“แท้จริงการทำลายพระพุทธศาสนานั้น เกิดขึ้นจากระบบวัตถุนิยมและเสรีนิยมเป็นเหตุอันสำคัญ ที่ทำให้อกุศลทั้งหลายเจริญงอกงาม การกระจายมิจฉาทิฏฐิ เพิ่มพูนคนอยากได้ผลเร็วๆ ทำลายพระปริยัติศาสนา สอนว่าอย่าไปเรียนเลย สู้ปฏิบัติไม่ได้ อะไรๆ ก็เหมือนกันใจกิเลสของคนส่วนใหญ่ดังนี้ เป็นต้น”

ศาสตราจารย์นายแพทย์ เชวง เดชะไกศยะ
เชวง เดชะไกศยะ.(2550).พิมพ์แจกเป็นธรรมทาน งานอายุวัฒนมงคล 90 ปี ของนางทัศนีย์ บุรุษพัฒน์ : พุทธศาสนามีความจำเป็นสำหรับคนหนุ่มสาวอย่างไร,58-63.กรุงเทพฯ:โรงพิมพ์วิญญาณ
_________________________________________________
พระสูตร

“ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมกล่าวการตั้งอยู่ในอรหัตตผล ด้วยการไปครั้งแรกเท่านั้นหามิได้ แต่การตั้งอยู่ในอรหัตตผลนั้น ย่อมมีได้ ด้วยการศึกษาโดยลำดับ ด้วยการทำโดยลำดับ ด้วยความปฏิบัติโดยลำดับ

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็การตั้งอยู่ ในอรหัตตผล ย่อมมีได้ด้วยการศึกษาโดยลำดับ ด้วยการทำโดยลำดับ ด้วยความปฏิบัติโดยลำดับอย่างไร? ดูกรภิกษุทั้งหลาย กุลบุตรในธรรมวินัยนี้ เกิดศรัทธาแล้วย่อมเข้าไปใกล้ เมื่อเข้าไปใกล้ย่อมนั่งใกล้ เมื่อนั่งใกล้ย่อมเงี่ยโสตลง เมื่อเงี่ยโสตลงแล้วย่อมฟังธรรม ครั้นฟังธรรมย่อมทรงธรรมไว้ย่อมพิจารณาเนื้อความแห่งธรรมที่ทรงไว้แล้ว เมื่อพิจารณาเนื้อความอยู่ ธรรมทั้งหลายย่อมทนได้ซึ่งความพินิจ เมื่อธรรมทนความพินิจได้อยู่ ฉันทะย่อมเกิด เมื่อเกิดฉันทะแล้ว ย่อมอุตสาหะ ครั้นอุตสาหะแล้ว ย่อมไตร่ตรอง ครั้นไตร่ตรองแล้ว ย่อมตั้งความเพียร เมื่อมีตนส่งไปแล้ว ย่อมทำให้แจ้งชัดซึ่งบรมสัจจะด้วยกาย และย่อมแทงตลอดเห็นแจ้งบรมสัจจะนั้นด้วยปัญญา

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ศรัทธาก็ดี การเข้าไปใกล้ก็ดี การนั่งใกล้ก็ดี การเงี่ยโสตลงก็ดี การฟังธรรมก็ดี ความพิจารณาเนื้อความก็ดี ธรรมอันทนได้ซึ่งความพินิจก็ดี ฉันทะก็ดี อุตสาหะก็ดี การไตร่ตรองก็ดี การตั้งความเพียรก็ดี นั้นๆ ไม่ได้มีแล้ว เธอทั้งหลายย่อมเป็นผู้ปฏิบัติพลาด ย่อมเป็นผู้ปฏิบัติผิด ดูกรภิกษุทั้งหลาย โมฆบุรุษเหล่านี้ ได้หลีกไปจากธรรมวินัยนี้ ไกลเพียงไร”

ม.ม.13/238/181-182 (ฉบับหลวง)