อ่านแล้วอาจทำให้ใครๆคิดได้อีกเยอะ

“สต็อป” ศรัณย์รักษ์ ศิริรำไพวงษ์
– พริตตี้เงินล้าน เบอร์ 1 ของไทย
จาก สาวปาร์ตี้ เที่ยวกลางคืน 7 วันยันเช้า จนเกิดวิกฤตเหตุการณ์ จุดพลิกผันบางอย่างในชีวิต เหวี่ยงพริตตี้ตัวท็อป สาวสวยผู้มีรูปเป็นทรัพย์วัย 34 ปี เข้าสู่ “ธรรมะ” เพื่อมุ่งสู่การเป็น “อริยบุคคล” ตั้งเป้า “บรรลุโสดาบัน” หวัง #นิพพานให้ได้ในชาตินี้

จาก คนไม่มีศรัทธา เพราะ “ตัวฉัน คือ พระเจ้า”

แม้บัตรประชาชนของเธอ จะระบุว่า นับถือศาสนาพุทธ แต่เธอบอกชัดว่า ไม่เคยศรัทธา ไม่ได้กระทำตัวเยี่ยงพุทธศาสนิกชนเลย เพราะเธอนับถือตัวเอง เท่านั้น

“อะไร?? ที่เป็นคำสั่งสอนศาสนาพุทธ ต็อปก็สวนทางหมด” เธอเล่าย้อน ก่อนที่จะมาสู่เส้นทางสายธรรม ที่แม้บัดนี้ ภายนอกรูปลักษณ์ จะดูปกติ แต่ “ภายในจิต” กลับไม่เหมือนเดิม อีกต่อไป

“เพราะเราเป็นคนที่มั่นใจ ในตัวเองเกินร้อย มาตั้งแต่เด็ก หาเงินใช้เองมาตั้งแต่ยังเรียนอยู่ อย่า!! บอกว่า นับถือศาสนาพุทธเลย เรียกว่า ไม่มีศรัทธาเลยดีกว่า เพราะเราไม่เคยเจอความทุกข์ เราอยากได้อะไร?? เราได้ตลอด อย่างที่ต้องการ เราจึงรู้สึกว่า “#ตัวเราคือพระเจ้า” เพราะเราดูแลตัวเอง คิดเอง ทำเอง อยากได้อะไร?? เราก็หามาได้ ด้วยตัวเอง

เราจึงคิดว่า ก็เราทำตัวดี เราก็ได้ดีสิ ขณะเดียวกัน ทำไม่ดี ก็ได้ไม่ดี แต่เราไม่เคยไปศึกษาให้ลงลึกถึง “ดี” และ “ไม่ดี” คืออะไร?? ที่ศาสนาพุทธสอนไว้ คิดเองเออเองว่า อันนี้ดี อันนี้ไม่ดี โดยมี “กิเลส” เข้าไปปรุง เจือว่า สิ่งนี้ดี แต่จริงๆแล้ว กิเลสต่างหาก ที่บอกว่า #ดี

แม้ครอบครัวของเธอ จะชอบเข้าวัด ทว่าในทุกครั้ง ที่เธอไปวัด ก็ไม่ได้ไป ด้วยความศรัทธา พระสวดมนต์ ก็นั่งหาว ไม่เคยรักษาศีล 5 เพราะไม่รู้สึกว่า จำเป็น มองว่า เป็นแค่ “กุศโลบาย” นอกจากนี้ เธอยังไม่เชื่อว่า “นรก” มีจริง

“ต็อปคิดเลยนะว่า พระท่านสอนให้เรารักษาศีล 5 เพราะเป็นกุศโลบายว่า ถ้าไม่รักษาศีล 5 จะตกนรก แค่กุศโลบาย ให้คนทำดีเฉยๆ และไม่เชื่อด้วยว่า นรกมีจริง เพราะคิดว่า พระพุทธเจ้าสอนให้รักษาศีล 5 เพื่อป้องกันคน ไม่ให้ทำชั่วเฉยๆ

ส่วนคำว่า “อริยทรัพย์” ก็เป็นกุศโลบาย ไม่มีจริง คิดว่า พระหลอก นี่ไง?? “เราโง่มั๊ยหละ??” ถ้าเราตายตอนนั้น เราก็คงไปนรก อย่างเดียว เพราะคิดแย้งหมดเลย”

