Manus Min AungFollow

การบันทึกระดับโลกว่าเป็นบุคคลที่ท่องจำได้มากที่สุดในโลก คือพระอาจารย์ภัททันตะ วิจิตตะ สาราภิวังสะปฐมตริปิฏกะธร ตรีปิฎกโกวิทะ ตรีปิฎกะธรรมภัณฑาคาริกะ หรือเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า ปฐมมีงกุน สยาดอแห่งเมืองสะกาย ท่านสามารถจำได้ทุกหน้าทุกบรรทัดราวกับเปิดข้อมูลจากคอมพิวเตอร์ ถึงขนาดที่ว่าหนังสือกินเนสส์บุ๊ก พ.ศ. ๒๕๒๘ ซึ่งตีพิมพ์ในสหราชอาณาจักรอังกฤษ ได้บันทึกความทรงจำที่น่ามหัศจรรย์ ของท่านไว้ว่า…

“พระอาจารย์ใหญ่มีงกุนสะยาดอ ประเทศพม่า มีความทรงจำท่องพระไตรปิฎก ๑๖,๐๐๐ หน้า (๒๔๐,๐๐๐ ตัวอักษร)ได้ เมื่อเดือนพฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๗ (ค.ศ.๑๙๕๔) ซึ่งเป็นตัวอย่างของความทรงจำของมนุษย์ที่หาได้ยากมาก”)
ทั้งหมดนี้ล้วนสำเร็จด้วยสัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญาที่มีมากกว่าคนปกติ

In 1985, the Guinness Book of Records recorded the sayadaw as a record holder in the Human memory category. The exact entry was Human memory: Bhandanta Vicitsara (sic) recited 16,000 pages of Buddhist canonical text in Rangoon, Burma in May 1954. Rare instances of eidetic memory — the ability to project and hence “visually” recall material– are known to science.

พระเถระ”มีงกุน สยาดอ” หรือพระวิจิตตสาราภิวังสะ เป็นพระติปิฏกธร หรือพระผู้จดจำพระไตรปิฎกได้ทั้งหมด และสามารถท่องสาธยายได้โดยไม่ตกหล่นแม้แต่คำเดียว ซึ่งทางคณะสงฆ์เมียนมาได้รับรองด้วยการสอบทานแล้ว และได้รับการตรวจสอบโดย กินเนสส์เวิลด์เร็กคอร์ด นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระเถระนำการตอบข้อซักถามเรื่องพระวินัย ในการสังคายนาครั้งที่ ๖ ทางรัฐบาลเมียนมาได้ถวายสมณศักดิ์ให้กับท่านเป็นพระอภิธัชมหารัฏฐคุรุ

ท่านเกิดวันที่ 1 พ.ย. 2454
มรณภาพ 9 ก.พ. 2536
สิริอายุ 81 ปี พรรษา 61

🌻การศึกษาพระปริยัติธรรมในพม่า🌻

การศึกษาพระปริยัติธรรมในพม่านั้น สมัยพระเจ้ามินดงมีการสอบพระปริยัติธรรม วิชาที่สอบแบ่งเป็นสี่ชั้นคือ ชั้นต้น ต้องสอบท่องคัมภีร์กัจจายนไวยากรณ์ 8 กัณฑ์ ด้วยปากเปล่า อภิธานนัปปทีปิกา 1203 คาถา วุตโตทัย ฉันโทปกรณ์ สุโพธาลังการ อภิธรรมมัตถสังคหะ 9 ปริจเฉท มาติกา ธาตุกถา 14 นัย ยมก 5 ชั้นกลาง สอบท่องปากเปล่าคัมภีร์ในชั้นต้นทั้งหมดโดยเพิ่มยมกเป็น 10 ยมก ชั้นสูง สอบแบบชั้นกลาง แต่เพิ่มคัมภีร์ปัฎฐานแต่ต้นจนจบกุสลติกะ และชั้นสูงสุดจะต้องสอบแข่งขันกันทั้งหมดเพื่อให้ได้ที่ 1 โดยได้วุฒิการศึกษาธรรมจริยะ

