ทำกรรมชั่วแม้ปกปิดไว้ได้ ก็ยังเดือดร้อนอยู่ดี

“อกตํ ทุกฺกตํ เสยฺโย        ปจฺฉา ตปฺปติ ทุกฺกตํ
กตญฺจ สุกตํ เสยฺโย         ยํ กตฺวา นานุตฺปฺปติ.”

ความว่า “ความชั่วไม่ทำเสียเลยดีกว่า เพราะนึกถึงความชั่วที่ไร หลังจากนั้นก็ย่อมเดือดร้อนใจไปเสียทุกที ดังนั้น ความดีควรทำไว้ดีกว่า เพราะทำแล้วนึกถึง ภาพยหลัง ก็มีแต่สุขใจไม่เดือดร้อนใจแล.”
(ขุ.ธ.นิรยวรรค ข้อ 32, มจร. ข้อ 314)

ความเป็นมาแห่งพุทธภาษิต พระพุทธเจ้าทรงแสดงแก่หญิงขี้หึงและพุทธบริษัท 4 ทรงปรารภถึงหญิงขี้หึงคนหนึ่ง นางจับได้ว่าสามีลักลอบเป็นชู้กับหญิงรับใช้ เมื่อสามีไม่อยู่ก็จับหญืงรับใช้มัดมือมัดเท้า ตัดหูและจมูกแล้วขังไว้ ตนเองพาสามีไปฟังธรรมในวิหารเพื่อปิดความชั่วนั้น แต่พวกญาติมาพบได้ปล่อยนางทาสสีเป็นอิสระ นางทาสีตามไปที่วัด แล้วกราบทูลให้พระศาสดาทรงทราบ พระพุทธองค์ตรัสว่า ทุจริตแม้เพียงเล็กน้อยก็ไม่ควรทำ ส่วนสุจริตแม้คนอื่นไม่รู้ก็ควรทำ เพราะทุจริตแม้ทำอย่างปิดบัง ก็ยังนำความเดือดร้อนมาในภายหลังได้ ส่วนสุจริตมีแต่ความปราโมทย์ แล้วตรัสภาษิตนี้
(ธ.อ.4/162-3)