เรื่องรับเงิน ของพระภิกษุ ในวินัยควรจะพิจารณาให้รอบคอบ

– ดูเจตนา เพราะสิกขาบทว่าด้วยการรับเงิน-ทองนี้ เป็นสจิตตกะ … คือประกอบด้วยเจตนา…. และเจตนานั้น ร้ายแรงเพียงใด ? ควรคำนึงถึงความเหมาะสม แห่ง กาล, ยุคสมัย, และความจำเป็นในการดำรงชีพอยู่… ทำอย่างไร จะไม่ให้เงินทองหรือทรัพย์สินนั้นเป็นภัยแก่ตนเอง…
คือปัจจัยทุกสิ่งทุกอย่าง ถ้าใช้ไม่เป็น ขาดการพิจารณา…ใช้อย่างมัวเมา…ไม่รู้จักประโยชน์ของปัจจัยนั้น ๆ ก็จัดว่ามีโทษทั้งนั้น ไม่ว่าจะเป็น บิณฑบาตร,จีวร,เสนาสนะ,ยารักษาโรค…แม้ได้มาด้วยความบริสุทธิ์
– สำหรับเงินทอง เป็นเรื่องล่อแหลมต่อการผิดพระวินัย … คือเป็นความสืบเนื่องจากการมีเงินทอง และยินดีในเงินทองนั้น…(ดุจการดื่มสุรา ดื่มแล้วเมาแล้วนอนหลับ โทษก็ไม่มีมากมาย แต่ถ้าดื่มแล้วไปทำอกุศลกรรมอื่น ๆ เพราะการขาดสติด้วยอำนาจของอาการเมานั้น โทษจะมีมากขึ้นตามการกระทำนั้น ๆ) ในการมีเงินทองก็เช่นกัน เพียงแค่หยิบ-จับผ่านมือ โทษก็ไม่เท่าไร …แต่ถ้ายินดีและสะสมเงิน-ทองนั้น โทษจะตามมาด้วยข้อที่ว่า “นำไปใช้อะไร ???” การนำไปใช้นั้นสมควรแก่สมณะสารูปหรือไม่ อย่างไร ???
ตรงนี้ น่าจะเป็นข้อที่ควรมาพิจารณากัน (เงินทองนั้นเป็นดุจอสรพิษ)….ถามว่า อสรพิษ (งูพิษ) มีประโยชน์ได้ไหม…? ก็ต้องตอบว่า “ได้” “ยาพิษ” มีประโยชน์ได้ไหม ?” ก็ ต้องตอบว่า “ได้” ถ้าเรามีความรู้และรู้จักวิธีใช้ หรือรู้วิธีอยู่กับอสรพิษนั้น โดยระมัดระวัง อสรพิษนั้น ก็ขบกัดไม่ได้, ยาพิษนั้น ๆ ก็ทำอะไรไม่ได้ ดั่งพุทธพจน์ที่ว่า..

“ปาณิมฺหิ เจ วโณ นาสฺส      หเรยฺย ปาณินา วิสํ
นาพฺพณํ วิสมเนฺวติ             นตฺถิ ปาปํ อกุพฺพโต”

“ไม่มีบาปแก่คนที่ไม่ได้กระทำ(บาป), ดุจยาพิษไม่สามารถซึมเข้าสู่ฝ่ามือของคนที่หยิบจับยาพิษ (ด้วย) มือที่ไม่มีแผล ฉะนั้น”

อีกประการหนึ่ง พิษของงูที่มีพิษนั้นทางการแพทย์ก็นำมาเป็นประโยชน์ได้…//
ในทางตรงกันข้ามถ้าบุคคลไม่มีความระมัดระวัง…อสรพิษนั้นก็ทำอันตรายได้…ยาพิษก็ทำอันตรายได้ ถ้าผู้นั้นมีมือเป็นแผลหรือไม่มีความระมัดระวังในการใช้…พิษนั้น ๆ อาจทำให้บุคคลนั้นถึงแก่ชีวิตได้…

ข้อควรพิจารณา ก็คือว่า…
– ควรทำอย่างไร ให้เงิน-ทองนั้นไม่เป็นอันตรายแก่พระภิกษุ
– ทางการคณะสงฆ์ ควรหาวิธีหรือมาตรการอะไร ๆ รองรับ โดยให้สอดคล้องกับธรรมวินัย และให้เกิดประโยชน์แก่พระภิกษุ และคณะสงฆ์เอง
– แท้จริงแล้ว พระพุทธเจ้ามิได้ทรงห้ามเรื่องการมีทรัพย์ ทางวัด หรือคณะสงฆ์มีทรัพย์ได้ เพียงแต่ว่า ทำทรัพย์นั้น ๆ ให้ถูกต้อง ให้เป็นของสมควรแก่สมณะ ไม่ให้ผิดพระวินัยบัญญัติ… และไม่ให้เป็นภาระแก่ภิกษุรูปใดรูปหนึ่ง. สงฆ์ต้องรับภาระร่วมกัน …
– ที่ดินของวัด กุฎี วิหาร….เป็นทรัพย์สิน มีมูลค่าเป็นเงินเป็นทองทั้งนั้น….ทำอย่างไรให้ถูกต้องตามธรรมวินัย … จริง ๆ ไม่ใช่เป็นของที่ยุ่งยากอะไรเลย…พระพุทธองค์ทรงบัญญติให้มีไวยาวัจกร, ให้มีกัปปิยการก อยู่แล้ว….
– ทำอย่างไร เงิน-ทองของพระภิกษุ จะมีผู้ดูแล ทำให้เป็นของสมควร (กัปปิยะ) ทำให้ภิกษุนั้น ๆ ไม่ต้องลำบากและไม่ผิดวินัย ในการใช้จ่ายเงิน-ทองนั้น ….ในแต่ละวัด ควรจัดการกันอย่างไร ?
เรื่องนี้แก้กันไม่ยาก โดยใช้สติปัญญา และค่อย ๆ แก้ไข ใช้ความเมตตากรุณาเข้าหากัน…. มีความเคารพในสงฆ์….ในพระศาสดา…ในธรรมวินัย แก้ได้ไม่ยากเย็นอะไรเลย…

=============

VeeZa
๑๕ มิถุนายน ๒๕๖๑