#นอนจมติดหล่มความทุกข์นับป

แม้เธอจะบอกว่า “ความทุกข์” เป็นสิ่งที่ไม่เคยเจอ แต่พออายุย่างเข้า 30 ชีวิตก็โน้มให้รู้จักความทุกข์จน “จม” เกือบปี

“ก่อนหน้านี้ ก็อาจจะมีทุกข์เบาๆ แต่เมื่อเกิดแล้วก็ดับ เพราะทุกคน ต้องมีความทุกข์ มาตั้งแต่เกิดแล้ว เรามีทุกข์ แต่เรามองไม่เห็น เราไม่รู้ว่า มันคือความทุกข์ ไม่ได้ไปเสพ จึงทำให้เกิดดับ แต่ทุกข์จริงๆ ตอนนั้นคือ การอกหักจาก ความรัก แล้วเราก็เพิ่งมาอกหัก ตอนอายุ 30 ทุกข์เพราะเราไปเสพ”

แม้การอกหัก ครั้งแรก ในชีวิต ของเธอ จะก่อให้เกิดทุกข์ แต่ก็ยังไม่ใช่เหตุ ให้เข้าสู่เส้นทางธรรม กระทั่งอายุ 33 ปี ย้อนหลังไป 1 ปี เธอสารภาพว่า เป็นเพราะความทุกข์จาก ความ “ยึดมั่นถือมั่น” และ “ความคาดหวัง” จาก คนที่ไว้เนื้อเชื่อใจ

“ไม่รู้ว่า เป็นจังหวะที่ถึงเวลาที่อะไร?? บางอย่าง บีบเราให้เข้าหาธรรมะรึเปล่า?? เพราะเป็นความทุกข์ ที่ไร้สาระมากเลย อย่างคนที่เรารักไม่เข้าใจเรา เข้าใจเราผิด อารมณ์น้อยใจกันไปมา ไม่พูดคุยกัน ประกอบกับเรา เป็นคนที่มีความยึดมั่นถือมั่น ทำไม?? เค้าเปลี่ยนไป เมื่อก่อนไม่เป็นแบบนี้ ก็เสียใจ สัญญาว่า จะทำแบบนี้ ก็ไม่ทำ เราก็ผิดหวัง ในสิ่งที่เราคาดหวัง

คาดหวังกับคน คาดหวังกับคำพูดของคน คาดหวังกับสิ่งที่เราเคยมี คาดหวังจาก สิ่งที่เราคิดว่า มันใช่ ด้วยสาเหตุข้างต้น จึงทำให้เราทุกข์มาก ทุกข์กว่าตอนอกหักมาก”

เธอจมอยู่กับความทุกข์ครั้งนี้ นานเกือบปี เพราะเธอมัก “แคร์” คนที่รัก จึงเอาใจ ไปไว้กับคนนั้น เต็มร้อย ผลที่ได้จึง “เจ็บ” หนัก

“เวลาเสียใจ เราไม่ได้เสียใจ แป๊บเดียว เฮิร์ธหนักมาก ไม่จำเป็นต้องเป็นแฟน เป็นใคร?? ก็แล้ว แต่ที่เราให้ใจไป เพราะเวลาให้ก็ให้หมด หมดตัวหมดใจ มีอะไร?? ให้หมด”

เธอเล่าว่า จมอยู่กับความทุกข์ ขนาดที่ไม่ไปทำงาน นอนเป็นผัก อยู่เกือบปี

“ไม่ทำงานเลย ไม่ดูแลบริษัท ปล่อยให้เพื่อน ที่เป็นหุ้นส่วนดู เพื่อนคนนี้ดีมาก ทำให้เราได้เรียนรู้ว่า เพื่อนแท้ เป็นอย่างไร?? เค้าไม่เคยทิ้งเรา อยู่เคียงข้างเราทุกครั้ง

เราก็นอนเปลี้ย นอนทบทวน เรื่องราว ที่เป็นทุกข์ ทวนว่า ทำไม?? ถึงเป็นแบบนี้ เค้าบอกจะทำแบบนี้ ก็ไม่ทำ จู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่า นี่ใช่มั๊ย?? ที่เค้าเรียกว่า “ไม่เที่ยง” ผุดขึ้นมาในหัว นี่สินะ!! “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” กฎไตรลักษณ์ ทุกอย่าง มีการเกิดขึ้น ตั้งอยู่ ดับไป เราจะหมายมั่นคำพูดคน หรือสิ่งของ จะคงอยู่แบบนั้นไม่ได้ โดยเฉพาะกับคน ลิ้นคนพลิกง่ายยิ่งกว่าอะไร?? เค้าพูดแล้วเค้าก็ลืม แต่เรากลับจำ”

