(ภาพจากกูเกิล)

ล่าสัตว์ในที่หวงห้าม สัตว์นั้น ๆ ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย // จัดเป็น “อธัมมิยากุศล” (อธัมมิยะ+อกุศล) ผิดกฎหมายของรัฐด้วย เป็นบาปด้วย //

ฆ่าสัตว์ในที่ที่ไม่หวงห้าม…สัตว์ก็ไม่ได้คุ้มครอง เป็น ธัมมิยากุศล (ธัมมิย+อกุศล) ไม่ผิดกฎหมาย แต่เป็นบาป เป็นอกุศล …

(คำว่า “ธัมมิยะ” ประกอบด้วยธรรม, และ “อธัมมิยะ” ไม่ประกอบด้วยธรรม ในที่นี้หมายเอา กฎหมายของบ้านเมืองเป็นเกณฑ์เท่านั้น ฯ)

ส่วนคำว่า “สัมมาอาชีวะ” (ประกอบอาชีพที่ชอบ) จะต้องไม่ผิดกฎหมายด้วย ไม่ผิดศีลธรรมด้วย

เป็นชาวประมง, เป็นนักเชือดไก่…เชือดหมู…ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ไม่จัดเป็นสัมมาอาชีวะ ในความหมายว่า “สัมมาอาชีวะ” ในพุทธศาสนา //

จริง ๆ การล่าสัตว์ ก็เป็นเพียง “การทำปาณาติบาต” เท่านั้น เพราะการล่าสัตว์ของ..บิ๊กอิตาเลียนไทย ไม่จัดว่าเป็นอาชีพ … // ส่วนชาวประมง หรือพวกที่ทำอาชีพฆ่าหมู-ไก่ …..ทำเป็นอาชีพ จึงจัดว่าเป็น มิจฉาอาชีวะ (มิจฉาชีพ)

อนึ่ง การทำการล่าสัตว์ของบิ๊กอิตาเลียนไทย นั้น ว่าโดยศีลห้า เป็นไปได้ว่าจะผิดศีลทั้ง ๒ ข้อ คือ

  • การล่าสัตว์ ฆ่าสัตว์ ก็ผิดศีล ๕ ข้อที่ ๑  (ทำปาณาติบาต)
  • สัตว์นั้นอยู่ในเขตหวงห้าม ต้องถือว่า มีเจ้าของคือรัฐ (ผู้คุ้มครองรัฐ หรือราชการ) เป็นเจ้าของ,  เมื่อเจ้าของคือรัฐไม่ได้ให้ การไปถือเอาสิ่งของมีสัตว์เป็นต้นไป โดยอาการแห่งการลักขโมย ก็จัดว่าผิดศีลห้าข้อ อทินนาทาน เข้าไปด้วย…ฯ

คนที่มีงานทำโดยปกติอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่นเป็นคนขับรถแท๊กซี่เป็นอาชีพ … แต่พอเข้าร้านเซเว่น…ไปจิ๊กเอาสิ่งของเขามาโดยไม่ได้จ่ายตังค์… บุคคลผู้นั้น เป็นเพียง “ทำอทินนาทาน” … ไม่เรียกว่า “มิจฉาชีพ” ตามความหมายในทางพุทธศาสนา //

  • การทำปาณาติบาต, อทินนาทาน….(ผิดศีล ๕ ที่เกี่ยวด้วยทางกาย) ว่าโดยองค์มรรค ๘ จัดเป็น มิจฉากัมมันตะ (การกระทำที่มิชอบ, ทำผิด)
  •  การพูดเท็จ, คำหยาบ,ส่อเสียด,เพ้อเจ้อ,(รวมการเขียนข้อความ,สื่อความหมายเป็นสัญลักษณ์ทางใดทางหนึ่ง)…ก็จัดเป็นมิจฉาวาจา (การพูดทีมิชอบ, พูดผิด)
  • ส่วนการกระทำทางกาย และพูดด้วยวาจา…อันเกี่ยวเนื่องด้วยอาชีพ คือทำเป็นอาชีพ เช่นอาชีพนักพูด, นักหนังสือพิมพ์… โฆษก … แต่พูดถ้อยคำที่เป็นวจีทุจริตทั้ง ๔ อย่างใดอย่างหนึ่งประจำ … จัดเป็น มิจฉาอาชีวะ เพราะอาศัยการพูดนั้นเลี้ยงชีวิต (อาชีพชาวประมง…ก็ทำนองเดียวกันดังกล่าวแล้ว)

จะเห็นได้ว่า มิจฉาอาชีวะ ก็คือทั้งมิจฉากัมมันตะ และมิจฉาวาจา รวมกัน … แต่ทำเป็นอาชีพ … //

ถามว่า “เมื่อทำมิจฉาอาชีวะ” เช่น ฆ่าสัตว์เป็นอาชีพ  จะถือว่า “การฆ่า” นั้น เป็นมิจฉากัมมันตะ ด้วยหรือไม่ ?  ตอบว่า “ไม่” แต่จัดเป็น….

  • ว่าโดยศีล ๕ ก็ผิดข้อปาณาติบาต
  • ว่าโดยอกุศลกรรมบถ ก็ผิดข้อปาณาติบาต เช่นเดียวกัน แต่พูดว่าเป็นอกุศลกรรมบถ เพราะการกระทำนั้นสามารถนำไปสู่อบายภูมิได้ในขณะแห่งปฏิสนธิกาล

สรุปว่า ถึงแม้การฆ่าสัตว์ซึ่งทำเป็นอาชีพนั้นจะไม่เป็นมิจฉากัมมันตะ แต่ก็ผิดศีล ๕ ข้อปาณาติบาต และจัดเป็นอกุศลกรรมบถ ซึ่งก็ไม่ต่างอะไรกับมิจฉากัมมันตะ นั่นเอง  เพียงแต่ มิจฉากัมมันตะ…มิจฉาอาชีวะนั้น เป็นการพูดในแง่ของการที่ธรรมทั้งสอง ไม่สามารถเกิดพร้อมกันได้  (อนิยตโยคีเจตสิก)

หมายเหตุ : ข้อนี้กล่าวตามนัยที่ตรงกันข้ามกับ สัมมากัมมันตะ-วาจา-อาชีวะ …. เพราะว่าโดยปรมัตถ์แล้ว มิจฉาทั้ง ๓ คือ มิจฉากัมมันตะ,มิจฉาวาจา, มิจฉาอาชีวะ ไม่มีองค์ธรรมที่เป็นเฉพาะ ๆ )

นักการเมืองในคราบทหารเผด็จการ…. ปล้นอำนาจประชาชนมา…ได้รับผลประโยชน์จากการปล้นนั้น…นั่งเป็น นายกฯ. รมต…กินเงินภาษีประชาชน…….. จัดว่าเป็นมิจฉาชีพ (มิจฉาอาชีวะ) ทั้งนั้น………

พวกที่ถูกแต่งตั้งโดยคณะปล้น…. เชน สนช. …. และอีกหลาย ๆ คณะ… ก็เข้าข่ายทำนองเดียวกัน
ถ้าไปกรอกในรายการ “อาชีพ” ว่าทำอาชีพ “ข้าราชการ”, หรืออาชีพ “นักการเมือง” …..อาชีพนั้น ๆ ก็จัดเป็นมิจฉาชีพทันที เพราะเป็นการปล้นเงินภาษีประชาชนเลี้ยงชีพ …. ฯ

==============

VeeZa
๖ กุมภาพันธ์ ๖๑