ทานไม่ได้ทำให้สังสารวัฏยาวนาน

บางคนเห็นว่า ทานทําให้เราอยู่ดีมีสุขในปัจจุบันและชาติต่อไป จึงเข้าใจว่า ทานทําให้สังสารวัฏยาวนาว ความเข้าใจเช่นนี้ไม่ถูกต้อง เพราะกระทั่งพระโพธิสัตว์ทั้งหลายผู้ต้องการพ้นไปจากทุกข์ได้เริ่มบําเพ็ญบารมีด้วยการให้ทาน ท่านเหล่านั้นให้ทานเพื่ออนุเคราะห์ผู้อื่นไม่ใช่เพื่อให้ตนอยู่ดีสุข ดังนั้น ทานของท่านเหล่านั้นจึงเป็นทานบารมีเพราะไม่ใช่ทําเพื่อต้องการผลประโยชน์แก่ตนเอง

โดยเหตุที่ใจของผู้ต้องการจะอนุเคราะห์ช ่วยเหลือผู้อื่นประกอบด้วยเมตตา กรุณาหรือมุทิตา ดังนั้น ผลที่ได้รับจากการให้ทานเช่นนี้จึงมีอานิสงส์ยิ่งใหญ่ เพราะให้โดยไม่หวังผลตอบแทน

ผู้ที่ให้ทานนั้น ถ้าเราให้ทานแล้วอธิษฐานเพื่อพ้นไปจากวัฏฏะ ก็จัดเป็นทานบารมีเช่นเดียวกัน ไมใช่ตัณหา แต่เป็นกุสลฉันทะ คือ ฉันทะที่ประกอบกับกุศลจิต ส่วนทานที่ทําแล้วอธิษฐานให้ตนร่ํารวยหรือเกิดเป็นเทวดาเป็นต้น ไม่จัดเป็นบารมีคือ ความประพฤติของ
ผู้ประเสริฐ เพราะยังมีความยึดติดผูกพันในตันเอง และพอใจกับการอยู่ในสังสารวัฏ

ด้วยเหตุนี้ทานจึงเป็นสิ่งที่นําออกไปจากวัฏฏะ ไม ่ใช่ทําให้สังสารวัฏยาวนาน แต่ตัณหาที่เพลิดเพลินยินดีในกามคุณ ๕ คือ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัส จึงทําให้สังสารวัฏยาวนาน