ส่วนจุดไคลแม็กซ์ ที่ทำให้เธอ หันหน้าเข้าสู่ธรรม วันนั้น เธอเปิดเฟซบุ๊ก ดูพฤติกรรมคน ในโลกโซเชียล หลายคนโพสต์ ภาพตัวเองกับอาหาร ไปเที่ยว ถ่ายรูปฮิปสเตอร์แต่งตัวสวยๆ นั่งรอคนมากดไลก์ ชื่นชมปลื้มปริ่ม กับคำในคอมเมนต์ ทำแบบนี้วนไปเวียนมาทุกวัน แต่ทำไม?? ไร้ซึ่งความสุข ไร้ค่า ทำให้เธอเห็นการเกิดดับ อยากหาอะไร?? ที่เป็นความสุข โดยไม่ปรุงแต่ง ไม่มีใคร?? หยิบยื่นให้ คุณค่าของชีวิตจริงๆ คืออะไร?? จึงทำให้เธอหันไปฟังธรรมะ

นั่นคือ จุดเริ่มต้นแห่งเส้นทางธรรม เข้าวัดปฏิบัติธรรม บวชเนกขัมมะ ถือศีล 8 ในช่วงสงกรานต์ 13 เม.ย. 2559 ซึ่งโดยปกติ เธอต้องไปอาร์ซีเอ เล่นน้ำ กินเหล้า …

ตั้งเป้า!! บรรลุโสดาบัน ให้ได้ชาตินี้

จาก สาวห้าว อารมณ์ร้อน เปรี้ยว ซ่า หากวันไหน?? เหล้าเข้าปาก จะมีความเป็นนักเลงเข้าสิง ชอบปาร์ตี้ เที่ยวกลางคืน เที่ยว 7 วันยันเช้า ไม่เมาไม่เลิก ชีวิตพลิกเลย #หักดิบ!! ตัดเหล้า ตัดขาดจาก การสังสรรค์ 6 เดือนไม่ออกจากบ้าน รักษาศีลเข้าวัด ฟังธรรม ทุกเดือน

“เมื่อตอนเด็ก เป็นเด็กหัวโจก เปรี้ยว ซ่า เป็นผู้นำ ในทางไม่ดี อยู่ห้องปกครอง มากกว่า ห้องเรียน แต่ไม่ได้ไปหาเรื่องใคร?? นะ แต่ถ้าใคร?? มาหาเรื่องเราก่อน เราก็ใส่เลย เป็นคนอารมณ์ร้อนมาก รักเพื่อนพ้องมาก หากเพื่อนมีเรื่อง เราจะลุยก่อนเลย

พอเริ่มเข้าสู่วงการพริตตี้ คนก็จะมองว่า เป็นสาวหวาน แต่จริงๆนิสัยห้าว เถื่อน เหมือนผู้ชาย และเป็นคนพูดตรง ไม่แอ๊บ ยิ่งเวลาเมา จะยิ่งนักเลงมาก ไม่ได้ชอบกินเหล้า แต่ชอบบรรยากาศ แห่งการสังสรรค์ เจอเพื่อนฝูง แต่ตอนนี้เหรอ?? ก็ยังคงไปเจอเพื่อนฝูง ปาร์ตี้ เช่นเดิม แต่เปลี่ยนจาก ดื่มเหล้า เป็นน้ำเปล่า”

เธอเล่าว่า ใช้เวลา 1 ปี เพื่อศึกษาธรรม โดยวัดแรก ที่ไปบวชเนกขัมมะ เธอเลือกวัดป่า ใน จ.อุดรธานี จากนั้น จึงบวชอีกหลายวัด ในเวลาต่อมา แต่ก็ยังไม่ถูกจริต จนมาปฏิบัติธรรมบวชเนกขัมมะ ที่วัดตรีวิสุทธิธรรม สระกระโจม จ.สุพรรณบุรี เนื่องจาก มีความเลื่อมใสศรัทธา พระครูพิทักษ์ศาสนวงศ์(หลวงพ่อไก่)เจ้าอาวาสวัดตรีวิสุทธิธรรม ที่เปิดวัดดูแลรักษาคนเจ็บป่วยฟรี!! จึงตัดสินใจ บวชเนกขัมมะ 10 วัน จึงเข้าใจธรรมะ อย่างลึกซึ้ง เพราะถูกจริต

