สิงฺฆาณิกา = น้ำมูก

ลำดับ 29 ในอาการสามสิบสอง

อ่านว่า สิง-คา-นิ-กา

“สิงฺฆาณิกา” รูปคำเดิมเป็น “สิงฺฆาณิกา” (สิง-คา-นิ-กา) รากศัพท์มาจาก –

(1) สิงฺฆาน (จมูก) + อิก ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์, แปลง น เป็น ณ

: สิงฺฆาน + อิก = สิงฺฆานิก + อา = สิงฺฆานิกา > สิงฺฆาณิกา แปลตามศัพท์ว่า “น้ำที่เกิดในจมูก”

(2) สิงฺฆฺ (ธาตุ = ไหล) + อนิก ปัจจัย + อา ปัจจัยเครื่องหมายอิตถีลิงค์, แปลง น เป็น ณ

: สิงฺฆฺ + อนิก = สิงฺฆานิก + อา = สิงฺฆานิกา > สิงฺฆาณิกา แปลตามศัพท์ว่า “น้ำที่ไหลออกมา”

“สิงฺฆาณิกา” หมายถึง น้ำมูก (mucus of the nose, snot)

“สิงฺฆาณิกา” แจกด้วยวิภัตตินามที่หนึ่ง (ปฐมาวิภัตติ) เอกพจน์ คงรูปเป็น “สิงฺฆาณิกา”

หมายเหตุ : ศัพท์นี้ไม่แปลง น เป็น ณ สะกดเป็น “สิงฺฆานิกา” ก็มี

“สิงฺฆาณิกา” ในภาษาไทยยังไม่มีเก็บไว้ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554

…………..

ขยายความ :

คัมภีร์วิสุทธิมรรคบรรยายลักษณะของ “สิงฺฆาณิกา” ไว้ดังนี้ –

สิงฺฆาณิกาติ มตฺถลุงฺคโต ปคฺฆรณกอสุจิ.

คำว่า “สิงฺฆาณิกา” ได้แก่น้ำไม่สะอาดที่ไหลออกจากมันในสมอง

สา วณฺณโต ตรุณตาลฏฺฐิมิญฺชวณฺณา.

สิงฆาณิกานั้นมีสีคล้ายเยื่อในเม็ดตาลอ่อน

สณฺฐานโต โอกาสสณฺฐานา.

สิงฆาณิกามีรูปทรงตามรูปทรงสัณฐานของอวัยวะที่มันไปขังอยู่

โอกาสโต นาสปูเฏ ปูเรตฺวา ฐิตา.

ปกติสิงฆาณิกาจะอยู่เต็มโพรงจมูก

น เจสา เอตฺถ สทา สนฺนิจิตา หุตฺวา ติฏฺฐติ

แต่มันมิได้ขังอยู่ที่นั่นตลอดเวลาดอก

อถโข ยถา นาม ปุริโส ปทุมินิปตฺเต ทธึ พนฺธิตฺวา เหฏฺฐา กณฺฏเกน วิชฺเฌยฺย อถ เตน ฉิทฺเทน ทธิมฏฺฐํ คฬิตฺวา พหิ ปเตยฺย

(มันเกิดได้อย่างไร พึงสดับอุปมา คือ) เหมือนคนห่อนมเปรี้ยวไว้ด้วยใบบัว แล้วใช้หนามเจาะข้างล่าง ทีนี้น้ำใสแห่งนมส้มก็จะพึงหยดออกทางช่องนั้นหล่นลงข้างนอก ดังนี้ฉันใด

เอวเมว ยทา สตฺตา โรทนฺติ วิสภาคาหารอุตุวเสน วา สญฺชาตธาตุกฺโขภา โหนฺติ

การเกิดขึ้นของสิงฆาณิกาก็ฉันนั้น คือเมื่อใดเราร้องไห้ก็ดี เกิดอาการธาตุผิดปกติเพราะอาหารผิดสำแลงหรืออากาศแปรปรวนก็ดี

ตทา อนฺโต สีสโต ปูติเสมฺหภาวํ อาปนฺนํ มตฺถลุงฺคํ คฬิตฺวา ตาลุมตฺถกวิวเรน โอตริตฺวา นาสปูเฏ ปูเรตฺวา ติฏฺฐติ วา ปคฺฆรติ วา.

เมื่อนั้นมันในสมองที่กลายเป็นเสมหะเสียก็จะเลื่อนจากภายในศีรษะลงมาตามช่องเพดาน เต็มอยู่ในโพรงจมูกบ้าง ไหลออกมาบ้าง

สิงฺฆาณิกาปริคฺคณฺหเกน ปน โยคินา นาสปูเฏ ปูเรตฺวา ฐิตวเสเนว ปริคฺคณฺหิตพฺพา.

พระโยคีผู้เจริญพระกรรมฐานจะกำหนดเอาสิงฆาณิกาเป็นอารมณ์ พึงกำหนดเอาตามที่มันเต็มโพรงจมูกอยู่นั่นแลเป็นใช้ได้

(คัมภีร์วิสุทธิมรรค ภาค 2 อนุสสติกัมมัฏฐานนิทเทส หน้า 48-49)

ในบทสวด “พระอาการสามสิบสอง” กล่าวถึง “สิงฺฆาณิกา” ไว้ดังนี้ –

๏ สิงฆาณิกา……..นักปราชญ์ท่านว่า…..น้ำมูกครบครัน
เมื่อคราวร้องไห้….ไหลออกมาพลัน……ดุจดังสำคัญ
เหมือนน้ำคาวปลา๚ะ๛

…………..

ดูก่อนภราดา!

: น้ำมูก ไม่สั่งทิ้งก็ยิ่งโสโครก
: สรรพสิ่งในโลก ไม่รู้จักปล่อยวางก็ยิ่งวุ่นวาย

—————-
(ตามคำอาราธนาของคุณครูอนันต์ นาควิจิตร)

ภาพประกอบ: จาก google

ควรตามไปดูคำว่า “อาการ 32” ที่ลิงก์ข้างล่างนี้ด้วย:

https://www.facebook.com/tsangsinchai/posts/524309450996130