“หมุดคณะราษฎร์” ย่อมมีอิทธิพลต่อความรู้สึกของบุคคลทั้งทางที่ดีและไม่ดี …แล้วแต่สิ่งที่อยู่ในจิตใจของบุคคล นั่นคือ

– ความรู้ความเข้าใจในประวัติศาสตร์
– จิตสำนึกความเป็นประชาธิปไตย,หรือความเป็นทาส
– ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับพุทธศาสนา…

“หมุด” คือ วัตถุ เป็นรูปารมณ์ รับรู้ได้ทางตา (รูปารมณ์) แล้วนำไปสู่การคิดนึกทางใจ… ออกมาเป็นการรับรู้ทางด้านประวัติศาสตร์ และความเป็นมา…

วัตถุ หรือรูปารมณ์ เป็นธรรมที่เป็นกลาง ๆ (ไม่ดี ไม่ชั่ว) เพราะเป็น อัพยากตธรรม (ธรรมที่พระพุทธเจ้าทรงแสดงว่า ไม่เป็นทั้งกุศล หรืออกุศล แต่ทรงแสดงไว้เป็นอย่างอื่น คือ เป็นวิบากบ้าง, เป็นกิริยาบ้าง…)

ถามว่า “วัตถุ คือ หมุด” มีอิทธิพลต่อบุคคลหรือไม่ ? ตอบว่า “มี” โดยความเป็น อารมณ์ (อารัมมณปัจจัย) ถ้ามีอิทธิพลมาก ก็เป็นอธิบดีอารมณ์ (อารัมมณาธิปติ) แต่ความมีอิทธิพลไม่ว่าจะทางดี หรือไม่ดีนั้น ก็ต้องเกี่ยวด้วยความรู้ ความเข้าใจ และสิ่งที่แฝงอยู่ในจิตใจของบุคคลด้วย…ถ้าเป็นบุคคลที่ไม่มีความรู้ในเรื่องของหมุด ไม่ทราบประวัติศาสตร์ความเป็นมา.. อารมณ์ คือหมุดนั้น ก็ไม่มีอิทธิพลใด ๆ // (เหมือนไก่ที่ไม่รู้คุณค่าของพลอย)
หรือถ้าเขารับรู้ความเป็นมา หรือประวัติศาสตร์ของหมุดนั้น และเห็นคุณค่า เป็นประโยชน์แก่ตน…เช่น เป็นเครื่องแสดงถึงการต่อสู้เพื่อประชาธิปไตย หรือเป็นเครื่องแสดงออกจากการถูกครอบงำด้วยระบบสมบูรณาญาสิทธิราชย์…. หมุดนั้น ก็จะมีอิทธิพลต่อจิตใจและพฤติกรรมของบุคคลนั้นได้…

ในทางตรงกันข้าม ถ้าผู้ที่รับรู้ถึงหมุดนั้นเป็นฝ่ายรอยัลลิสต์ เข้าใจว่าหมุดนั้น เป็นสิ่งที่แสดงออกถึงการปฏิวัติอำนาจของกษัตริย์ คือเป็นสัญลักษณ์ของการเปลี่ยนการปกครอง…อิทธิพลของหมุดนั้นก็อาจมีอิทธิพลในทางไม่ดีแก่บุคคลเหล่านั้น ….

โดยหลักการพุทธศาสนา “วัตถุ หรือรูป หรือรูปารมณ์” (รูป ตามนัยของรูป ๒๘, กับคำว่า รูปารมณ์ นั้น ต่างกัน คือ รูปารมณ์ ได้แก่สีต่าง ๆ, และรูปารมณ์นั้น เป็นรูป ๆ หนึ่งในบรรดารูป ๒๘ นั้น) รูปธรรมทั้งหมด เป็นอัพยากตธรรม (ไม่ดี, ไม่ชั่ว) แต่รูปนั้น อาจเป็นอารมณ์ที่ดี อิฏฐารมณ์ คือเป็นอารมณ์ที่น่ายินดีพอใจก็ได้, หรือเป็นอนิฏฐารมณ์ คือเป็นอารมณ์ที่ไม่น่ายินดีพอใจ ก็ได้

อารมณ์ที่น่าปรารถนา (อิฏฐารมณ์) และอารมณ์ที่ไม่น่าปรารถนา (อนิฏฐารมณ์) อาจเป็นอารมณ์ที่ดี โดยภาวะ หรือไม่ดี โดยภาวะ หรือเป็นปริกัปปะ …ก็ได้

เช่น สรีระร่างกายของพระพุทธเจ้า ย่อมเป็นอิฏฐารมณ์โดยสภาวะ เพราะสำเร็จมาแต่กุศลกรรม
สรีระร่างกายของสัตว์เดรัจฉาน เป็นอนิฏฐารมณ์โดยสภาวะ เพราะสำเร็จมาจากบาปอกุศล

แต่บางครั้ง บางคน ไม่ชื่นชมสรีระของพระพุทธเจ้า, แต่ชื่นชมยินดีกับสรีระของสัตว์เดรัจฉานบางชนิดก็มี….นี่จึงแล้วแต่สภาวะธรรมที่เกิดกับบุคคลนั้น ๆ ในเวลาที่ได้รับรู้อารมณ์นั้น ๆ ….ฯ

ความพอใจ หรือยินดี อาจเกิดด้วยอำนาจของกุศลก็ได้, อกุศลก็ได้
ความไม่พอใจ ไม่น่ายินดี อาจเกิดด้วยอกุศล ก็ได้, เกิดด้วยอำนาจของกุศลคือปัญญาที่เห็นอารมณ์นั้นตามความเป็นจริงก็ได้…

เหมือนกับสังขารร่างกายของพระพุทธเจ้า….ถ้าพุทธบริษัทได้เห็น ก็จัดเป็นอิฏฐารมณ์ คือน่ายินดี พอใจ จิตใจเป็นกุศล มีสัทธาปสาทะ เป็นต้น, แต่ถ้าพวกเดียรถีย์ได้เห็น ก็เป็นสิ่งที่ไม่น่ายินดีพอใจกับพวกเขา…กลายเป็นอนิฏฐารมณ์ไป…และจิตใจก็เป็นอกุศล มีความโกรธเกลียด เป็นต้น… // สังขารร่างกายของพระพุทธเจ้า ไม่ใช่สิ่งเป็นกุศล หรืออกุศล (อัพยากตธรรม) แต่เป็นอารมณ์หรือเป็นเหตุให้เกิดได้ทั้งบุญกุศล และบาปอกุศล…ฯ แล้วแต่สิ่งที่อยู่ในจิตใจ ความเข้าใจ และความรู้สึกนึกคิด…ของผู้ที่ได้พบเห็น….

“หมุด” อาจมีอิทธิพล หรือไม่มีอิทธิพลใด ๆ แก่บุคคลที่แตกต่างกันไป…โดยความเป็นอารมณ์ (อารัมมณปัจจัย)
แต่ “หมุด” ไม่มีอิทธิพล โดยความเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หรือเป็นสิ่งที่มีอิทธิฤทธิ์ แฝงด้วยเวทมนต์ หรือมนต์ดำอะไรต่าง ๆ

VeeZa
๑๗ เมษายน ๒๕๖๐