ปฏิบัติธรรมบวชเนกขัมมะ 

“จากนั้น ก็ศึกษาว่า ศีล คืออะไร?? ทำไม?? ต้องรักษาศีล ศีลจะเป็นตัวที่รักษาเรา เป็นเครื่องกั้นเรา จากความชั่ว จากนรก เราก็คิด ตกลงนรกมีจริงมั๊ย?? หลวงพ่อหลายท่าน พูดถึงเรื่องนรก ตรงกันหมดเลย เราจึงคิดว่า คงไม่ใช่กุศโลบายแล้ว จึงเริ่มกลัว ตกนรก จึงไปค้นหาว่า ต้องทำอย่างไร?? ต้องเป็นอริยบุคคล ขั้นโสดาบัน
.
การเป็นอริยบุคคล ขั้นโสดาบัน เป็นสิ่งที่มนุษย์ทั่วไป สามารถทำได้ โลกสงบสุข ทุกคนก็จะมีแต่ความสุข ไม่ได้เป็น “ขั้นลึก” เป็นธรรมะ ที่เราสามารถ นำไปปรับใช้ได้ ในชีวิตประจำวัน แม้จะมีครอบครัว มีสามี มีลูก ก็สามารถนำไปปรับใช้ได้ ปิดประตูอบายภูมิ”
บวชชีทดแทนคุณพ่อแม่ 

กระทั่งสภาวะจิตก้าวหน้า เริ่มมีสมาธิ สติ ประกอบกับอยากบวช ทดแทนบุญคุณให้พ่อแม่ ญาติพี่น้อง ไม่ให้ตกอบายภูมิ ในวันที่ 26 มิ.ย. 2560 ที่ผ่านมา เธอจึงได้ตั้งมั่นโกนผม บวชชี 1 พรรษา

“เรารักพ่อแม่ ญาติพี่น้องเรามาก ไม่อยากให้พวกเค้า ต้องทุกข์ทรมาน ในชีวิตหลังความตาย มี ไม่มี ไม่รู้ แต่พระพุทธเจ้าสอนว่า ธรรมทุกอย่าง ที่พระพุทธเจ้าสอน ย่อลงมาแล้ว สุดท้าย!! ก็คือ “ความไม่ประมาท” ทุกอย่างพอไม่ประมาท นรก สวรรค์ มีจริง ไม่มีจริง ไม่รู้ แต่ถ้านรกมี แล้วเราคิดว่าไม่มี เราใช้ชีวิตแบบประมาท เราตายไปแล้ว นรกมีจริงหละ?? แต่ถ้าเราคิดว่ามีจริง ตั้งใจอยู่ในคุณความดี ถึงจะไม่มีแต่สิ่งที่เราได้ ไม่มีอะไรเสีย มีแต่ได้กับได้

ก่อนบวชชี จึงตัดสินใจ ชวนพ่อมาบวชที่วัดนี้ เพราะต็อปมาวัดนี้ แล้วเห็นคนเจ็บป่วย เป็นคนแก่ เราก็มอง พ่อไม่ค่อยเข้าวัด ไม่เคยปฏิบัติธรรม ไม่เคยฟังเทศน์ฟังธรรมเลย แก่ไปถ้าเจ็บป่วย เป็นอะไร?? ขึ้นมา จะอยู่ภพภูมิที่ไม่ดีหรือเปล่า?? เราอยากให้พ่อพ้นด้วย โทร.หาพ่อเลย “พ่อรักหนูมั๊ย?? ขออะไร?? อย่างหนึ่งได้มั๊ย?? มาบวชด้วยกันได้มั๊ย?? เช้าวันรุ่งขึ้น พ่อก็ขึ้นเครื่องมาจาก อุดรฯเลย เพื่อมาบวช”

