ผ่านไปอย่างรวดเร็ว
ไม่มีใครเคยเห็นว่า “กาลเวลา หน้าตาเป็นอย่างไร?”
แต่ดูจากหลักฐาน เชื่อว่า “กาลเวลา คือสัตว์ปีก”
เพราะทิ้งหลักฐานไว้คือ “รอยตีนกา”

ธันวาคม เดือนเป็นที่มาแห่งธนู
ธนุ+อาคม

– ธนุ แปลว่า ธนู, ลูกธนู (บาลีเป็น ธนุ อ่านว่า “ธะ – นุ” ศัพท์นี้เป็น “อุการันต์” คือมีสระ อุ เป็นที่สุดแห่งอักษร เขียนแยกให้เห็นทั้งพยัญชนะและสระได้เป็น ธฺ-อะ-นฺ-อุ)
– อาคม แปลว่า การมา, (อา+คม)
(ความเห็นส่วนตัว สันนิษฐานว่า เดือนธันวาคม น่าจะเป็นเดือนที่เริ่มเข้าสู่ฤดูหนาว, หนาวเหน็บ เสียดแทงผิวกาย จึงเป็นประดุจลูกธนู ที่เสียบเข้าไปที่ร่างกาย…”)

ทำตัวศัพท์ : ธนฺวาคม (ธันวาคม) แปลง สระ อุ ที่ นุ ให้เป็น วฺ (สังเกตุ ที่ ว แหวน จะมีจุดดำ ๆ อยู่ข้างล่าง เพื่อให้รู้ว่า ตอนนี้ วฺ ไม่มีสระอาศัย ถ้าเขียนว่า ว แบบไม่มีจุดข้างล่างอย่างนี้ ภาษาบาลีต้องอ่านเป็น วะ เพราะมีสระ อะ เข้าไปอาศัยแล้ว)
และ น ที่คำว่า ธนุ เมื่อเอาสระอุ ไปเป็น วฺ แล้ว ก็ต้องเขียนเป็น ธนฺ คือ นฺ ก็ต้องมีจุดดำ ๆ อยู่ข้างล่าง เพราะต้องถือว่า ไม่มีสระอุ อาศัยเช่นกัน, รวมกับ วฺ จึงเป็น ธนฺวฺ + อาคม กลายเป็น “ธนฺวาคม” ภาษาไทยเขียนเป็น “ธันวาคม”

ข้อควรทราบ :-

นฺ เมื่อไม่มีสระอาศัย เวลาอ่าน จะอ่านออกเสียง น ไม่ได้ (ตามหลักบาลีบอกว่าพยัญชนะมีเสียงกึ่งมาตรา คือออกได้นิดเดียว สระเสียงสั้น (อะ อิ อุ) ออกเสียงได้หนึ่งมาตรา,สระเสียงยาว (อา อี อู เอ โอ) ออกเสียงได้สองมาตรา), น กลายเป็นพยัญชนะที่ไม่มีเสียงสระอาศัย จึงกลายเป็นพยัญชนะสังโยค คือเป็นตัวสะกดตัว ธ และตัว ธ ที่อยู่ข้างหน้า มีสระ อะ อาศัยอยู่ เวลาอ่าน ธะ กับ นฺ รวมกัน จึงอ่านว่า ธัน, คำว่า “ธัน” จะไม่มีเสียงของ น, ออกเสียงของ ธ อย่างเดียว

พยัญชนะทุกตัว จะออกเสียงได้ ก็ต่อเมื่อมีสระเข้าไปอาศัย (อะ อา อิ อี อุ อู เอ โอ) บาลีมีสระ 8 ตัว เช่น กะ กา กิ กี กุ กู เก โก
ข้อสังเกต :- การอ่านคำว่า ธนฺวาคม (ธันวาคม) จริง ๆ แล้วการออกเสียงในเชิงของบาลีต้องอ่าน ตรงคำว่า ธนฺวา อ่านออกเสียง น เร็ว ๆ เพราะพยัญชนะที่ตามหลัง น คือ ว เป็นพยัญชนะ อวรรค, ส่วน น เป็นพยัญชนะวรรค เมื่อพยัญชนะวรรคเป็นตัวสังโยคอักษรตัวหน้า และอักษรตัวหน้านั้นประกอบด้วยสระเสียงสั้น (อะ อิ อุ) เมื่อมาอยู่หน้าพยัญชนะอวรรค, การออกเสียงจึงต้องออกได้นิดเดียว (กึ่งมาตรา) เหมือนอย่างที่เราสวดคำว่า “สฺวากฺขาโต” (สะ-หวาก-ขา-โต) ตรงคำว่า สะ-หวาก อ่านออกเสียง ส เร็ว ๆ ฯ คำอื่น ๆ เช่น กตฺวา (กัตะวา) เป็นต้น

(สังเกตว่า สฺ หรือ ตฺ แม้ไม่มีสระอาศัย แต่ก็อ่านออกเสียงได้นิดหนึ่ง จะบอกว่า ออกเสียงไม่ได้เลยก็ไม่ใช่ ทั้งนี้ก็เพราะอำนาจของพยัญชนะและสระที่ตามมาข้างหลัง, ถ้าเขียนเดี่ยว ๆ สฺ หรือ ตฺ โดยไม่มีพยัญชนะและสระอื่น ๆ ตามมา, สฺ ก็อ่านออกเสียงไม่ได้ )

==============

VeeZa

๒ ธันวาคม ๒๕๖๐

(ผิดถูก-ขาดตกบกพร่องอย่างไร ขอบัณฑิตทั้งหลาย อาศัยความเมตตากรุณาชีแจง…)