Search

สาเหตุของการไม่นับถือศาสนา หรือเลิกนับถือศาสนา (พอสังเขป)

สาเหตุของการไม่นับถือศาสนา หรือเลิกนับถือศาสนา (พอสังเขป)

จากประสบการณ์ที่ได้ศึกษา ได้เรียนรู้พฤติกรรมของผู้คนในสังคมที่เป็นไปในอดีตจนถึงปัจจุบันนี้…พอจะมองเห็นแนวคิดหรือพฤติกรรมของบุคคลที่พยายามหลีกหนีจากศาสนา หรือพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกับศาสนาในลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นการไม่เข้าร่วมกิจกรรม พิธีกรรมในศาสนาใดศาสนาหนึ่ง …เป็นต้น ซึ่งพอจะจำแนกแนวคิด หรือพฤติกรรมต่าง ๆ ได้ดังนี้…

๑. ศาสนา ไม่ตอบสนองความต้องการของตนเอง เช่น ตนเองอยากให้ศาสนา หรือศาสนิก เป็นไปอย่างนั้นอย่างนี้ ตามความรู้สึกของตนเอง…หรือบางทีกฎเกณฑ์ในศาสนาก็ไปขัดแย้งกับความต้องการของตนเอง…เช่นเรื่องเพศ เรื่องความสัมพันธ์ทางเพศ…เรื่องสิทธิเสรีภาพต่าง ๆ  เป็นต้น
๒. ไม่เชื่อหลักคำสอนบางอย่างหรือทั้งหมดในศาสนา เช่นไม่เชื่อเรื่องนรก สวรรค์ เทวดา… หรือไม่เชื่อในพระเจ้า…เป็นต้น
๓. เห็นความขัดแย้งของแต่ละศาสนา มีการก่อสงครามกัน ไม่ลงรอยกันด้วยหลักคำสอน…หรือแย่งชิงศาสนิกกัน….เป็นต้น
๔. ผิดหวังในตัวบุคคลในศาสนา มีความเห็นว่า บุคคลากรในศาสนา ผู้ที่เป็นนักบวชประพฤติตนไม่เหมาะสมในลักษณะต่าง ๆ…สอนผิด…เป็นต้น
๕. ไม่มีปัญญา ไม่ได้ศึกษาเรียนรู้ หรือเรียนรู้แต่เกิดความเข้าใจผิดในหลักคำสอน ตีความหลักคำสอนไปในลักษณะต่าง ๆ แล้วเกิดความขัดแย้งกันขึ้น…
๖. ไม่เชิงไม่นับถือ แต่ไม่รู้จัก หรืออยู่ในสังคมที่ไร้คำสอน ไร้ผู้สอน อย่างเช่น คนจีน หรืออินเดีย…
๗. มีความเห็นว่า ไม่นับถือศาสนา ก็อยู่ได้ ไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อนก็พอแล้ว…
๘. มีความเห็นว่า ศาสนาเป็นเรื่องของการล้าสมัย สู้วิทยาศาสตร์หรือความเจริญในด้านต่าง ๆ ของโลกสมัยใหม่ไม่ได้…
๙. การแบ่งแยกกันหรือแบ่งฝักแบ่งฝ่ายกันในทางการเมือง…

อย่างไรก็ตาม ข้อสันนิษฐานเหล่านี้ ได้จากอาการความเป็นไปของคนในสังคม ซึ่งยังไม่ได้มีการสอบถามอย่างถูกต้องตามวิธีการ…

ปัญหา หรือประเด็นสำคัญที่ควรถกเถียง คืออะไร ?

– ศาสนา ควรปรับตัวหรือไม่ อย่างไร ?
– คำสอน จะปรับให้เข้ากับสังคมยุคใหม่ ได้หรือไม่?
– การปรับพฤติกรรมของบุคคลากรในศาสนา (ศาสนบุคคล)
– ศาสนวัตถุ ควรมีมาก – น้อย เพียงใด ?
– พิธีกรรม ปรับเปลี่ยนหรือไม่ ? อย่างไร ?
– หรือ จะปรับอะไร ในส่วนไหน ?

*** ประเด็นต่าง ๆ เหล่านี้ เป็นเรื่องที่น่าถกเถียงเป็นอย่างยิ่ง…
แต่สรุปสั้น ๆ ว่า “ปัญหาต่าง ๆ ที่ว่ามานี้ จะไม่เกิดขึ้น หรือแม้จะเกิดก็น้อยเต็มที นั่นก็คือ บุคคลจะต้องได้เล่าเรียนศึกษาหลักคำสอนในศาสนาอย่างถ่องแท้เสียก่อน” คือ จะเอาความคิด นึก คาด เดา มโน เพียว ๆ มาตัดสินปัญหาในศาสนา หรือในการนับถือ-ไม่นับถือศาสนาของบุคคล ไม่ได้ ฯ

อย่างที่เคยบอกว่า “ไม่มีใครที่หนีกฎเกณฑ์ที่ท่านกล่าวไว้ในศาสนา (พุทธศาสนา)ไปได้” เหมือนกับมนุษย์-สัตว์ ไม่อาจหลีกหนีกฎเกณฑ์ตามธรรมชาติไปได้…ฯ

*** บางทีการจะเอาเวลามานั่งถกเถียงกันในเรื่องอย่างนี้… น่าจะเป็นสิ่งที่ไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไรนัก…คือมันไม่มีวันจบ…นั่นเอง ***

———————
VeeZa
8/3/60

 

Related posts