ชมรมบ้านธัมมะ มศพ. 
อ้างพุทธวจนแต่อธิบายผิดพุทธวจน วิกฤตพระพุทธศาสนา

@ ถ้ากล่าวว่าไม่ควรฟังคำสาวก เพราะไม่ใช่พุทธวจน คำของตนเองที่อธิบายพุทธวจน คำนั้นก็ไม่ใช่พุทธวจนแล้ว
@ สอนให้ทำอานาปานาสติ ดูลมหายใจแล้วอธิบายเอง ตามความเข้าใจ ลืม อนัตตา บังคับไม่ได้ เลือกอารมณ์ ก็อธิบายผิดตามพุทธวจน
@ สอนว่าอภิธรรมคัมภีร์แต่งขึ้นภายหลัง แต่ พระไตรปิฎกฉบับหลวงและมหาจุฬา แสดงว่า มีการสนทนาอภิธรรมเมื่อคราวมีพระชนม์อยู่
@ ประเด็นกล่าวตู่อ้างว่า พระอภิธรรมเป็นคัมภีร์แต่งขึ้นภายหลัง จากสาวก หลังจากพระพุทธเจ้าปรินิพพาน ไม่ใช่คำของพระพุทธเจ้า
@การพยากรณ์ว่าได้บรรลุเพียงเพราะศพสวยสีเหลือง

ขอยกข้อความพระไตรปิฎกฉบับมหาจุฬา ไม่มีอรรถกถาจารย์อธิบาย แสดงความจริงว่า พระพุทธเจ้า ตรัสว่ามีพระอภิธรรม ตั้งแต่ที่พระองค์ทรงพระชนม์อยู่ และ ภิกษุทั้งหลายสมัยนั้นก็สนทนาพระอภิธรรมกัน

คลิกลิ้งนี้…http://www.dhammahome.com/webboard/topic/29887

พระพุทธเจ้าทรงรับรองอภิธรรม

พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๒๐
สุตตันตปิฎก อังคุตตรนิกาย เอก-ทุก-ติกนิบาต
หน้าที่ ๒๗๙

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุในธรรมวินัยนี้ ทำให้แจ้งซึ่งเจโตวิมุติปัญญาวิมุติ อันหาอาสวะมิได้ เพราะอาสวะทั้งหลายสิ้นไป ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ในปัจจุบัน เข้าถึงอยู่ เรากล่าวว่า นี้เป็นเชาวน์ของเขา และเมื่อเขาถูกถามปัญหาในอภิธรรม อภิวินัย ก็วิสัชนาได้ ไม่จนปัญญา เรากล่าวว่า นี้เป็น
วรรณะของเขา และเขามักได้จีวร บิณฑบาต เสนาสนะ และคิลานปัจจัยเภสัชบริขาร
เรากล่าวว่า นี้เป็นความสูงและความใหญ่ของเขา ดูกรภิกษุทั้งหลายบุรุษอาชาไนยผู้เจริญเป็น
ผู้สมบูรณ์ด้วยเชาวน์ สมบูรณ์ด้วยวรรณะ และสมบูรณ์ด้วยความสูงและความใหญ่อย่างนี้แล
ดูกรภิกษุทั้งหลาย บุรุษอาชาไนยผู้เจริญ ๓ จำพวกนี้แล ฯ

———————————-

ข้อความแสดงว่ามีอภิธรรม พระไตรปิฎกฉบับหลวง…พระไตรปิฎก ไทย (ฉบับหลวง) เล่มที่ ๑๒ สุตตันตปิฎก มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์
หน้าที่ ๒๘๓

[๓๗๔] เมื่อท่านพระมหากัสสปกล่าวอย่างนี้แล้ว ท่านพระสารีบุตรได้กล่าวกะท่านพระ มหาโมคคัลลานะดังนี้ว่า ท่านโมคคัลลานะ ปฏิภาณตามที่เป็นของตน ท่านมหากัสสปพยากรณ์ แล้ว บัดนี้ เราจะขอถามท่านมหาโมคคัลลานะในข้อนั้นว่า ป่าโคสิงคสาลวัน เป็นสถานน่ารื่น รมย์ ราตรีแจ่มกระจ่าง ไม้สาละบานสะพรั่งทั่วต้น กลิ่นคล้ายทิพย์ ย่อมฟุ้งไป ท่านโมคคัลลานะ ป่าโคสิงคสาลวัน จะพึงงามด้วยภิกษุเห็นปานไร? ท่านพระมหาโมคคัลลานะตอบว่า ท่านสารีบุตร ภิกษุ ๒ รูป ในพระศาสนานี้ กล่าว อภิธรรมกถา เธอทั้ง ๒ นั้น ถามกันและกัน ถามปัญหากันแล้ว ย่อมแก้กันเอง ไม่หยุดพัก ด้วย และธรรมกถาของเธอทั้ง ๒ นั้น ย่อมเป็นไปด้วย ท่านสารีบุตร ป่าโคสิงคสาลวัน พึงงาม ด้วยภิกษุเห็นปานนี้แล.

