพท์เป็น นารี + ปราโมทย์

(๑) “นารี”

รากศัพท์มาจาก นร + ณ ปัจจัย + อี ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

“นร” (นะ-ระ) รากศัพท์มาจาก –

(1) นี (ธาตุ = นำไป) + อร ปัจจัย, ลบ อี ที่ นี (นี > น) (ภาษาไวยากรณ์พูดว่า “ลบสระหน้า)

: นี > น + อร = นร แปลตามศัพท์ว่า “ผู้นำไปสู่ความเป็นใหญ่”

(2) นรฺ (ธาตุ = ไป, เป็นไป; นำไป) + อ ปัจจัย

: นรฺ + อ = นร แปลตามศัพท์ว่า (1) “ผู้ดำเนินไปสู่ภพน้อยภพใหญ่” (2) “ผู้อันกรรมของตนนำไป” (3) “ผู้ถูกนำไปตามกรรมของตน”

“นร” หมายถึง คน ในบางบริบทหมายถึง “ผู้ชาย” โดยเฉพาะ (man, in poetry esp. a brave, strong, heroic man)

นร + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, ทีฆะ อะ ต้นศัพท์เป็น อา (ตามสูตร “ด้วยอำนาจปัจจัยเนื่องด้วย ณ”) (นร > นาร) + อี ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์

: นร + ณ = นรณ > นร > นาร + อี = นารี แปลตามศัพท์ว่า “ผู้เป็นของชายเพราะคู่กับชาย”

“นารี” ในบาลีหมายถึง สตรี, ภรรยา, ผู้หญิง (woman, wife, female)

ในภาษาไทย พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“นารี : (คำแบบ คือคำที่ใช้เฉพาะในหนังสือ ไม่ใช่คำพูดทั่วไป) (คำนาม) ผู้หญิง, นาง. (ป., ส.).”

(๒) “ปราโมทย์”

เป็นรูปคำอิงสันสกฤต บาลีเป็น “ปาโมชฺช” (ปา-โมด-ชะ) รากศัพท์มาจาก ป (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + มุทฺ (ธาตุ = ร่าเริง, ยินดี) + ณฺย ปัจจัย, ลบ ณฺ (ณฺย > ย), ทีฆะ อะ ที่ ป เป็น อา (ป > ปา), แผลง อุ ที่ มุ-(ทฺ) เป็น โอ (มุทฺ > โมท), แปลง ทฺย (คือ ทฺ ที่สุดธาตุ + ย จาก ณฺย ปัจจัย) เป็น ชฺช

: ป + มุทฺ = ปมุทฺ + ณฺย = ปมุทฺณฺย > ปมุทฺย > ปามุทฺย > ปาโมทฺย > ปาโมชฺช (นปุงสกลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ภาวะแห่งบุคคลหรือจิตที่มีความยินดีทั่วไป” หมายถึง ความยินดี, ความร่าเริง, ความสุข (delight, joy, happiness)

บาลี “ปาโมชฺช” สันสกฤตเป็น “ปฺรโมทฺย” ภาษาไทยใช้เป็น “ปราโมทย์”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ปราโมทย์ : (คำนาม) ความบันเทิงใจ, ความปลื้มใจ, ปราโมช ก็ใช้. (ส. ปฺรโมทฺย; ป. ปาโมชฺช).”

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน ไม่มีคำว่า “ปฺรโมทฺย” แต่มีคำว่า “ปฺรโมท” บอกไว้ดังนี้ –

“ปฺรโมท : (คำนาม) ‘ประโมท,’ ความบันเทิง, สุข, ปรีติ; pleasure, happiness, delight.”

นารี + ปราโมทย์ = นารีปราโมทย์ แปลตามศัพท์ว่า “ถ้อยคำที่ทำให้ผู้หญิงปลื้มใจ” หรือ “ถ้อยคำอันยังความบันเทิงใจให้เกิดแก่สตรี” หรือแปลทับศัพท์ว่า “เครื่องปราโมทย์ใจแห่งนารี”

ในทางวรรณคดีไทย คำประพันธ์ที่มีลักษณะเป็น “นารีปราโมทย์” หมายถึงคำประพันธ์ที่มีความหมายในทางเกี้ยวพาราสี บอกรัก ฝากรักในเชิงชู้สาว ซึ่งฝ่ายชายเป็นผู้กล่าวแก่ฝ่ายหญิง บางทีเรียกว่า บทเกี้ยว หรือบทโอ้โลม

ทำไมถ้อยคำบอกรักจึงเป็น “เครื่องปราโมทย์ใจแห่งนารี” ?

อาจตอบได้เป็นเลาๆ ด้วยการล้อคำถามนั่นเองว่า “ไม่มีอะไรจะทำให้สตรีบันเทิงใจยิ่งไปกว่าคำบอกรักจากบุรุษ” แต่คำตอบที่แจ้งชัดควรมาจากปากของสตรีเอง

อย่างไรก็ตาม มีคำที่ผู้เจนโลกสรุปไว้ว่า อันว่าสตรีเพศนั้นทำให้ถูกใจอย่างเดียว ได้หมดทุกอย่าง

…………..

ดูก่อนภราดา!

: “ยอมทุกอย่างแก่ผู้ที่ทำให้ถูกใจ”
: คือธรรมชาติอันเป็นมหันตภัยของนารี

————–
(ได้แรงบันดาลใจจากโพสต์ของ Charanya Deeboonmee Na Chumphae)