ทองย้อย แสงสินชัย …..

แม่
บาลีว่าอย่างไร

คำต่อไปนี้ ในภาษาบาลีหมายถึง “แม่”
บางคำเราคุ้น แต่บางคำก็ไม่ได้นำมาใช้ในภาษาไทย

(1) อมฺพา, อมฺมา
(2) ชนนี, ชนิกา, ชเนตฺตี
(3) โทหฬินี
(4) มาตุ, มาตา, มารดา
(5) สุหทา
(6) โตเสนฺตี, โปเสนฺตี

– “อมฺพา” แปลว่า “ผู้รักษาบุตรธิดา” “ผู้อันบุตรธิดาเข้าไปหาด้วยความรัก” “ผู้อันบุตรธิดาเข้าไปหา คือเข้ามาคลอเคลีย” “ผู้อันบุตรธิดาบูชา”

– “อมฺมา” แปลว่า “ผู้อันบุตรธิดาเข้าไปหา คือเข้ามาคลอเคลีย” “ผู้อันบุตรธิดาบูชา”

– “ชนนี” “ชนิกา” “ชเนตฺตี” แปลว่า “ผู้ยังบุตรให้เกิด” หรือ “ผู้ให้กำเนิด”

– “โทหฬินี” แปลตามศัพท์ว่า “ผู้มีความปรารถนาสอง” = คนแพ้ท้อง

– “มาตุ” “มาตา” “มารดา” แปลว่า “ผู้รักบุตรโดยธรรมชาติ” “ผู้ยังบุตรให้ดื่มนม”

– “สุหทา” แปลว่า “ผู้มีใจดี”

– “โตเสนฺตี” แปลว่า “ผู้ปลอบโยน”

– “โปเสนฺตี” แปลว่า “ผู้เลี้ยงดู”

ใน โสณนันทชาดก สัตตตินิบาต ท่านพรรณนาหัวอกคนเป็นแม่ไว้น่าฟัง 
ขอถอดความนำมาเสนอพร้อมทั้งต้นฉบับภาษาบาลี เพื่อบูชาพระคุณแม่ –

(๑)
อากงฺขมานา ปุตฺตผลํ
เทวตาย นมสฺสติ 
นกฺขตฺตานิ จ ปุจฺฉติ
อุตุสํวจฺฉรานิ จ.

แม่อยากมีลูกไหนจะปาน
ถึงกับบนบานศาลกล่าว
เฝ้าดูฤกษ์ยาม
ถามวันเดือนปี
(เช่นว่าถ้าลูกเกิดปีนี้จะเป็นเด็กแบบไหน
แล้วเกิดเดือนไหนจะเป็นเด็กแบบนี้)

(๒)
ตสฺสา อุตุสิ นหาตาย
โหติ คพฺภสฺสวกฺกโม 
เตน โทหฬินี โหติ
สุหทา เตน วุจฺจติ.

บำรุงรักษาตัวตามวิธี
จนพอรู้ว่ามีครรภ์ ก็อยากนั่นโน่นนี่
ท่านจึงเรียกแม่ว่า “โทหฬินี” = คนแพ้ท้อง
และเรียกว่า “สุหทา” = คนใจดี-เพราะดีใจ (ที่จะได้ลูก)

(๓)
สํวจฺฉรํ วา อูนํ วา
ปริหริตฺวา วิชายติ 
เตน สา ชนยนฺตีติ
ชเนตฺตี เตน วุจฺจติ.

นับเป็นปี หรือจะน้อยกว่านี้ก็น้องๆ
ที่แม่คอยประคับประคองกว่าจะคลอดเจ้าโฉมงาม
แม่จึงได้นามว่า “ชนยนฺตี” –
และ “ชเนตฺตี” = ผู้ให้กำเนิด

(๔)
ถนกฺขีเรน คีเตน
องฺคปาวุรเณน จ 
โรทนฺตํ ปุตฺตํ โตเสติ
โตเสนฺตี เตน วุจฺจติ.

ด้วยน้ำนม เพลงกล่อม และอ้อมกอด
ลูกร้อง แม่ก็พร่ำพลอดปลอบโยนให้ยิ้มได้
แม่จึงได้นามว่า “โตเสนฺตี” = ผู้ปลอบโยน

(๕)
ตโต วาตาตเป โฆเร
มมฺมํ กตฺวา อุทิกฺขติ 
ทารกํ อปฺปชานนฺตํ
โปเสนฺตี เตน วุจฺจติ.

ยามที่ลมแรงและแดดกล้า
แม่ก็ผวาหาลูกด้วยหัวใจที่ไหวหวั่น
ลูกแม่ยังเล็กไม่เดียงสากระนั้น ดังฤๅจะดูแลตัวเองได้
แม่จึงได้นามว่า “โปเสนฺตี” = ผู้เลี้ยงดู

(๖)
ยญฺจ มาตุ ธนํ โหติ
ยญฺจ โหติ ปิตุทฺธนํ 
อุภยมฺเปตสฺส โคเปติ
อปิ ปุตฺตสฺส เม สิยา.

ทรัพย์ใดของพ่อแม่
ก็เฝ้าแต่ดูแลรักษา
คิดถึงวันข้างหน้า –
“..เก็บไว้ให้ลูกแม่ ..”

(๗)
เอวํ ปุตฺต อทุํ ปุตฺต
อิติ มาตา วิหญฺญติ 

ครั้นถึงวัยเรียน แม่ก็เวียนแต่ทุกข์
“เรียนนี่ไหมลูก, นั่นล่ะลูกเรียนไหม”
ลำบากอย่างไร –
แม่ก็ยอม

(๘)
ปมตฺตํ ปรทาเรสุ
นิสฺสิเว ปตฺตโยพฺพเน 
สายํ ปุตฺตํ อนายนฺตํ
อิติ มาตา วิหญฺญตีติ.

ครั้นถึงวัยหนุ่มสาว
แม่ก็เกรงลูกจะอื้อฉาวในเชิงชู้
เย็นย่ำค่ำคืนก็เฝ้าแต่คอยดูว่าป่านฉะนี้ไฉนยังไม่กลับ –
ดวงแดแม่จะพลอยดับไปด้วย ฉะนี้แล.

: สำหรับลูก บางวันเท่านั้นเป็นวันแม่
: แต่สำหรับแม่ ทุกวันเป็นวันของลูก

—————
(ปรับปรุงจาก แม่ : บาลีวันละคำ (454)
สำหรับแม่และลูกที่พลาดคำนี้เมื่อปีที่แล้ว)

#บาลีวันละคำ (816)

12-8-57