“ภาษาบาลีอยู่ที่ไหน พุทธศาสนาก็อยู่ที่นั่น, พุทธศาสนา อยู่ที่ไหน ภาษาบาลี ก็อยู่ที่นั่น”

เคยมีผู้ถามว่า “แล้วภาษาบาลี อยู่ที่ไหน ?”

ต้องคุยกัน ๗ วัน ๗ คืน…555..// แต่เอาสั้น ๆ ว่า “พระพุทธเจ้าทรงแสดงธรรมด้วยภาษาใด ภาษานั้น เรียกว่า “มาคธีภาษา (ภาษาของชาวมคธ)” ภาษาของชาวมคธนั่นแหละ แต่นำมาจัดรูปแบบ ให้เป็นระเบียบ ให้ถูกต้องตามไวยากรณ์ และนำมารองรับพระพุทธพจน์ได้ จึงเรียกว่า “บาลิ,ปาฬิ,บาลี”

บาลี ตามความหมาย จึงหมายเอา “ภาษาที่รักษาพุทธพจน์” พุทธวจนํ ปาเลตีติ ปาลิ ฯ
เกิดขึ้นมาด้วยอำนาจของการเปล่งเสียง, สำเนียง ที่ถูกต้องตามหลักไวยากรณ์ (ฐาน, กรณ์) แม้ไปอยู่ในรูปแบบอักษรของชนชาติใด ภาษาใด …. แต่เสียง และสำเนียงการเปล่งเสียง จะอยู่ในฐาน และกรณ์ อันเดียวกัน //

เบื้องต้นการเผยแผ่พระศาสนาของพระพุทธเจ้า ใช้เสียงพูดอย่างเดียว ยังไม่มีการจดบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรในลักษณะต่าง ๆ จดจำกันด้วยปากต่อปาก ….. เสด็จไปในสถานที่ใด ถิ่นใด ก็ใช้ภาษาของชนเผ่านั้น ๆ หรือแคว้นนั้น ๆ สื่อสาร…

ถ้าว่าตามหลักฐาน ภูมิประเทศของอินเดียในสมัยพุทธกาลนั้น ก็กว้างไกลยาวไกล และบางที การเผยแผ่ธรรมของพระองค์อาจจะไม่ใช่เฉพาะพื้นที่ที่ปรากฏในแผนที่ของอินเดีย ภาษา และการสื่อสารต่าง ๆ ก็ต้องมีความแตกต่างกันออกไป…. เอาความว่า “พระพุทธเจ้า ทรงตรัสได้ทุกภาษา ที่เขาใช้สื่อสารกันในสมัยนั้น เพราะทรงบรรลุนิรุตติปฏิสัมภิทาญาณ”

ข้องสังเกตุ – ในข้อนี้ ถ้าสื่อสารกับชนต่าง ๆ ไม่ได้ ก็จะไม่สามารถแสดงธรรมให้ชนเหล่านั้นเข้าใจได้เลย การแสดงธรรมก็เปล่าประโยชน์

อีกประการหนึ่ง การแสดงธรรมของพระพุทธเจ้านั้น มิได้แสดงเฉพาะมนุษย์ที่รับฟังกัน ทรงแสดงแม้แก่พวกเทวดา รูปพรหม ที่มีโสตปสาท โสตวิญญาณรับฟังได้ ฉะนั้น ภาษาที่ทรงใช้ ก็น่าจะเป็นภาษาที่พวกเทวดาและพรหมเหล่านั้น สามารถรู้ได้เช่นกัน

ภาษาบาลี ได้ถูกนำมาถ่ายทอดออกมาเป็นตัวอักษร ของหลาย ๆ ประเทศ เช่น อักษรของชาวสีหล (สิงหล) ประเทศศรีลังกา,อักษรไทย, อักษรพม่า, อักษรเขมร, อักษรของชาวมอญ…อักษรธรรมล้านนา, อักษรลาว, อักษรโรมัน ฯ

เพราะฉะนั้น “ภาษาบาลี จึงหมายถึงเสียง สำเนียงที่เปล่งออกมาโดยระเบียบของไวยากรณ์ (ฐาน,กรณ์) และ ถูกนำมาเขียนลงในรูปแบบของอักษร ตามเสียงที่เปล่งออกมานั้น ซึ่งมีอยู่หลายแบบตามอักษรของประเทศต่าง ๆ “
มาเขียนด้วยอักษรไทย เขาก็เรียกว่า “บาลีอักษรไทย”……
ไปเขียนด้วยอักษรโรมัน เขาก็เรียกว่า “บาลีอักษรโรมัน” …. เป็นต้น

อีกอย่างหนึ่ง  คำว่า “บาลี” มีความหมายถึง “พระไตรปิฎก” ได้แก่พระพุทธพจน์  เมื่อเทียบเคียงกับคำว่า  อรรถกถา ฎีกา อนุฎีกา…. พระบาลีเป็นหลักฐานขั้นต้นในการอ้างอิงคำสอนของพระพุทธเจ้า ด้งนั้น เมื่อพระบาลีอยู่ที่ใด ก็พึงรู้ได้ว่ามีพุทธศาสนา อยู่ที่นั่น …

แต่เมื่อว่าโดยความเป็นพุทธศาสนาอย่างแท้จริงแล้ว คำว่า “พุทธศาสนา” มิใช่เพียงแค่คำสอนที่อยู่ในรูปของบาลี อรรถกถา ฎีกา ….เท่านั้น  แต่ท่านหมายเอากระบวนการ หรือวิธีการต่าง ๆ หรือข้อปฏิบัติต่าง ๆ ที่เบียดเบียนกิเลส หรือทำให้กิเลสเหือดแห้ง เพราะพระธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหมด มีลักษณะเป็น “สัลเลขธรรม” คือธรรมที่ขัดเกลากิเลส ธรรมที่ทำให้กิเลสเหือดแห้งไป ไม่ว่าคำสอนทั้งหลายเหล่านั้น จะอยู่ในรูปของ…

  • ศีล  ก็เป็นข้อปฏิบัติ เพื่อขัดเกลากิเลสอย่างหยาบ ๆ ที่เรียกว่า วีติกกมกิเลส ให้เบาบาง ให้เหือดแห้งไป
  • สมาธิ ก็เป็นข้อปฏิบัติ เพื่อขัดเกลากิเลสอย่างกลาง ที่เรียกว่า ปริยุฏฐานกิเลส ให้เบาบางเหือดแห้งไป
  • ปัญญา มุ่งหมายเอาปัญญาในวิปัสสนาญาณต่าง ๆ จนถึงปัญญาในมรรคญาณทั้ง ๔ ย่อมขัดเกลากิเลสที่เรียกว่า อนุสัยกิเลสให้เหือดแห้งไป

  นี่เป็นความหมายอันสำคัญของคำว่า “พุทธศาสนา” 

พระบาลี คือพุทธพจน์ ที่เป็นคัมภีร์ ตำรา อักษร ภาษา หนังสือ… เป็นเหตุให้เข้าถึง พุทธศาสนาที่เป็นข้อปฏิบัติ คือ ศีล สมาธิ ปัญญา อันเป็นความมุ่งหมายของพระพุทธศาสนาอย่างแท้จริง ฯ 

==================
VeeZa
๒๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๑