อิติปิ โส

หญ้าปากคอก

อ่านเท่าตาเห็นว่า อิ-ติ-ปิ-โส

“อิติปิ โส” มีคำบาลีอยู่ 3 คำ คือ “อิติ” “ปิ” “โส”

(๑) “อิติ” (อิ-ติ)

เป็นคำจำพวกนิบาต ลักษณะพิเศษของคำนิบาตคือไม่แจกด้วยวิภัตติปัจจัย คงรูปเดิมอยู่เสมอ แต่ในกรณีที่สนธิกับคำอื่นอาจกลายรูปและเสียงได้ แต่เมื่อแยกคำแล้วยังคงเป็นรูปเดิม

ถ้าจะแสดงรากศัพท์ ท่านว่า “อิติ” มาจาก อิ (ธาตุ = ไป) + ติ ปัจจัย

: อิ + ติ = อิติ แปลตามศัพท์ว่า “การไป” “สิ่งที่ไป” “สิ่งเป็นเครื่องไป”

ตำราบาลีไวยากรณ์ที่นักเรียนบาลีในเมืองไทยใช้เรียน แปล “อิติ” เป็นไทยว่า –

(1) เพราะเหตุนั้น, เพราะเหตุนี้
(2) ว่าดังนี้
(3) ด้วยประการนี้
(4) ชื่อ
(5) คือว่า

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ ไม่ได้แปล “อิติ” เป็นภาษาอังกฤษแบบคำตรงๆ แต่บอกไว้ว่า –

(1) “thus” (เช่นนั้น)
(2) “thus, in this way” (เช่นนั้น, ในทำนองนี้)
(3) “so it is that” (เรื่องเป็นเช่นนี้คือ)

(๒) “ปิ”

เป็นคำจำพวกนิบาต ตำราบาลีไวยากรณ์ที่นักเรียนบาลีในเมืองไทยใช้เรียน แปล “ปิ” ว่า “แม้”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “ปิ” เป็นภาษาอังกฤษไว้หลายคำ ขอยกมาเสนอในที่นี้เพื่อประกอบความรู้ โปรดสังเกตว่าบางข้อใช้คำแปลซ้ำกัน ทั้งนี้เป็นเพราะเมื่อใช้ในบริบทที่ต่างกัน ความหมายก็ย่อมจะต่างกันไปด้วย

(1) also, and also, even (ด้วย, และ, ถึงกระนั้น)

(2) even, just so (ถึงแม้, เช่นนั้นทีเดียว)

(3) but, however, on the other hand, now [continuing a story] (แต่, อย่างไรก็ตาม, อีกอย่างหนึ่ง, บัดนี้ [ดำเนินเรื่องให้ติดต่อกัน])

(4) although, even (แม้ว่า, ถึงแม้ว่า)

(5) perhaps, it is time that, probably (บางที, พอจะ, อาจจะ)

(๓) “โส”

เป็นคำสรรพนามชนิด “วิเสสนสัพพนาม” คือสรรพนามที่ขยายคำนามทั่วไป คำเดิมคือ “ต” (เรียกกันในหมู่นักเรียนบาลีว่า “ตะศัพท์” แปลว่า “นั้น” (คนนั้น เรื่องนั้น สิ่งนั้น ฯลฯ)

“ต” แจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกพจน์ ปุงลิงค์ เปลี่ยนรูปเป็น “โส”

ในคำว่า “อิติปิ โส” นี้ “โส” เป็นคำขยายคำว่า “ภควา” คือเป็น “โส ภควา” แปลว่า “พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น”

ขยายความ :

“อิติปิ โส” เป็นคำขึ้นต้นพระพุทธคุณที่เราสวดกันคุ้นปาก คือ —

อิติปิ โส ภควา อรหํ สมฺมาสมฺพุทฺโธ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน สุคโต โลกวิทู อนุตฺตโร ปุริสทมฺมสารถิ สตฺถา เทวมนุสฺสานํ พุทฺโธ ภควาติ.

“อิติปิ โส” แปลว่า “แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้น…”

เวลาแปลพระพุทธคุณท่านให้เอาคำว่า “อิติปิ” (แม้เพราะเหตุนี้) ไปควบเข้ากับพุทธคุณทุกบท คือเป็น —

อิติปิ อรหํ = แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นจึงทรงเป็นพระอรหันต์

อิติปิ สมฺมาสมฺพุทฺโธ = แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นจึงทรงเป็นพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

อิติปิ วิชฺชาจรณสมฺปนฺโน = แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นจึงทรงเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ

ไปจนถึง —

อิติปิ ภควา = แม้เพราะเหตุนี้ พระผู้มีพระภาคพระองค์นั้นจึงทรงเป็นพระภควา

“อิติปิ โส” จึงเป็นบทแสดงให้เห็นว่า พระพุทธองค์ทรงมีพระพุทธคุณบทนั้นๆ (รวม 9 บท) ด้วยเหตุผลอะไร เป็นการจูงใจให้ตามไปศึกษาเสมือนเป็นการ “ท้าพิสูจน์” ให้เห็นประจักษ์แก่ใจว่า ถ้าใครจะเคารพนับถือพระองค์ก็ต้องมีเหตุผลที่เพียบพร้อมว่าเหตุใดจึงเคารพนับถือ เคารพนับถือเพื่อประโยชน์อะไร

นักเล่นคาถานิยมเอาบท “อิติปิ โส” ไปสวดแปลงรูปเป็นต่างๆ เชื่อกันว่าจะเกิดความศักดิ์สิทธิ์ แต่ส่วนมากมักไม่ได้ศึกษาให้เข้าใจพระพุทธคุณแต่ละบทว่ามีความหมายอย่างไร และความศักดิ์สิทธิ์จะเกิดมีได้ด้วยเหตุผลอะไร

อนึ่ง โปรดสังเกตว่า “อิติปิ โส” เขียน “อิติปิ” แยกกับ “โส”

ไม่ใช่ “อิติปิโส”

…………..

บาลีวันละคำชุด:-

: ช่วยกันสืบทอดพระศาสนา
: ช่วยกันรู้ภาษาพระธรรมวินัย

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เมื่อจะรักใคร 
อาจไม่ต้องถามใจว่าทำไมจึงรัก

: แต่เมื่อจะทำกุศลให้ถูกหลัก 
ควรตอบได้ว่าทำไมจึงต้องทำ