อรุณธรรมยามเช้า
วันพุธที่ ๑๐ ธันวาคม ๒๕๖๑
วันแรม ๘ ค่ำ เดือน ๒ 
ธรรมะสวัสดี จักขอนำเสนอ เรื่อง
” เขาดงคสิริ ” อันมีเนื้อความ ดังนี้


ดงคสิริเป็นสถานที่ ที่พระมหาบุรุษ
ทรงบำ เพ็ญทุกกรกิริยา ห่างจากเจดีย์ พุทธคยาประมาณ ๑๐ กิโลเมตร เป็นภูเขาลูกใหญ่ มีถ้ำ ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปปางบำ เพ็ญทุกรกิริยา บริเวณบรรยากาศ เงียบสงบบนเชิงเขาได้มีวัดธิเบตมาสร้างไว้ หลักการบำ เพ็ญทุกกรกิริยา คือทรมานตน

ในพุทธประวัติ :
เจ้าชายสิทธัตถะ ทรงสัญญากับพระเจ้าพิมพิสาร หลังจากบรรพชา เสด็จพักแรม ณ อนุปิยอัมพวัน แคว้นมัลละ เป็นเวลา ๗ วัน จากนั้นเสด็จไปยังแคว้นมคธ ประทับที่ภูเขาปัณฑวะ พระพุทธเจ้าก่อนยังไม่ได้ตรัสรู้จะเรียกว่า พระมหาบุรุษ พระเจ้าพิมพิสาร ทราบข่าวจึงเสด็จไปยังภูเขาปัณฑวะ ชักชวนพระมหาบุรุษให้มาครอง ราชสมบัติด้วยกัน พระมหาบุรุษทรงปฏิเสธ พระเจ้าพิมพิสารทูล ขอปฏิญญาว่า “ถ้าตรัสรู้แล้ว ขอให้เสด็จมาเทศนาโปรดข้าพระองค์ด้วย” พระมหาบุรุษรับปฏิญญาทุกประการ ทรงศึกษาในสำ นักอาฬารดาบส และอุทกดาบส ทรงศึกษาในสำ นักอาฬารดาบส กาลามโคตร ได้สมาบัติ ๗ และ อุทกดาบส รามบุตร ได้สมาบัติ ๘ (รูปฌาน ๔ อรูปฌาน ๔) เมื่อไม่ใช่ หนทางตรัสรู้จึงลาจากอาจารย์ ทรงบำเพ็ญทุกกรกิริยา

พอถึงตำ บลอุรุเวลาเสนานิคม บำ เพ็ญทุกกรกิริยาคือการทรมาน ร่างกาย ๓ วาระ
๑. กัดฟันด้วยฟัน เอาลิ้นกดเพดาน จนเหงื่อไหลออกทางรักแร้
๒. กลั้นลมหายใจเข้าออก จนเสียงดังอื้อในหู ทำ ให้ปวดศีรษะ เสียดท้อง ร้อนในพระวรกาย
๓. ฉันทีละน้อย จนอดอาหารในที่สุด พระวรกายซูบผอม กระดูกปรากฏทั่วกาย เมื่อลูบขนหลุดร่วง

ท้าวสักกเทวราชทราบความดำ ริ จึงดีดพิณให้ฟัง มี ๓ สาย

สายที่ ๑ ตึงเกินไป พอดีดก็ขาด
สายที่ ๒ หย่อน พอดีดไม่เกิดเสียง
สายที่ ๓ ไม่ตึง ไม่หย่อน พอดีดเสียงไพเราะจับใจ

ทรงพิจารณาการบำเพ็ญทุกกรกิริยาเปรียบกับเสียงพิณ 
ทรงเกิดอุปมา ๓ ข้อ 

ครั้งนั้นอุปมา ๓ ข้อปรากฏแก่พระองค์ คือ ๑. สมณพราหมณ์เหล่าใด มีกายและใจยังไม่หลีกออก จากกาม พอใจ รักใคร่ในกาม ใจยังไม่สงบระงับ แม้จะบำ เพ็ญเพียร จนได้รับทุกขเวทนาอย่างหนัก หรือมิได้รับก็ตาม ก็ไม่อาจจะตรัสรู้ได้ เหมือนไม้สดที่แช่น้ำ ยากที่จะสีให้เกิดไฟได้

๒. สมณพราหมณ์เหล่าใด มีกายหลีกออกจากกาม แต่ยังพอใจ
รักใคร่ในกาม ใจยังไม่สงบระงับ แม้จะบำ เพ็ญเพียรจนได้รับทุกขเวทนา อย่างหนัก หรือมิได้รับก็ตาม ก็ไม่อาจจะตรัสรู้ได้ เหมือนไม้สดที่อยู่ บนบก ยากที่จะสีให้เกิดไฟได้

๓. สมณพราหมณ์เหล่าใด มีกายหลีกออกจากกาม ละความ พอใจ รักใคร่ในกาม ใจสงบระงับ แม้จะบำ เพ็ญเพียรจนได้รับทุกขเวทนา อย่างหนัก หรือมิได้รับก็ตาม ย่อมตรัสรู้ได้ เหมือนไม้แห้งที่อยู่บนบก ย่อมสีให้เกิดไฟได้
เมื่อมิใช่ทางตรัสรู้ จึงละทิ้งการบำ เพ็ญทุกกรกิริยา เพื่อบำ เพ็ญ ทางใจ และกลับเสวยพระกระยาหารใหม่
ปัญจวัคคีย์ ๕ คือ โกณทัญญะ วัปปะ ภัททิยะ มหานามะ อัสสชิ เฝ้ารับใช้พระมหาบุรุษ หวังจะได้บรรลุธรรมตามพระองค์ พอเห็นพระมหาบุรุษฉันอาหารพากันคิดว่า “พระมหาบุรุษละจากความ เพียรเวียนมาเป็นผู้มักมาก” พากันหนีละทิ้งพระองค์ไปอยู่ป่าอิสิปตน มฤคทายวัน เมืองพาราณสี…
เอวัง ก็มีด้วยประการ ฉะนี้ แล