แม่ชีสต็อป กราบคุณพ่อ หลังบวชทดแทนคุณ
แม่ชีสต็อปกับญาติสนิทมิตรสหาย

ขณะเดียวกัน เธอเล่าว่า ด้วยรูปร่างหน้าตาความสวยของเธอ ยังเป็นสิ่งที่ทำให้ยึดมั่น หวงแหน เพียงแค่ตีนกา หรืออ้วนขึ้นมานิดเดียว ยังรู้สึกทุกข์

“เรารู้เลยว่า เราติดเรื่องรูปลักษณ์ของตัวเองมาก เพราะมองกระจก ก็ยังเห็นตัวเองสวย น่ารักอยู่ เราจึงอยากจริงจัง ให้พ่อเชื่อศรัทธา ในตัวเรา และใกล้จะวันเกิดปีนี้ จึงตั้งใจบวชเข้าพรรษาเลยดีกว่า แต่จะไม่บวชเนกขัมมะ แต่จะบวชชีปลงผมไปเลย ดูซิ จะยังสวยอยู่มั๊ย?? ผมก็ไม่มี คิ้วก็ไม่มี จะเป็นยังไง?? เครื่องแต่งตัวสวยๆ ก็ไม่มี ยังจะติดในรูปลักษณ์ตัวเองอยู่อีกมั๊ย?? จึงตัดสินใจปลงผม”

สำหรับความต่าง ของการบวชเนกขัมมะ กับการบวชชี เธอเล่าว่า มีความต่างมาก แม้จะถือศีลเท่ากัน แต่การบวชชีครั้งนี้ กลับทำให้เรารู้สึกว่า ถ้าไม่โกนผม เราจะรู้สึกเสียดายมาก

“เรารู้สึกว่า เกิดมาไม่เสียชาติเกิดแล้ว เกิดมาในครอบครัวนี้ และได้บวชชีในวัดนี้ ไม่เสียใจเลย ที่เกิดมาเป็นคน จบแล้ว!! ชีวิตไม่ต้องการอะไร?? แล้ว ที่เหลือก็ลองผิดลองถูกไป”

เดินจงกรมพิจารณาอสุภะ จนอาเจียน
ในขณะที่บวชชี เธอได้พิจารณาอสุภะ เห็นความเสื่อม ความสกปรกของร่างกาย พิจารณาถึงความไม่งามของกาย

“ระหว่างที่ยังไม่เข้ากรรมฐาน ต็อปอ่านหนังสือหลวงพ่อฤาษีลิงดำ ท่านสอนให้ละทิ้งตัวตน และสอนให้พิจารณาอสุภะ จากนั้น เราก็ไปเดินจงกรม เราก็พิจารณาคำตามที่ในหนังสือบอก คิดตาม ท่านสอนว่า “ตัวเรามันคิดว่า ตัวเราสะอาด มันสวย มันงาม ความจริงแล้ว ตัวเรานั่นแหละ ที่สกปรกที่สุด อย่างตื่นนอนมา ทุกอย่างในตัวเรามีแต่ “ขี้” ขี้ตา ขี้มูก ขี้ฟัน ขี้หู ขี้เล็บ ขี้เต่า ถ้าสะอาด สวยจริง ไม่ต้องไปล้างหน้าแปรงฟันสิ ไม่ต้องอาบน้ำสิ อาบน้ำทำไม?? ฉีดน้ำหอมทำไม?? ถ้าสวย น่ารัก สะอาดจริง จะแต่งหน้าทำไม??

ข้างในมันมีแต่ของเน่าเหม็น กินอาหารเข้าไป ก็อุจจาระออกมา อาหารดีแค่ไหน?? พอผ่านร่างกาย ก็เป็นอุจจาระ ตอนเป็นอาหารจับได้ แต่พอผ่านร่างกาย เป็นอุจจาระ กล้าจับมั๊ย??

แม้จะสวยหล่อขนาดไหน?? แต่ข้างในก็เน่า เหมือนกันหมด เรายึดติดกันแค่หนัง เหมือนเรามองคนนี้ แล้วเราชอบ ชอบเพราะอะไร?? เราชอบเพราะหนังที่หุ้มเค้าไว้ เพราะว่าหนังตึง ถ้าเป็นหน้าเดิม แล้วเหี่ยวจะชอบอยู่มั๊ย?? อย่างมีคนมาบอกชอบเรา เค้าชอบเรา เพราะหนังเรายังตึงอยู่ ฉะนั้น คนเราก็หลงกันแค่หนัง ไม่มีอะไร?? เลย เราจะไปยึดติดอะไร?? กับคนที่เราชอบ คนที่เรารัก