การสอบของพระสงฆ์คงเป็นวิธีการที่น่าเชื่อถือ จนกษัตริย์ต้องนำเอาวิธีการสอบไปใช้ ในการศึกษาพระไตรปิฎกของพม่าจะมีสถาบันที่ให้การศึกษาโดยเฉพาะแห่งเดียวในประเทศพม่าและแห่งเดียวของโลก ซึ่งอยู่ในจังหวัดมีงกุน ซึ่งเรียกชื่อว่า ตรีปิฎะกะนิกายะมีงกุนธรรมนาถ ซึ่งเป็นสถาบันสุงสุดในการศึกษาพระไตรปิฎกของประเทศ โดยจะรับภิกษุผู้มีความสามารถ จากหลักสูตรพุทธศาสนาขั้นต้นธรรมจริยะ เมื่อผ่านการเรียนขั้นเตรียมความพร้อมการเรียนพระไตรปิฎก เป็นเวลา ๑ ปี พร้อมทำการสอบให้ผ่านในระยะเวลา ๑ ปี จึงจะเข้าสู่รูปแบบการเรียนศึกษาพระไตรปิฎก โดยเริมต้นจากการศึกษาพระวินัยปิฎก พระสุตตันตปิฎก พระอภิธรรมปิฎก เป็นเวลาเรียนพร้อมสอบโดยลำดับ เป็นเวลารวม ๑๐ ปี จากนั้นจะทำการสอบท่องปากเปล่า โดยเริ่มจากพระวินัยปิฎก หากทรงจำได้โดยไม่ผิดพลาดแม้แต่อักขระเดียว จะเรียกว่าพระวินัยธร (วินัยธะระ) จะมีการสอบข้อเขียนบรรยายให้ครบถ้วนตามพระวินัยปิฎก เมื่อผ่านแล้วจะแล้วเรียกว่าวินัยโกวิทะ

จากนั้นจะเริ่มศึกษาพระสูตร ตามลำดับ เมื่อสอบปาก เปล่าทรงจำพระสูตรได้แล้วจะเรียกว่าทีฆะปานะกะ และต้องสอบข้อเขียนบรรยายให้ครบถ้วน เมื่อสอบผ่านจะเรียกว่าฑีฆะนิกายะโกวิทะ จากนั้นจึงมาเริ่มศึกษาพระอภิธรรมปิฏกและทำการสอบเช่นเดิมที่ผ่านมาอีก หากผ่านการสอบปากเปล่าจะเรียกว่ามูลอภิธรรมมิกะ และผ่านข้อเขียนจะเรียกว่า อภิธรรมโกวิทะ ซึ่งต้องใช้เวลาอีก ๑ ปี เมื่อสำเร็จและจะศึกษาพระคัมภีร์อภิธรรมอีก คือ ยมกะ ๓ เล่ม ปัฏฐาน อีก ๕ เล่ม รวม ๔,๐๐๐ หน้า เมื่อสอบปากเปล่าผ่านจะเรียกว่า ตรีปิฏกธร ซึ่งหมายถึงการเป็นผู้ทรงจำพระไตรปิฏก และ ต้องสอบข้อเขียนบรรยายอีก รวม ๔,๐๐๐ หน้า จะได้วุฒิเป็นตรีปิฏกโกวิทะ ในพระไตรปิฏกฉบับฉฏฐสังคยนา ๔๐ เล่มนั้น ๒๐ เล่มจะเรียนกับพระอาจารย์ ส่วนอีก ๒๐ เล่มจะเป็นการศึกษาวิจัยด้วยตนเอง ซึ่งต้องใช้เวลาการเรียน สอบทั้งท่องและบรรยาย ทั้งหมดเป็นเวลา ๑๐ ปี การศึกษาดังกล่าวจะไม่มีการศึกษาในวิชาอื่นๆ นอกจากพระไตรปิฎกเลย

ต่อจากนั้นอีก ๕ ปี จะทำการสอบใหม่เหมือนข้างต้นทั้งหมดและยังตรวจสอบความประพฤติ 4 ข้อคือ

1. ทำให้วัตรปฏิบัติของพระภิกษุสามเณรดีงาม
2. ทำให้มีการศึกษาพระไตรปิฎกอย่างถี่ถ้วน
3. ทำให้เกิดความแตกฉานและเชี่ยวชาญในภาษาบาลี
4. ทำให้เข้าใจวิธีการใช้ภาษาและสามารถเขียนบทประพันธ์ด้วยตนเองได้