อารัมมณาสันนวิถี เวลาใกล้จะตาย จะมีอารมณ์ที่ปรากฏก่อนตาย

สรรพสัตว์ย่อมตายไปเพราะเหตุแห่งความตาย 4 ประการ เมื่อเวลาใกล้จะตายนั้น อารมณ์ 3 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมปรากฏแก่สัตว์ทางทวาร 6 ใน ทวารใดทวารหนึ่ง ได้โดยอำนาจของกรรม

อารมณ์ที่มาปรากฏก่อนตาย มี 3 ประการ

สรรพสัตว์ย่อมตายไปเพราะเหตุแห่งความตาย 4 ประการ ดังกล่าวมาแล้วในตอนที่ผ่านมานั้น เมื่อเวลาใกล้จะตายนั้น อารมณ์ 3 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ย่อมปรากฏแก่สัตว์ทางทวาร 6 ใน ทวารใดทวารหนึ่ง ได้โดยอำนาจของกรรมทั้งสองคือ อุปปัชชเวทนียกรรมและอปราปรเวทนียกรรม (ในภาคปฏิบัติหมายถึงดวงบุญหรือบาปจะมาฉายภาพให้เห็นการกระทำของตน และอุปกรณ์ประกอบกรรม หรือภพที่จะไปเกิดใหม่) ตามสมควร คือ

1. กรรมอารมณ์
2. กรรมนิมิตอารมณ์
3. คตินิมิตอารมณ์

1. กรรมอารมณ์ หมายถึง เจตนาที่เป็นกุศลหรืออกุศลที่เป็นสภาวธรรมล้วนๆ ที่มาปรากฏทางความรู้สึกนึกคิดที่ตนเคยประสบมาแล้วในอดีตกี่ภพกี่ชาติก็ตาม เช่น ความรู้สึกดีใจปีติ เพราะเคยไหว้เจดีย์ ความศรัทธาในพระสงฆ์องค์โน้น หรือ ความรู้สึกโกรธเกลียด รู้สึกกำหนัดยินดีในแก้วแหวนเงินทองในบุคคล หรือ ความสะดุ้งหวาดผวาเป็นต้น ที่เคยเกิดแล้วขณะทำกรรมในอดีต จะมาปรากฏอีกครั้งในขณะนั้นตอนใกล้ตายเหมือนกับเพิ่งจะเกิดใหม่ กรรมใดจะเป็นกุศลกรรมหรืออกุศลกรรมก็ตามชนิดใดชนิดหนึ่งได้โอกาสจักให้ผลปฏิสนธิในภพใหม่ กรรมที่ได้โอกาสนั้นย่อมปรากฏขึ้นโดยอำนาจแห่งสภาวะของกรรม และมาปรากฏทางใจอย่างเดียว สรุปคือสภาวะที่ทำให้เศร้าหมองหรือผ่องใสนั่นเอง กรรมอารมณ์นี้ บางตำราว่าหมายถึง ความคิด คำพูด หรือการกระทำทางกายของตน ที่เคยทำมาในอดีตมาฉายภาพให้เห็นทางใจตอนใกล้ตาย

2. กรรมนิมิตอารมณ์ หมายถึง อารมณ์กรรมที่เป็นประธาน (อุปลทฺธปุพฺพํ) คือ อารมณ์ 6 มีรูปเสียงเป็นต้น ที่เคยได้เห็นได้ยินเป็นต้น รวมทั้งรูปนาม บัญญัติ ที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำของตน และวัตถุอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นบริวารของกรรมที่เป็นประธานนั้นที่ตนเคยใช้ประกอบในการกระทำกรรมนั้นๆ เช่น เคยใช้ประกอบในการกระทำกรรมนั้นๆ เช่น ต้องการถวายจีวร จีวรเป็นอารมณ์หลัก ส่วนอุปกรณ์ที่ประกอบการถวายจีวรให้สำเร็จ เช่น พระภิกษุ ไทยธรรมอื่นๆ เป็นบริวารกรรมที่จะให้การถวายจีวรสำเร็จ กรรมนิมิตนี้จะมาปรากฏทางทวารใดทวารหนึ่งในทวารทั้ง 6 ได้ดังนี้

ถ้าเป็นอดีตกรรมนิมิต ก็เป็นอดีตอารมณ์ ย่อมเกิดในมโนทวารอย่างเดียว
ถ้าเป็นปัจจุบันกรรมนิมิต ก็เป็นปัจจุบันอารมณ์ ย่อมเกิดได้ทั้ง 6 ทวารตามสมควร

ฝ่ายกุศลกรรม เช่น ได้เห็นพระเจดีย์ ได้ยินเสียงพระแสดงธรรม ได้กลิ่นธูปเทียนหอมที่บูชาพระรัตนตรัย ได้ลิ้มรสอาหารที่ตนเคยถวายพระ ได้สัมผัสผ้านุ่มๆ เหมือนจีวรที่เคยถวายพระ เป็นต้น

