สถิต ทำไมจึงไม่ต้องมี ย การันต์

คนส่วนมาก พอเขียนคำว่า “สถิต” ก็มักจะเขียนเป็น “สถิตย์” มี ย การันต์ด้วยเสมอ

“สถิตย์” (มี ย การันต์) เป็นคำที่เขียนผิด
“สถิต” (ไม่ค้องมี ย การันต์) เป็นคำที่ถูกต้อง

ทำไม “สถิต” จึงไม่ต้องมี ย การันต์

ก็เหมือน-เมื่อถามว่า “อนุญาต” ทำไมจึงไม่ต้องมีสระ อิ บางคนตอบว่า เพราะพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้เขียนอย่างนั้น

ถามว่า “สถิต” ทำไมจึงไม่ต้องมี ย การันต์ บางคนคงตอบแบบเดียวกัน คือเพราะพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถานกำหนดให้เขียนอย่างนั้น

ถ้าถามต่อไปว่า ทำไมพจนานุกรมฯ กำหนดให้เขียนอย่างนั้น คนส่วนมากคงจะไม่ทราบเหตุผล

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“สถิต : (คำกริยา) อยู่, ยืนอยู่, ตั้งอยู่, (ใช้เป็นคํายกย่องแก่สิ่งหรือบุคคลที่อยู่ในฐานะสูง) เช่น พระเจ้าสถิตบนสวรรค์ พระมหากษัตริย์สถิตบนพระที่นั่ง สมเด็จพระสังฆราชสถิต ณ วัดบวรนิเวศวิหาร. (ส. สฺถิต; ป. ฐิต).”

พจนานุกรมฯ บอกว่า “สถิต” เป็นรูปคำสันสกฤต สะกดเป็น “สฺถิต” (มีจุดใต้ สฺ) บาลีเป็น “ฐิต”

“ฐิต” อ่านว่า ถิ-ตะ รากศัพท์มาจาก ฐา (ธาตุ = ตั้งอยู่, ดำรงอยู่, ยืนอยู่) + ต ปัจจัย, แปลง อา ที่ ฐา เป็น อิ (ฐา > ฐิ)

: ฐา + ต = ฐาต > ฐิต (คำกริยาและคุณศัพท์) แปลตามศัพท์ว่า “ตั้งอยู่แล้ว” หมายถึง ยืนอยู่, ไม่เคลื่อนไหว, ดำรงอยู่ (standing, immovable, being)

บาลี “ฐิต” สันสกฤตเป็น “สฺถิต”
สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกๆว้ดังนี้ –
(สะกดตามต้นฉบับ)

“สฺถิต : (คำวิเศษณ์) อันไม่เคลื่อนที่; อันอยู่หรือหยุดแล้ว; อันตั้งใจแล้ว; ตรงหรือสัตย์ซื่อ; สาธุหรือธารมิก; อันได้ตกลงแล้ว; immovable or steady; stayed or stopped; determined or resolved; upright, virtuous; agreed.”

ข้อสังเกต :

โปรดสังเกตว่า “สถิต” เมื่อแปลงกลับเป็นบาลีได้รูปเป็น “ฐิต”

บาลีที่ลงท้ายด้วย “-ต” เมื่อแปลงเป็นสันสกฤตก็คงเป็น “-ต” ไม่เป็น “-ตย”

ดังนั้น ฐิต <> จึงเป็น <> สถิต <> ไม่ใช่ <> สถิตย

“สถิต” (ถูก) จึงไม่ต้องมี ย การันต์ เป็น “สถิตย์” (ผิด)

คำที่ลงท้ายด้วย “-ตย” ในสันสกฤต เมื่อแปลงกลับเป็นบาลีจะลงท้ายด้วย “-จฺจ” เช่น –

นิจฺจ <> นิตฺย <> นิตย์
อาทิจฺจ <> อาทิตฺย <> อาทิตย์
กิจฺจ <> กิตฺย <> กิตย์ (สิ่งที่พึงทำ)
ปณฺฑิจฺจ <> ปณฺฑิตฺย <> บัณฑิตย์ (ความเป็นคนมีปัญญา, ความเป็นบัณฑิต)

สมมุติว่า “ฐิต” บาลีเป็น “ฐิจฺจ” สันสฤตก็จะเป็น “สฺถิตฺย” และควรจะเขียนในภาษาไทยเป็น “สถิตย์” ได้

แต่เพราะบาลีไม่ใช่ “ฐิจฺจ” แต่เป็น “ฐิต” สันสฤตจึงเป็น “สฺถิต” ไม่ใช่ “สฺถิตฺย” และต้องเขียนในภาษาไทยเป็น “สถิต” (ไม่ต้องมี ย การันต์) จึงจะถูกต้อง

ข้อสังเกตแถม :

ตัวอย่างคำที่บาลีเป็น “ฐ” สันสกฤตเป็น “สฺถ”

บาลี “ฐาน” สันสกฤตเป็น “สฺถาน” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สถาน”

บาลี “ฐาปน” สันสกฤตเป็น “สถาปน” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สถาปนา”

บางทีบาลีเป็น “ถ” อยู่แล้ว (ซึ่งมักแปลงมาจาก “ฐ” อีกทีหนึ่ง) สันสกฤตก็เติม “สฺ” เข้าข้างหน้าเป็น “สฺถ” เช่น –

บาลี “ถาวร” (แปลงมาจาก “ฐาวร”) สันสกฤตเป็น “สฺถาวร” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สถาพร”

บาลี “ถิร” (แปลงมาจาก “ฐิร”) สันสกฤตเป็น “สฺถิร” ใช้ในภาษาไทยเป็น “เสถียร”

บาลี “ถูล” สันสกฤตเป็น “สฺถูล” ใช้ในภาษาไทยเป็น “สถุล”

…………..

ทำไม “สถิต” จึงมักเขียนผิดเป็น “สถิตย์” (มี ย การันต์)

ครูสอนภาษาไทยมักอธิบายเชิงวิชาการว่า สาเหตุเกิดจาก “มีแนวเทียบผิด” เช่นคุ้นกับคำว่า “นิตย์” “อาทิตย์” เป็นต้น จึงเข้าใจผิดและเขียนตามไปผิดๆ เป็น “สถิตย์”

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ทำตามแล้วผิด
: บัณฑิตย่อมไม่ทำ