ขอให้ท่านพิจารณาอย่างดีนะครับ 

สิ่งที่เราเชื่ออาจจะตรงกับความจริงก็ได้ 
อาจจะไม่ตรงกับความจริงก็ได้ 
เพราะว่ามันเป็นเพียงขั้นความเชื่อ
ยังไม่ถึงขั้นความรู้ ยังไม่ถึงขั้นญาณทัศนะ

เพราะฉะนั้นคนใดหมู่ใดที่ขังตัวเอง
อยู่กับความเชื่อของตน
โดยที่ไม่เปิดหน้าต่างออกมารับแสงสว่าง
จากความคิดเห็นของผู้อื่นบ้างแล้ว
คนนั้นหมู่นั้นก็คงงมงาย
อยู่กับความเชื่อของตนตลอดไ
ไม่มีทางที่จะได้พบแสงสว่างทางปัญญาได้

ที่จริงแสงสว่างมันมีอยู่โดยรอบนะครับ
แต่ว่าถ้าเราอยู่ในกะลาครอบ
เราก็ไม่ทักไม่เห็นเพราะกะลามันเป็นบังแสงสว่างเอาไว้
พอเปิดกะลาออกแสงสว่างก็เข้าไปทันทีเลย
เหมือนกบอยู่ในกะลาครอบ
เหมือนคางคกอยู่ในกะลาครอบ
ย่อมไม่เห็นแสงสว่าง ทั้งๆ ที่
มีแสงสว่างอยู่โดยรอบนอกกะลานั้นเอง

ชาวพุทธเราส่วนมาก
ได้ถูกปลูกฝังตอกย้ำให้มีศรัทธาในพระสงฆ์
โดยไม่ตั้งเงื่อนไข ทุ่มลงไปทั้งหมดเนื้อหมดตัว
ไม่กล้าพูดไม่กล้าแตะต้อง กลัวบาป
เป็นเหตุให้พระสงฆ์บางรูปทำอะไรได้ตามใจชอบ
ไม่กลัวบาปเพราะชาวบ้านกลัวบาปเสียแล้ว
และยังมีคนบางคนหรือบางพวกบอกว่า
ฆราวาสศีล ๕ ก็ยังรักษาไม่ครบ
การไปตำหนิติเตียนหรือวิจารณ์พระสงฆ์ผู้มีศีล ๒๒๗ นั้น
ไม่สมควรอย่างยิ่ง ไม่เจียมตัวไม่รู้จักตัวเอง
อะไรทำนองนั้นนะครับ

ถ้าถูกโดยปริยายหนึ่ง แต่ว่าถ้ามองอีกปริยายหนึ่ง
ขอให้ดูให้ดีว่า พระสงฆ์ที่ชาวบ้านติเตียน
ชาวบ้านวิพากษ์วิจารณ์
ส่วนมากเป็นพระสงฆ์ที่ไม่มีศีล ๕ นั่นแหละ
เป็นพระสงฆ์ที่แม้แต่ศีล ๕ ก็ไม่ครบนั่นแหละ
หรือว่าไปล่วงศีล ๕ เข้านั่นแหละ
เขาก็เลยวิจารณ์เอาเท่านั้น

=====================

#ศรัทธากับปัญญาในพุทธศาสนา
#อาจารย์วศิน อินทสระ

ภาพ :Laos Pictures ຮູບພາບປະເທດລາວ