ฝ่ายอกุศลกรรม เช่น ได้เห็นสัตว์ที่ตนฆ่า ได้ยินเสียงสัตว์ที่ตนฆ่าร้อง ได้กลิ่นคาวเลือด รสสุราที่เคยดื่ม มาปรากฏทางลิ้นรู้สึกเปรี้ยวปากอย่างดื่มขึ้นมาทันทีหรือรู้สึกเหนื่อยกายเหมือนตอนทำอกุศลกรรมนั้น หรือ ความรู้สึกนึกคิดขณะนั้น เช่น เกิดความโกรธ ความกำหนัดยินดีในขณะนั้น เป็นต้น

3. คตินิมิตอารมณ์ หมายถึง อารมณ์ 6 ที่จะได้รับในภพหน้าที่จะเกิด มี 2 ประการ

ก. อุปลภิตัพพคตินิมิตอารมณ์ คือ คตินิมิตตารมณ์ในภพที่จะเกิดโดยตรง เช่น จะเกิดเป็นมนุษย์ ก็จักเห็นครรภ์มารดา จะเกิดเป็นเทวดา จักได้เห็นเทพบุตรเทพธิดาหรือวิมาน จะเกิดเป็นสัตว์นรก จักได้เห็นเปลวไฟ เห็นนายนิรยบาล จะเกิดเป็นเปรต จักได้เห็นหุบเขาที่มีสภาพมืดมนเป็นต้น

ข. อุปโภคคตินิมิตอารมณ์ คือ เครื่องใช้สอยในภพนั้นๆ เช่น ถ้าจะเกิดเป็นเทวดา ก็จะเห็นตนเองได้นั่งอยู่บนเทวรถ กำลังเสวยสุธาโภชน์ร่วมกับเหล่าเทพ ถ้าจะไปเกิดเป็นมนุษย์ เห็นตนกำลังสนทนาปราศรัยกับคน ประกอบการงานอย่างใดอย่างหนึ่งบนมนุษย์โลก หรทอรู้สึกว่าตนอยู่ในครรภ์ ถ้าจะไปเป็นสัตว์ชนิดใดชนิดหนึ่ง จะเห็นอาหารสัตว์ชนิดนั้นหรือกำลังเล่นอยู่กับสัตว์เหล่านั้น ถ้าจะเป็นสัตว์นรก จะรู้สึกว่าตนกำลังถูกจองจำ ทุบตีด้วยอาวุธ ถูกสุนัขนรกไล่กัดเป็นต้น

เงื่อนไขที่ปรากฏอารมณ์ 3 ก่อนตาย

ความตายเป็นอย่างไร ตายแล้วไปไหน ชีวิตหลังความตายเป็นอย่างไร อารมณ์ก่อนตายเกิดขึ้นจากอะไร เกิดขึ้นได้อย่างไร

อารมณ์ก่อนตาย

อารมณ์ 3 อย่างใดอย่างหนึ่งที่จะมาปรากฏได้นั้น ได้แก่

กรรมอารมณ์มีโอกาส ถ้ากรรมคือกุศลหรืออกุศลเจตนาที่เป็นสภาวธรรมล้วนๆ (ไม่ใช่รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ อย่างใดอย่างหนึ่ง) มีโอกาส กรรมนั้นก็จะมาปรากฏทางใจอย่างเดียว ไม่ปรากฏทางทวารอื่น กรรมอารมณ์นี้จะปรากฏแก่ผู้ที่ชอบทำดีหรือทำชั่วทางใจเป็นส่วนมาก ไม่ใคร่แสดงออกทางกาย หรือวาจา เมื่อเวลาใกล้จะตาย การทำดีชั่วด้วยกายวาจาก็ยังไม่ปรากฏ เช่นนี้แล้วกรรมอารมณ์ย่อมมีโอกาส

หรืออีกประการหนึ่ง บางคนก่อนจะทำความดีหรือความชั่วก็ตามชอบคิดพิจารณาวางแผนอยู่เป็นเวลานานเสมอ แล้วจึงทำลงไปถ้ามีโอกาส แต่เพราะว่ายังมิได้ทำจนถึงเวลาใกล้จะตาย กรรมอารมณ์ย่อมมีโอกาสปรากฏได้

สรุปกรรมอารมณ์จะปรากฏเพราะกรรมที่ทำทางมโนทวารให้ผลก่อน หรือ บางครั้งมีแต่ปุพพเจตนาอย่างเดียว