@ ประเด็นการกล่าวอ้าง เพียงเห็นศพสีเหลืองแล้วพยากรณ์ว่าเป็นพระอนาคามี

– ผู้ที่จะพยากรณ์ใครว่าเป็นพระอริยบุคคลขั้นไหน ต้องเป็นผู้มีพระปัญญา ดั่งเช่น พระพุทธเจ้า เป็นต้น พระอริยสาวกในอดีต มีท่านพระสารีบุตร อันพระผู้มีพระภาคเจ้าทรงแต่งตั้งเป็นผู้เลิศทางปัญญารองจากพระองค์ ก็ไม่ได้พยากรณ์ใครว่าเป็นพระอนาคามี เพียงเห็นศพสีเหลือง เพราะศพสีเหลือง เกิดขึ้นได้ แม้ไม่ได้ฟังคำพระพุทธเจ้า และผู้นั้นที่พยากรณ์ มีญาณ ปัญญาระดับใด จึงพยากรณ์ เพียงศพสีเหลืองว่าได้ฟังคำพระพุทธเจ้าก่อนตายเป็นพระอนาคามี เพราะ การเห็นด้วยตาเนื้อ ไม่ใช่การเห็นด้วยตาปัญญาที่ได้ฌานอภิญญา

การยกพุทธวจนะ แต่ ตนเองอธิบายผิด ก็ชื่อว่าคำของตนเองเป็นคำของอัญญเดียรถีย์ นอกศาสนา ไม่ใช่แม้คำของพระอริยสาวก เพราะ อธิบายไม่สอดคล้องตามพระธรรมวินัย ทำลายพุทธวจนะ มีเรื่องปฏิเสธพระอภิธรรม และ พยากรณ์ศพสีเหลือง เป็นต้น พระอภิธรรมก็อันตรธานไป จากคำของผู้อ้างตนเป็นสาวก กล่าวตามพุทธวจนะแต่อธิบายผิด ว่าอภิธรรมเป็นคำแต่งภายหลัง และคนปัจจุบัน ส่วนมากก็ชื่นชมชอบกัน แต่ไม่พิจารณาความลึกซึ้งของพระธรรม เพราะคำที่บุคคลอธิบายต่อจากพุทธวัจนะ ที่อธิบายผิด ก็ชื่อว่าสาวกภาษิตนอกศาสนา สมกับพระพุทธพจน์ ฉบับมหาจุฬาที่ว่า

พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๖ พระสุตตันตปิฎกเล่มที่ ๘ [ฉบับมหาจุฬาฯ]
สังยุตตนิกาย นิทานวรรคข้อความบางตอน…๗. อาณิสูตร ว่าด้วยลิ่ม

[๒๒๙] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ … เขตกรุงสาวัตถี …
“ภิกษุทั้งหลาย เรื่องเคยมีมาแล้ว ได้มีตะโพนชื่ออานกะของพวกกษัตริย์ผู้มีพระนามว่าทสารหะ เมื่อตะโพนแตก พวกกษัตริย์ทสารหะได้ตอกลิ่มอื่นลงไป ต่อมาไม้โครงเก่าของตะโพนชื่ออานกะก็หายไปเหลือแต่โครงลิ่ม ฉันใดภิกษุทั้งหลาย ในอนาคต เมื่อผู้อื่นกล่าวสูตรที่ตถาคตกล่าวไว้ล้ำลึก มีเนื้อความลึกซึ้ง เป็นโลกุตตรธรรม ประกอบด้วยความว่าง ภิกษุทั้งหลายจักไม่ตั้งใจฟังให้ดีไม่เงี่ยหูฟัง ไม่เข้าไปตั้งจิตไว้เพื่อรู้ทั่วถึง และไม่ให้ความสำคัญธรรมว่า ควรเรียนควรท่องจำให้ขึ้นใจ ฉันนั้นแต่เมื่อผู้อื่นกล่าวสูตรที่ท่านผู้เชี่ยวชาญได้รจนาไว้ เป็นบทกวี มีอักษรวิจิตรมีพยัญชนะวิจิตร อยู่ภายนอก เป็นสาวกภาษิต ภิกษุเหล่านั้นกลับตั้งใจฟังด้วยดีเงี่ยหูฟัง เข้าไปตั้งจิตไว้เพื่อรู้ทั่วถึง และจักสำคัญธรรมว่า ควรเรียน ควรท่องจำ
ให้ขึ้นใจ ฉันใด แต่เมื่อผู้อื่นกล่าวสูตรที่ตถาคตกล่าวไว้ล้ำลึก มีเนื้อความลึกซึ้งเป็นโลกุตตรธรรม ประกอบด้วยความว่าง ก็จักอันตรธานไป ฉันนั้น

————————
ขอเชิญอ่านข้อความพระไตรปิฎกฉบับบมหาจุฬาที่ไม่มีอรรถกถา เป็นพระพุทธพจน์ที่แสดงว่าควรฟังคำของพระอริยสาวก มีท่านพระสารีบุตร และ พระมหาโมคคัลลานะ เป็นต้น
คลิกลิ้งนี้..http://www.dhammahome.com/webboard/topic/29889

ขออนุโมทนา

ศึกษาธรรมเพิ่มเติมได้ที่www.dhammahome.com

โดย มูลนิธิศึกษาและเผยแพร่พระพุทธศาสนา