มนุษย์เราประกอบไปด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ พอตายไปร่างกายก็จะอืดบวม ลิ้นจุกปาก ตาถนน เขียว อืด น้ำเลือด น้ำหนอง น้ำเหลืองไหลเยิ้ม ในระหว่างเดินจงกรม เราก็คิดภาพ คนที่เรารัก เราชอบ เป็นซากศพ ในขณะเดียวกัน ก็นึกถึงภาพของตัวเองด้วยว่า ตายไปเราก็อืดพอง น้ำเหลืองไหล ปรากฏว่า ต็อปอ้วกแตก ออกมาหมดเลย เราเห็นตัวเอง ในรูปเราก็รู้สึกสะอิดสะเอียน คือ เราพิจารณาจนเข้าจิต”

ขั้นลึก!! เข้ากรรมฐานพิจารณากิเลส

ในการเข้ากรรมฐาน จะมีช่วงอดอาหาร 5 วัน สิ่งที่ตกถึงท้อง มีเพียงน้ำเปล่า และช่วงทานอาหาร ได้วันละมื้อ ซึ่งเป็นอาหารมังสวิรัติ ไร้เนื้อสัตว์ ในแต่ละวัน เธอจะเดินจงกรม วันละกว่า 10 ชั่วโมง

“ตอนเข้ากรรมฐาน ต็อปจะปฏิบัติจริงจัง เพราะเป็นสถานที่เงียบ สงบ เหมือนอยู่ในป่า ไม่มีอะไร?? รบกวน ในแต่ละวัน ก็จะเดินจงกรม นั่งสมาธิ

ทว่า พอขึ้นเดือนที่ 2 กิเลส มันดิ้น แทบอยากจะปีนรั้วออก ทรมานมาก “ไม่ไหวแล้ว อยากกินเนื้อสัตว์” เพราะมีความนิ่ง และความสงบ คนเราทุกคน มีกิเลสที่นอนนิ่งอยู่ ฝังอยู่ในจิต เมื่อไหร่?? ที่เรามาปฏิบัติธรรม มีสติ สมาธิ สงบ จะเห็นกิเลสชัดเจน เรามาปฏิบัติธรรมครั้งนี้ เพื่อให้เห็นกิเลส และไม่เอากิเลส เมื่อเราเห็นกิเลสว่า อยากกินหมูปิ้ง นั่นคือ กิเลสอยากกิน ก็แค่ดูมัน แต่ไม่ต้องไปดับมัน ละกิเลสด้วยปัญญา รู้ ละ กิเลสไปเรื่อยๆ จิตจะรู้ จะเริ่มละไปทีละเรื่อง ล้างความชั่วออกจากจิต

ต็อปปฏิบัติ เพื่อไม่อยากเกิดแล้ว อยากนิพพาน เพราะรู้แล้วว่า การเกิดมันคือทุกข์ ถ้าเกิดว่า มีคนมาบอกว่า เกิดมาชาติหน้า จะมีเงินเป็นหมื่นล้าน เป็นมหาเศรษฐี สวยมาก ต็อปก็ไม่เอานะ ขอไม่เกิด ขอนิพพานดีกว่า

ทุกคนสามารถขึ้นมา เป็นอริยบุคคลได้ถ้าตั้งใจ ดูอย่างต็อปสิ จาก คนไม่มีศาสนา ไม่มีศีล ภายใน 1 ปี ยังมาอยู่ในศีลในธรรมขนาดนี

ปัจจุบันนี้ พ่อต็อปไปสมัครกรรมฐาน เดินจงกรม นั่งสมาธิ รักษาศีล ที่วัดใน จ.อุดรฯ แล้วนะ เห็นมั๊ย?? สิ่งที่เราทำเห็นผล ตอนนี้เราไม่ห่วงพ่อแล้ว พ่อมีอริยทรัพย์แล้ว แต่สำหรับคุณแม่ปฏิบัติธรรมอยู่แล้ว ไม่ต้องห่วงอะไร??”

