#ทำอย่างไรจะบวชอยู่ได้นาน ๆ

“ท่านผู้เจริญ ชีวิตพรหมจรรย์ของข้าพเจ้ายังไม่แน่นอน ข้าพเจ้าอาจจะต้องเสียสละโลกอันบริสุทธิ์ ลงไปสู่โลกอันไม่บริสุทธิ์อีกก็ได้ แต่บัดนี้มีปัญหาข้อหนึ่งซึ่งผุดขึ้นมาในจิตใจของข้าพเจ้า ขอท่านได้อาศัยความอนุเคราะห์ตอบด้วย

คือข้าพเจ้ามีความสงสัยและปรารถนาจะทราบว่าด้วยเหตุมีประมาณเท่าใด และด้วยอาการอย่างไร พระภิกษุผู้ยังหนุ่มมีเกสายังดำสนิท จึงสามารถประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้ตลอดชีวิต

“อาวุโส ปัญหาของท่านนี้ดีมาก เป็นปัญหาที่น่าสงสัยและน่าสนใจ ข้าพเจ้าขอยกข้อความที่พระหาเถระโบราณเคยตอบมาแล้ว มาเล่าให้ท่านฟังอีก และให้ถือเป็นคำตอบปัญหาของท่านไปในตัว

“สมัยหนึ่งพระปิณโฑลภารัทวาช อาศัยพักอยู่ ณ โฆสิตาราม ในเมืองโกสัมพี พระเจ้าอุเทนกษัตริย์แห่งเมืองนั้นเข้าไปหาท่านและถามปัญหาขึ้นว่า

ข้าแต่ท่านภารัทวาช อะไรเล่าเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้ภิกษุผู้ซึ่งยังหนุ่ม มีเกสาดำถึงพร้อมด้วยวัยอันเจริญ ยังดำรงอยู่ในปฐมวัยไม่อาลัยพัวพันในกาม ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์ บริบูรณ์อยู่ได้ตลอดชีวิต

“ขอถวายพระพรหมมหาบพิตร ความข้อนี้พระผู้มีพระภาคเจ้าผู้รู้ผู้เห็น ได้ตรัสไว้แล้วว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงเข้าไปตั้งจิตไว้ ในฐานะเหมือนมารดา ในหญิงปูนมารดา เหมือนพี่สาว น้องสาว ในหญิงปูนพี่สาว น้องสาว เหมือนธิดา ในหญิงปูนธิดา มหาบพิตร ด้วยเหตุนี้แลภิกษุหนุ่มจึงประพฤติพรหมจรรย์ ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์ได้ตลอดชีวิต

“พระคุณเจ้า ธรรมชาติของจิตนี้โลเล บางครั้งยังเกิดความพอใจกำหนัดได้ แม้ในหญิงปูนมารดา ในหญิงปูนพี่สาว น้องสาว และแม้ในหญิงปูนธิดา ข้าแต่ท่านภารัทวาช มีเหตุมีปัจจัยอื่นอีกไหม ที่เป็นเหตุให้ภิกษุหนุ่มประพฤติพรหมจรรย์ บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้ตลอดชีวิต

“มหาบพิตร พระผู้มีพระภาคตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลาย พึงพิจารณากายนี้ตั้งแต่พื้นเท้าขึ้นมา ตั้งแต่ปลายผมลงไป ซึ่งมีหนังหุ้มอยู่โดยรอบว่าเต็มไปด้วยของไม่สะอาด มีประการต่างๆ กล่าวคือ ผม ขน เล็บ ฟัน หนัง เนื้อ เอ็น กระดูก เยื่อในกระดูก ม้าม หัวใจ ตับ พังผืด ไต ปอด ไส้ใหญ่ ไส้น้อย อาหารใหม่ อาหารเก่า น้ำดี น้ำเสลษม์ น้ำเหลือง น้ำเลือด เหงื่อ น้ำมันข้น น้ำตา น้ำมันเหลว น้ำลาย น้ำมูก ไขข้อ มูตร”

