มีผู้ถามว่า คำว่า “กุสลสฺสูปสมฺปทา” (กุ-สะ-ลัส-สู-ปะ-สัม-ปะ-ทา) การทำกุศลให้ถึงพร้อม หมายถึงอะไร ? (ทำกุศลกุศลอะไร ชือว่าให้ถึงพร้อม)

ตอบ คำว่า “กุสลสฺสูปสมฺปทา” เป็นหมวดธรรมข้อหนึ่งซึ่งอยู่ในกลุ่มธรรมที่เป็นดุจหัวใจพุทธศาสนา คือ
– สัพพะปาปัสสะ อะกะระณัง การไม่ทำบาปทั้งปวง
– กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำกุศลให้ถึงพร้อม
– สะจิตตะปะริโยทะปะนัง การทำจิตให้หมดจดผ่องแผ้ว
(เอตัง พุทธานะ สาสะนัง นี่เป็นคำสอนของพระพุทธเจ้าทั้งหลาย ฯ)

คำว่า “กุสะลัสสูปะสัมปะทา การทำกุศลให้ถึงพร้อม” นั้นท่านมุ่งหมายเอา “การทำมรรคกุศล หรือมรรคจิตให้เกิดขึ้น” เรียกว่าการทำกุศลให้ถึงพร้อม

โดยความหมายทางอภิธรรมปิฎก
มรรค (หมายถึงมรรคจิต) ท่านจัดสงเคราะห์เป็นกุศล เรียกว่า “วิวัฏฏะคามีกุศล คือกุศลที่ไม่เป็นไปในวัฏฏะ”
ส่วนผลจิต จัดเป็นวิบาก คือส่วนผล
เรียกสั้น ๆ ว่า มรรคเป็นกุศล, ผลเป็นวิบาก

มรรคจิต เป็นยอดแห่งกุศล, ธรรมที่ประกอบกับมรรคจิต คือ องค์มรรค ๘ ซึ่งได้แก่เจตสิก ได้แก่…

– ปัญญา
– วิตก
– สัมมาวาจาวิรตี
– สัมมากัมมันตวิรตี
– สัมมาอาชีววิรตี
– วิริยะ
– สติ
– เอกัคคตา

ธรรมทั้งหลายเหล่านี้ พร้อมกับจิตุปบาทอื่น ๆ ที่เกิดพร้อมกัน ทำหน้าที่ตัดกิเลส คืออนุสัยกิเลสเป็นสมุจเฉทปหาณ เป็นตัวตัดภพ-ชาติ ตัดปฏิสนธิวิญญาณ ที่จะทำหน้าที่ปฏิสนธิในภพต่าง ๆ

ส่วนกุศลธรรมอื่น ๆ มี กามาวจรกุศล หรือ มหากุศล, รูปาวจรกุศล, อรูปาวจรกุศล ยังไม่ชื่อว่า กุศลที่สูงสุด เพราะกุศลเหล่านี้ยังก่อให้เกิดปฏิสนธิวิญญาณ ที่จะทำหน้าที่ปฏิสนธิในภพภูมิต่าง ๆ อยู่ คือเกิดเป็นมนุษย์บ้าง เทวดาบ้าง, รูปพรหมบ้าง, อรูปพรหมบ้าง ฯ กุศลธรรมเหล่านี้ เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “วัฏฏะคามีกุศล คือกุศลที่เป็นไปในวัฏฏะ”

เพราะฉะนั้น จึงตอบให้สั้น ๆ ว่า “การทำกุศลให้ถึงพร้อม” ก็คือทำมรรคกุศลให้เกิดขึ้นนั่นเอง…ฯ

และมรรคที่ว่าถึงพร้อมสูงสุด ก็คือ  “อรหัตตมรรค” 

แท้จริงแล้ว “มรรค” ย่อมเป็นไปตามลำดับ คือ 

๑. โสดาปัตติมรรรค

๒. สกทาคามิมรรค

๓. อนาคามิมรรรค

๔. อหรหัตตมรรค 

เมื่อมรรคทั้ง ๔ ถึงเพร้อม คือเกิดขึ้น-ดับลงเมื่อใด ผลจิตก็เกิดขึ้นติดต่อกัน โดยไม่มีระหว่างคั่น ไม่ประกอบด้วยกาล (อกาลิโก) เมื่อนั้น จิตจึงได้ว่า “หมดจด ผ่องแผ้ว” สจิตฺตปริดยทปนํ ฯ ผลจิต คือ อรหัตตผล นั่นเอง ได้ชื่อว่า “จิตที่ผ่องแผ้ว, ผ่องใส…ฯ

 

 

———————
VeeZa
๑๗ เมษายน ๒๕๖๐