ลาที “ความรักยึดติด” ชีวิตนี้ ขอไม่มีสามี

ส่วนคำถามที่ว่า หลังจากสึกจาก การบวชชีแล้ว ชีวิตนี้ จะมีคู่ครอง ครอบครัว สามี และลูกมั๊ย ??เธอตอบด้วยความมั่นใจว่า

#แค่คิดว่าจะให้ผู้ชายมากอดจูบก็อี๋แล้ว

“จะให้ไปมีครอบครัว มีเพศสัมพันธ์ มีลูกมีเต้า มันไม่ได้แล้ว คือ ถ้าจะมีผู้ชาย เข้าในชีวิต อยากเป็นเจ้าของเรา แต่งงาน มีลูก ไม่เอา แต่ถ้าเป็นเพื่อน นำพาปฏิบัติธรรมก็ได้ เราไม่ได้เป็นคู่รักกัน ใคร?? คิดยังไง?? ต็อปไม่รู้ แต่ตัวเราไม่ได้คิดอะไร?? กับใคร??

แน่นอน เราไม่สามารถห้าม!! ความรู้สึกของคนอื่นได้ แต่ต็อปเห็นทุกคน เท่ากันหมด ไม่ว่า จะหญิงหรือชาย ถึงต็อปไปกับเพื่อนผู้ชาย เราก็มีความรู้สึกเหมือนไปกับเพื่อนผู้หญิง ไม่ได้รู้สึกพิศวาส ให้ความรู้สึกเท่ากัน มันคือ ความรัก แบบเพื่อนมนุษย์”

หลังออกจาก กรรมฐาน อดข้าว 5 วัน ใบหน้ายังผ่องใส 
นอกจากนี้ เธอยังแนะนำ ผู้หญิงที่รักสวยรักงามทั้งหลาย ไม่ต้องเสียเงินจ้างเทรนเนอร์ออกกำลังกาย เดือนละหลายหมื่น เข้าฟิตเนส มาปฏิบัติธรรม เดินจงกรม วันละ 3-4 ชั่วโมง ได้สมาธิ สติ ได้บุญกุศล การทำสมาธิ เป็นบุญสูงสุด แถม!! เซลลูไลต์หายด้วย

การนั่งสมาธิ ยังทำให้หน้าเด็ก ผ่องใส เพราะในขณะนั่งสมาธิ จิตของเราจะนิ่ง ไม่คิดอะไร?? จิตไม่แส่ส่ายออกไป เหมือนจิตหยุดนิ่ง แม้เวลาของโลกจะเดิน แต่เวลาของจิตจะนิ่ง หยุดแค่อายุตรงนั้น ทำบ่อยๆ หน้าก็จะผ่องใส”
ไม่แปลกใจเลย ทำไม?? เธอถึงมีใบหน้าออร่าผ่องใส ทั้งที่เพิ่งออกจาก กรรมฐาน อดอาหารมา 5 วันเต็ม

ประหยัด สมถะ ไม่ยึดติดวัตถุ 

ปัจจุบันนี้ เธอไม่ได้ทำงานเป็นพริตตี้มา 4 ปีแล้ว แต่ผันตัวเอง มาอยู่เบื้องหลัง เปิดบริษัทออแกไนเซอร์ โมเดลลิ่ง แม้จะเป็นพริตตี้เงินล้านตัวท็อปเบอร์ 1 แต่เธอเป็นคนประหยัด ไม่ใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย “พร้อมถึงซื้อ”

“ต้องมีเหลือมากๆ แล้วถึงเจียดเงินส่วนหนึ่ง ไปซื้อสิ่งที่เราต้องการ อย่างกระเป๋าแบรนด์เนม ใบแรกที่ซื้อคือ ชาแนล ต็อปซื้อตอนอายุเกือบ 30 นะ ทั้งที่ทำพริตตี้ มาตั้งหลายปี มีเงินสามารถซื้อได้นะ แต่รู้สึกว่า มันไม่จำเป็น

อย่างรถของต็อป คันที่ขับปัจจุบันนี้ ก็เป็นรถที่พ่อให้ ทุกวันนี้ ก็ยังไม่มีรถตัวเอง คันนี้ก็ขับมา 14 ปีแล้ว หลายๆคนถามว่า ทำไม?? ไม่ซื้อรถใหม่ คือเราเอาเงินไปซื้อบ้านแล้ว แต่รถก็เป็นแค่ออปชั่นเสริมบารมี รถเรายังใช้ได้อยู่ รถซื้อมา เพื่อให้คนอื่น มาชื่นชมเรา แต่บ้านจำเป็นกว่ารถ เราเอาเงินไปซื้อบ้าน คอนโด ปล่อยให้คนเช่าดีกว่า เงินที่เรามีควรเก็บไว้สำรองยามฉุกเฉิน และต็อปกำลังจะสร้างสตูดิโอให้คนเช่า ฉะนั้น เราจะซื้อรถ เพื่อให้คนมาชื่มเราทำไม?? ทำไม?? เราไม่สร้างสิ่งอื่น ให้ตัวเองชื่นชม เป็นของเราดีกว่า

