นัยการประมวลปัจจัย(ปัจจยสังคหะ) มี 2 นัย คือ ปฏิจจสมุปปาทนัย 1 และ ปัฏฐานนัย 1

ถามว่านัยทั้งสองต่างกันเช่นไร ? นับเป็นข้อที่ 1 แต่ละนัยมีประโยชน์ต่อการแสดงเช่นไร ? นับเป็นข้อที่ 2 เมื่อมีการแสดงนัยทั้งสองไปในคราวเดียวกัน จะมีธรรมที่เป็นความเนื่องกันอะ

ไรที่ควรรู้บ้าง ? นับเป็นข้อที่ 3

ข้อที่ 1

คำว่า ปฏิจฺจสมุปฺฺปาท มีวิเคราะห์ศัพท์ว่า ปจฺจยสามคฺฺคึ ปฏิจฺจ สมํ สห จ ปจฺจยุปฺปนฺฺนธมฺเม อุปฺปาเทตีติ ปฏิจฺจสมุปฺปาโทฺ แปลว่า อาศัยความสามัคคีแห่งองค์(ตัว)ปัจจัย ก็ทำให้องค์(ตัว)แห่งผลธรรมเกิดขึ้นพร้อมเพรียงกันได้ เรียกว่า ปฏิจจสมุปบาท ได้แก่ องค์(ตัว)ปฏิจจสมุปบาท 12 องค์(ตัว)เป็นตัวการ คือ กล่าวแสดงเป็นประธานนั่นเอง

คำว่า ปฏฺฺฐาน มีวิเคราะห์ศัพท์ว่า นานปฺปการานิ ฐานานิ ปจฺจยา เอตฺถาติ อาทินา ปฏฺฐานํ อนนฺตนยสมนฺตปฏฺฐานมหาปกรณํฺฺ. แปลว่า ที่ตั้งอันเป็นตัวการ แห่งอาการที่เป็นปัจจัย นานัปอาการ ในคัมภีร์มหาปกรณ์สมันตปัฏฐานอันมีนัยหาที่สิ้นสุดมิได้นั้น เรียกว่า ปัฏฐาน ได้แก่ อาการที่เป็นปัจจัยของต้วการทั้งสิ้นนั่นเอง มี เหตุปัจจัย อารัมมณปัจจัย เป็นต้น กล่าวแสดงเป็นประธาน

ข้อที่ 2 

ปฏิจจสมุปบาทนัย มี 2 สาย คือ สายเกิด และ สายดับ ดังที่ทรงตรัสว่า ” อิมสฺมึ สติ อิทํ โหตื อิมสฺสุปฺปาทา อิทมุปฺปชฺชติ อิมสฺมึ อสติ อิทํ น โหติ อิมสฺส นิโรธา อิทํ นิรุชฺฌติ ” แปลว่า ” เมือสิ่งนี้มี สิ่งนี้จึงมีได้, เพราะสิ่งนี้เกิดขึ้น สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ก็ไม่มี, เพราะสิ่งนี้ดับไป สิ่งนี้จึงดับไปแล(สํ.นิ.16/15)

สายเกิด เหมาะที่จะแสดงกับบุคคลที่มีจริตอัธยาศัยไปในทางตายแล้วสูญสิ้น เพราะมีผลธรรมเกิดสืบเนื่องเป็นสาย
สายดับ เหมาะที่จะแสดงกับบุคคลที่มีจริตอัธยาศัย ไปในทางตายแล้วตัวตนเที่ยง
เพราะทั้งสายปรากฏแต่สภาวธรรมที่เป็นตัวการหามีตัวตนไม่

ส่วนปัฏฐานนัย เหมาะที่จะแสดงแก่บุคคลผู้มีจริตอัธยาศัย เป็นพุทธิ(มีปัญญามาก) เพราะปรากฏแต่อาการความเป็นปัจจัยของตัวการทั้งหลาย

ข้อที่ 3

เมื่อกล่าวนัยทั้ง 2 พร้อมกัน ก็ มีธรรมที่เนื่องกันระหว่างนัยที้งสอง เพิ่มขอบเขตของ ปฏิจจสมุปบาทให้กว้างขวางขึ้นดังนี้
อัทธา 3, องค์ 12(เนื่องกับความเป็นตัวการ), อาการ 20(เนื่องกับอาการความเป็นเหตุในอดีต 5 ความเป็นผลในปัจจุบัน 5 ความเป็นเหตุในปัจจุบัน 5 ความเป็นผลในอนาคต 5), สนธิ 3, สังเขป 4,วัฏฏะ 3 และมูล 2(โปรดศึกษารายละเอียดใน อรรถกถา ฎีกาประกอบเถิด ท่านจะเห็นความสำคัญว่าทำไมปฏิจจสมุปบาทจึงเป็นอารมณ์วิปัสสนาของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าทุกพระองค์ และทำไมเมื่อพุทธองค์ทรงพิจารณาปัฏฐานหลังการตรัสรู้จึงเกิดฉัพพรรณรังสีขึ้นเป็นต้น)(สาระปัจจัยสังคหะจากนิสสยอักษรธรรมล้านช้าง)