สารบรรณ

คนละคำกับ “สารบัญ”

อ่านว่า สา-ระ-บัน

แยกศัพท์เป็น สาร + บรรณ

(๑) “สาร”

บาลีอ่านว่า สา-ระ รากศัพท์มาจาก –

(1) สรฺ (ธาตุ = ขยาย, พิสดาร) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, “ทีฆะต้นธาตุ” คือ อะ ที่ ส-(รฺ) เป็น อา (สรฺ > สาร)

: สรฺ + ณ = สรณ > สร > สาร แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ขยายออก”

(2) สา (ธาตุ = มีกำลัง, สามารถ) + ร ปัจจัย

: สา + ร = สาร แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่มีกำลัง”

“สาร” ในภาษาบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) สำคัญ, ประเสริฐยิ่ง, แข็งแรง (essential, most excellent, strong)

(2) ชั้นในที่สุด และส่วนที่แข็งที่สุดของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง, แก่นหรือแกนของไม้ (the innermost, hardest part of anything, the heart or pith of a tree)

(3) แก่นสาร, ส่วนสำคัญ, ส่วนที่ดีที่สุด (substance, essence, choicest part)

(4) คุณค่า (value)

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 เก็บคำว่า “สาร” ไว้หลายคำ ขอยกมา 2 คำดังนี้ –

(1) สาร ๑, สาร- ๑ : (คำนาม) แก่น, เนื้อแท้, มักใช้เข้าคู่กับคำ แก่น เป็น แก่นสาร; ข้อความ, ถ้อยคำ, เรื่องราว, เช่น กล่าวสาร สื่อสาร, หนังสือ เช่น นิตยสาร วารสาร, จดหมาย เช่น เขียนสาร สารของนายกรัฐมนตรีถึงเยาวชน. (ป., ส.).

(2) สาร ๒ : (คำนาม) สิ่งที่มีองค์ประกอบเป็นอย่างเดียวกัน มีสมบัติเฉพาะของตนเอง และไม่สามารถใช้วิธีกลใด ๆ มาแบ่งแยกให้เป็นส่วนอื่นที่มีองค์ประกอบและสมบัติแตกต่างออกไปได้; (คำโบราณ) เรียกธาตุจําพวกหนึ่งและธาตุที่เข้าแทรกในต้นไม้ว่า สาร.

(๒) “บรรณ”

บาลีเป็น “ปณฺณ” (ปัน-นะ) รากศัพท์มาจาก

(1) ปูร (ธาตุ = เต็ม) + อ ปัจจัย, แปลง ปูร เป็น ปณฺณ

: ปูรฺ + อ = ปูร > ปณฺณ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่ทำให้เต็ม” (คือทำให้ต้นไม้เต็มต้น)

(2) ปต (ธาตุ = ตกไป) + อ ปัจจัย, แปลง ต เป็น ณฺณ

: ปตฺ + อ = ปต > ปณฺณ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่จะร่วงไปโดยไม่นาน”

(3) ปณฺณฺ (ธาตุ = เขียวสด) + อ ปัจจัย

: ปณฺณฺ + อ = ปณฺณ แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เขียวสด”

“ปณฺณ” (นปุงสกลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) ใบไม้ (โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ใบพลู) (a leaf [esp. betel leaf])

(2) ใบไม้ที่ใช้เขียน, ใบไม้ที่มีหนังสือจารึกอยู่, จดหมาย; ของบริจาค, เครื่องบรรณาการ (a leaf for writing upon, written leaf, letter; donation, bequest)

(3) ขนนก, ปีกนก (a feather, wing)

ชั้นเดิมศัพท์นี้หมายถึง “ใบไม้” แต่ต่อมาความหมายขยายไปถึง “หนังสือ” อาจเป็นเพราะแต่เดิมมนุษย์ใช้ใบไม้เป็นที่ขีดเขียนลายลักษณ์ลงไป “ปณฺณ” จึงหมายถึงหนังสือไปด้วย

“ปณฺณ” ในภาษาไทยใช้เป็น “บรรณ”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“บรรณ, บรรณ- : (คำนาม) ปีก; หนังสือ; ใบไม้. (ส. ปรฺณ; ป. ปณฺณ).”

สาร + ปณฺณ = สารปณฺณ > สารบรรณ แปลว่า “หนังสือที่มีสาระ”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“สารบรรณ : (คำนาม) หนังสือที่เป็นหลักฐาน, เรียกงานที่เกี่ยวกับการบริหารงานเอกสาร เริ่มตั้งแต่การจัดทำ การรับ การส่ง การเก็บรักษา การยืม จนถึงการทำลายเอกสาร ว่า งานสารบรรณ.”

…………..

ขยายความ :

ในสายงานทหาร งานสารบรรณมีความสำคัญมากถึงกับตั้งเป็นหน่วยงานระดับ “กรม” ฝ่ายอำนวยการ เรียกว่า “กรมสารบรรณ-” (ต่อด้วยนามเหล่าทัพ) เช่น กรมสารบรรณทหารบก กรมสารบรรณทหารเรือ กรมสารบรรณทหารอากาศ

เฉพาะในกองทัพเรือซึ่งแบ่งกำลังพลออกเป็นพรรค-เหล่า “สารบรรณ” เป็นนามเรียก “เหล่า” คือ “เหล่าสารบรรณ” จัดอยู่ใน “พรรคพิเศษ” เรียกรวมว่า “พรรคพิเศษ เหล่าสารบรรณ” (พรรคพิเศษนี้มีอีกหลายเหล่ารวมอยู่ด้วย เช่น เหล่าพลาธิการ เหล่าการเงิน เหล่าแพทย์ ฯลฯ)

…………..

ดูก่อนภราดา!

: หนังสือ ดีตรงที่มีสาระ
: ชีวิตคนจะไร้ค่ายิ่งกว่าเศษขยะ ถ้าไม่คุณธรรมประจำใจ

————–
(ตอบคำถามบางส่วนของ ฉัตรบดินทร์ ฉัตรมิตร)