ความสุขจากข้างใน แบบที่ไม่ต้องพึ่งสิ่งของ ไม่ต้องพึ่งวัตถุ ไม่ต้องพึ่งคนอื่น มาทำให้เรามีความสุข นี่มันดีจริงๆ มีความสุข แบบพอดี มีความสุข กับสิ่งที่มี ไม่รู้สึกว่าขาด ไม่รู้สึกว่าเกิน พยายามทำให้ดีที่สุด อะไร?? ก็แล้วแต่ มีก็ดี ไม่มีก็ได้ ใคร?? จะอยู่ ใคร?? จะไป ใคร?? จะรัก ใคร?? จะเกลียด ใคร?? จะชม ใคร?? จะด่า ใคร?? จะเข้าใจ ใคร?? จะไม่เข้าใจ มันก็ไม่ได้มีผล กับจิตใจเรา เท่าไหร่?? แล้ว ไม่เหมือนเมื่อก่อน ทุกข์ใจเพราะเอาใจ ไปยึดติด กับคนอื่น ถ้าเค้าทำดีกับเรา พูดดีกับเรา เราถึงจะมีความสุข แต่ถ้าเค้าทำไม่ดีกับเรา พูดไม่ดีกับเรา เราก็จะไม่มีความสุข เป็นทุกข์”

“มาคิดดู ทำไม?? เรา ถึงปล่อย ให้คนอื่น เป็นผู้กำหนดความสุข ของตัวเอง ทำไม?? เราถึงเอาความสุขของเรา ให้ไปอยู่ในมือของคนอื่น เหมือนลูกไก่ในกำมือ จะบีบก็ตาย จะคลายก็รอด มันไม่ถูกต้อง หลายๆอย่าง ในความคิดและจิตใจ ค่อยๆเปลี่ยนไป เหมือนถูกกะเทาะ ความโง่เขลา ออกไปได้บางส่วน จากโง่มาก เป็นโง่น้อย และเราเชื่อว่า มันจะค่อยๆดีขึ้น เป็นลำดับขั้นการทำงานของมั

จากวันที่หันหน้าเข้าหาธรรมะ เป็นเวลา 1 ปี นิดๆ มีอะไร?? หลายอย่างเปลี่ยนไปมากมาย แม้ว่า ภายนอกเราจะยังดูบ้าๆบอๆ เหมือนเดิม แต่เรารู้ดีว่า ภายในเรา ไม่เหมือนเดิม มันมีอะไร?? บางอย่างเปลี่ยนไป แต่เราก็ไม่รู้ว่า อะไร?? ที่เปลี่ยนไป มันอธิบายออกมา เป็นคำพูดไม่ได้ แต่รู้ว่า มันดีจริงๆ”

แม้ปลายเดือนตุลาคมนี้ แม่ชีสต็อป จะสึกจาก การบวชชี เพื่อกลับมาใช้ชีวิต ในทางโลกอีกครั้ง แต่ “ธรรมะ” ก็จะยังอยู่ ในจิตใจของเธอ ตลอดไป แม้จะอยู่ในคราบฆราวาสก็ตาม

“จากนี้ ก็จะพยายามศึกษา และปฏิบัติ ให้ดีขึ้นไปอีก ฝึกฝืน สู้ทนต่อความชั่วความเลว และกิเลสของตัวเอง ให้ยิ่งขึ้นไปอีก ดีบ้าง ไม่ดีบ้าง ก็ขึ้นชื่อว่าคน จะดีตลอดเวลา คงไม่ได้ และจะเลวตลอดเวลา ก็คงไม่ใช่ อยู่ที่รู้ทันและแก้ไขได้ไหม?? ก็แค่นั้น ไม่มีอะไร?? สายเกินไป ถ้าเรายังมีลมหายใจ”

เรื่อง : สวิชญา ชมพูพัชร