กรรมนิมิตมีโอกาส หมายถึง อารมณ์ทั้ง 6 ที่ได้ประสบพบแล้ว ด้วยการกระทะทางกาย วาจา ใจ ของตนนั้น กรรมนิมิต คือ เครื่องหมายจากการกระทำไม่ว่าจะเป็นการกระทำดีหรือกระทำชั่วอย่างไรก็ตาม ย่อมปรากฏได้ทั้งทางตา หู จมูก ลิ้น กาย และใจ ดังนั้น ผู้ใดให้ทาน รักษาศีล เจริญภาวนา หรือฆ่าสัตว์ ลักทรัพย์ ผิดกาเม พูดปด หรือดื่มสุราเมรัยอยู่เสมอและการกระทำนั้นก็มิได้คิดล่วงหน้าก่อนทำไว้เป็นเวลานานๆ คิดขึ้นได้เมื่อใดก็ทำไป พูดไปในเวลานั้น ฉะนั้น บุคคลเหล่านั้น เมื่อเวลาใกล้จะตาย เครื่องหมายจากการกระทำคือกรรมนิมิตย่อมมีโอกาส

เมื่อใกล้จะตายอารมณ์ 3 อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง
จะปรากฏแก่สัตว์ทางทวาร 6 ในทวารใดทวารหนึ่ง

คตินิมิตมีโอกาส หมายถึง อารมณ์ 6 ที่จะประสบพบเห็นและจะได้เสวยในภพชาติหน้า เป็นคตินิมิตอารมณ์บอกชี้ทางถึงภพภูมิที่จะไปเกิดให้ปรากฏ คตินิมิตอารมณ์นี้ย่อมปรากฏได้ในทวารทั้ง 6 ทวารใดทวารหนึ่ง ของผู้ที่มีเจตนาแรงกล้าขณะทำกรรมดีหรือกรรมชั่ว รวมทั้งธรรมที่เป็นบริวารมีกำลังแรงกล้าในขณะทำกรรม เหตุนี้คนเหล่านี้เมื่อใกล้ตายคตินิมิตย่อมมีโอกาสปรากฏได้ หรือปุพพเจตนาและอปราปรเจตนาในการทำกรรมดีหรือชั่วนั้นเกิดขึ้นติดต่อกันไม่สร่างซา หมายความว่า คิดวางแผนก่อนทำ ภาพของความคิดในใจที่ทำทางกายหรือทางวาจาก็ปรากฏชัดเจน และหลังทำก็ยังตามนึกคิดถึงภาพของการทำความดีความชั่วนั้นเสมอจนใกล้จะตาย รวมทั้งการอธิษฐานจิตมุ่งต่อภพใดภพหนึ่งด้วย คตินิมิตก็ย่อมปรากฏได้เช่นกัน

การปรากฏแห่งอารมณ์ 3 อย่างใดอย่างหนึ่งนั้น มิต้องไปคิดว่าเกิดจากเหตุการณ์อันใด หากแต่เป็นไปด้วยอำนาจของกรรมที่ได้โอกาสส่งผลปฏิสนธิในภพหน้านั่นเอง

กรรมที่ได้โอกาสส่งผลในภพหน้านี้เป็นอาจิณณกรรมก็มี อาสันนกรรมก็มี หรือกฏัตตากรรมก็มี ด้วยเหตุนี้กรรมต่างๆ ที่ตนได้เคยทำไว้มาปรากฏให้รู้สึกเหมือนว่าตนกำลังคิดอยู่ อันเป็นกรรมอารมณ์ บางทีก็ปรากฏเป็นภาพ เป็นเสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะเหมือนขณะที่ตนได้กระทำไว้ อันเป็นกรรมนิมิตอารมณ์ ตลอดจนปรากฏเป็นอารมณ์ที่จะเข้าถึงภพชาติหน้าอันเป็นคตินิมิตอารมณ์ เหล่านี้เกิดขึ้นด้วยอำนาจของกรรมทั้งสิ้น และการปรากฏแห่งอารมณ์ 3 นี้ย่อมปรากฏได้ทางทวารใดทวารหนึ่งตามสมควร คือ

กรรมอารมณ์จะปรากฏทางใจอย่างเดียว

กรรมนิมิตอารมณ์และคตินิมิตอารมณ์ทั้งสองนี้ต้องแล้วแต่สภาพของนิมิตนั้นๆ ถ้าเป็นปัจจุบันรูปารมณ์ ก็ปรากฏทางจักขุทวารและมโนทวาร ถ้าเป็นอดีตรูปารมณ์ ก็จะปรากฏทางมโนทวารอย่างเดียว สัททารมณ์เป็นต้นจนถึงโผฏฐัพพารมณ์ก็จะปรากฏโดยทำนองเดียวกัน แต่สำหรับนิมิตธรรมารมณ์ ย่อมปรากฏเพียงทางมโนทวารอย่างเดียว