“พระคุณเจ้า เรื่องที่ท่านกล่าวนั้น สำหรับภิกษุที่อบรมกายดีแล้ว มีศีล สมาธิและปัญญา อันได้รับการอมรมดีแล้วก็ไม่เป็นการลำบาก ย่อมจะทำได้ แต่สำหรับผู้ที่ไม่ได้รับการอบรมกายด้วยดี มีศีล สมาธิและปัญญา อันยังมิได้รับการอบรม ย่อมทำได้ยาก

คือในบางครั้งพยายามพิจารณาทำในใจว่า “ไม่งามๆ” แต่มันเห็นเป็น “งามๆ” เสียเรื่อยไป ท่านภารัทวาชผู้เจริญ มีเหตุปัจจัยอันอื่นอีกไหม ที่ทำให้ภิกษุยังหนุ่ม ฯลฯ ประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ได้ตลอดชีวิต”

“มหาบพิตร พระบรมศาสดาตรัสไว้ว่า ภิกษุทั้งหลาย เธอทั้งหลายพึงสำรวมอินทรีย์อยู่เถิด คือเมื่อเห็นรูปด้วยตา ฟังเสียงด้วยหู ดมกลิ่นด้วยจมูก ลิ้มรสด้วยลิ้น ถูกต้องสัมผัสด้วยกาย และรู้เรื่องราวต่างๆ ด้วยใจ ก็อย่าได้ยึดถือทั้งส่วนย่อยและส่วนใหญ่ อย่าให้มีความดีใจเสียใจรั่วไหลเข้าสู่จิตใจได้

“มหาบพิตร อันนี้แลเป็นเหตุเป็นปัจจัย ให้ภิกษุซึ่งยังหนุ่มมีเกสาดำ ยังอยู่ในปฐมวัยสามารถประพฤติพรหมจรรย์ให้บริสุทธิ์บริบูรณ์อยู่ตลอดชีวิตได้”

“ข้าแต่ท่านภารัทวาชะ อัศจรรย์หนอๆ สิ่งไม่เคยมีได้มีขึ้นแล้ว พระผู้มีพระภาคเจ้าตรัสไว้ชอบแท้ ข้อนี้เองเป็นเหตุให้ภิกษุซึ่งยังหนุ่ม ฯลฯ สามารถประพฤติพรหมจรรย์อยู่ตลอดชีวิตได้

ข้าแต่ท่านภารัทวาชะ ตัวข้าพเจ้าเองแล เมื่อใดเข้าสู่ภายในวัง ด้วยกายวาจา ใจที่ยังมิได้ระมัดระวัง มิได้คุ้มครองรักษา เมื่อนั้นความใคร่ก็ย่ำยีได้ แต่ครั้งใดคุ้มครองรักษา สำรวมกาย วาจา ใจ ด้วยดี ความใคร่ก็ย่ำยีจิตใจมิได้เลย

“ข้าแต่ท่านภารัทวาชะ ช่างแจ่มแจ้งดีเหลือเกิน แจ่มแจ้งดีแท้ เหมือนหงายของที่คว่ำ เปิดของที่ปิด บอกทางให้คนหลงทาง ส่องประทีปในที่มืด เพื่อให้คนที่มีจักษุมองเห็นรูปต่างๆ ข้าแต่ท่านภารัทวาชะ ข้าพเจ้าขอถึง พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ว่าเป็นสรณะตลอดชีวิต”

“อาวุโส” พระสารชาตกล่าวย้ำ, “นี่เป็นคำตอบสำหรับปัญหาของท่าน ส่วนอันตรายอันเป็นเหตุให้ภิกษุต้องเคลื่อนจากพรหมจรรย์นั้น ข้าพเจ้าหวังว่าท่านคงทราบแล้วเข้าใจดีแล้ว”

(สํ.สฬ.๑๘/๑๓๔)

———————

#วรรณกรรมแสงเทียน
บทที่ ๖ #ถ่านไฟเก่า
#ท่านอาจารย์วศิน อินทสระ