ธุดงค์ … องค์คุณเครื่องสลัดกิเลสหรือกำจัดกิเลส
————————
ปุจฉา : ทำไมพระต้องเดินธุดงค์ด้วยเท้าเปล่ากลางแดด บางรูปก็เดินบางรูปก็ไม่เดิน บางรูปก็ใส่รองเท้าบางรูปก็ไม่ใส่รองเท้าคะ แล้วที่ไม่ออกเดินธุดงค์ผิดศีลไหมคะ

วิสัชนา : ธุดงค์เป็นวัตร ไม่ใช่ศีล
วัตร คือ ข้อปฏิบัติค่ะ ธุดงค์จึงเป็นเพียงกิจที่กระทำหรือข้อปฏิบัติ

ธุดงค์เป็นข้อปฏิบัติที่จะช่วยให้ผู้บวชกำจัดกิเลสภายในจิตของตนได้ ไม่มีการบังคับค่ะ กระทำด้วยความสมัครใจ ธุดงค์ไม่ใช่การทรมานด้วยการเดินด้วยเท้าเปล่ากลางแดดอย่างที่เข้าใจหรือที่เราพบเห็น

ธุดงค์ เป็นอุบายขัดเกลากิเลส ส่งเสริมความมักน้อย สันโดษ แบ่งออกเป็น ๔ หมวด รวม ๑๓ ข้อ ดังนี้
……….
หมวดที่ ๑ จีวรปฏิสังยุต :- เกี่ยวกับจีวร มี ๒ ข้อ
๑. ปังสุกูลิกังคะ องค์แห่งภิกษุผู้ถือผ้าบังสุกุลเป็นวัตร
….คือ ไม่รับจีวรจากทายก จะเที่ยวแสวงหาผ้าบังสุกุลมาเย็บย้อมทำจีวรเอง
๒. เตจีวริกังคะ องค์แห่งภิกษุผู้ถือไตรจีวรเป็นวัตร
….คือถือเพียงผ้าสามผืน ได้แก่ จีวร สบง สังฆาฏิอย่างละผืนเท่านั้น ไม่ใช้จีวรนอกจากผ้าสามผืนนั้น
……….
หมวดที่ ๒ ปิณฑปาตปฏิสังยุต :- เกี่ยวกับบิณฑบาต มี ๕ ข้อ
๓. ปิณฑปาติกังคะ องค์แห่งผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตเป็นวัตร
….คือ ไม่รับนิมนต์หรือลาภพิเศษอย่างอื่นใด ฉันเฉพาะอาหารที่บิณฑบาตมาได้เท่านั้น
๔. สปทานจาริกังคะ องค์แห่งผู้ถือเที่ยวบิณฑบาตไปตามลำดับบ้านเป็นวัตร
….คือรับตามลำดับบ้านตามแถวเดียวกัน ไม่รับข้ามบ้านข้ามแถว หรือถ้าเที่ยวบิณฑบาตไปตามตรอก ตามห้องแถวเรียงลำดับเรื่อยไปเป็นแนวเดียวกัน ไม่ข้ามไปเลือกรับที่โน้นที่นี่ตามใจชอบ
๕. เอกาสนิกังคะ องค์แห่งผู้ถือนั่งฉันที่อาสนะเดียวเป็นวัตร
….คือ ฉันวันละมื้อเดียว ลุกจากที่แล้วไม่ฉันอีกในวันนั้น
๖. ปัตตปิณฑิกังคะ องค์แห่งผู้ถือฉันเฉพาะในบาตรเป็นวัตร
….คือ ถือการฉันเฉพาะในบาตร ไม่ใช้ภาชนะอื่น
๗. ขลุปัจฉาภัตติกังคะ องค์แห่งผู้ถือห้ามภัตที่เขานำมาถวายภายหลัง
….คือ เมื่อลงมือฉันแล้วมีผู้นำอาหารมาถวายอีก ก็ไม่รับ
……….
หมวดที่ ๓ เสนาสนปฏิสังยุต :- เกี่ยวกับเสนาสนะมี ๕ ข้อ 
๘. อารัญญิกังคะ องค์แห่งผู้ถืออยู่ป่าเป็นวัตร
….คือ ไม่อยู่ในเสนาสนะใกล้บ้าน แต่อยู่ป่าห่างจากบ้านอย่างน้อย ๒๕ เส้น
๙. รุกขมูลิกังคะ องค์แห่งผู้ถืออยู่โคนไม้เป็นวัตร
….คือ ไม่อยู่ในที่มุงบัง
๑๐. อัพโภกาสิกังคะ องค์แห่งผู้ถืออยู่ในที่แจ้งเป็นวัตร
….คือ อยู่เฉพาะกลางแจ้ง ไม่อยู่ในที่มุงบัง หรือแม้แต่โคนไม้ (ห้ามถือในฤดูฝน)
๑๑. โสสานิกังคะ องค์แห่งผู้ถืออยู่ป่าช้าเป็นวัตร
….คือ อยู่แรมคืนในป่าช้าเป็นประจำ
๑๒. ยถาสันถติกังคะ องค์แห่งผู้ถือการอยู่ในเสนาสนะตามแต่เขาจัดให้
….คือ ไม่เลือกเสนาสนะเอาตามพอใจตัวเอง อยู่ตามที่มีผู้จัดให้
……….
หมวดที่ ๔ วิริยปฏิสังยุต :- เกี่ยวกับความเพียร มี ๑ ข้อ
๑๓. เนสัชชิกังคะ องค์แห่งภิกษุผู้ถือการนั่งเป็นวัตร
….คือ ถือในอิริยาบท นั่ง ยืน เดิน เท่านั้น ไม่นอนคือไม่ให้หลังจรดพื้น
—————————-
ซึ่งธุดงค์ทั้ง ๑๓ ข้อนั้น ไม่ใช่เฉพาะภิกษุเท่านั้น พุทธบริษัทสามารถถือเป็นข้อปฏิบัติของตนได้ค่ะ แต่มีข้อจำกัด ดังนี้
๑) ภิกษุ สามารถถือปฏิบัติได้ทั้ง ๑๓ ข้อ
๒) ภิกษุณี ถือได้ ๘ ข้อ (ข้อ ๑-๖ และ ๑๒-๑๓)
๓) สามเณร ถือได้ ๑๒ ข้อ (คือ เว้นข้อ ๒)
๔) สิกขมานาและสามเณรี ถือได้ ๗ ข้อ (ข้อ ๑,๓-๖ และ ๑๒-๑๓)
๕) อุบาสก อุบาสิกา(แม่ชี) ถือได้ ๒ ข้อ (ข้อ ๕,๖)
——————————
คงเข้าใจแล้วนะคะว่า ธุดงค์เป็นวัตรที่จะช่วยให้ขัดเกลากิเลส มี ๑๓ อย่าง ไม่ใช่อย่างที่เป็นข่าวบ้าง ที่เห็นกันตามท้องถนนบ้าง