เมื่อผมเป็นคนเฝ้าวิหารพระสี่มุมเมือง

————————————–

เมื่อวานนี้ (๑ เมษายน ๒๕๖๐) ผมเขียนบาลีวันละคำ คำว่า “นิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” ที่เขียนคำนี้ก็มีเบื้องหลังที่อยากเล่าสู่กันฟัง

ก็เมื่อวานนี้นั่นแหละ เพื่อนของลูกสาวสมัยเรียนจุฬาฯ มาเที่ยวราชบุรี ลูกสาวผมเป็นคนพาเที่ยว แล้วก็เลยชวนพ่อกับแม่ติดรถไปเที่ยวด้วย หนึ่งในสถานที่ที่ไปเที่ยวก็คือไปไหว้พระสี่มุมเมืองบนยอดเขาแก่นจันทน์ ไหว้พระแล้วผมก็บอกว่าวันนี้จะเขียนคำว่า “นิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” อันเป็นชื่อพระสี่มุมเมือง

พระที่ชาวบ้านมักเรียกกันว่า “พระสี่มุมเมือง” นี้ มีชื่อที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ ๙ พระราชทานว่า “พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” เป็นชื่อที่ยาวและเรียกยากมากจนไม่มีใครอยากเรียก และพอเรียกเข้าจริงๆ ก็มักจะเรียกผิดทุกทีไป หาคนที่เรียกคล่องเรียกถูกได้น้อยตัว

แต่ตรงจุดนี้กลายเป็นอภิมหามงคล หรือพูดภาษาชาวบ้านว่าเป็นมหาเสน่ห์ของพระสี่มุมเมือง คือใครเรียกได้เรียกถูกเรียกคล่อง คนนั้นเป็นคนมีบุญมากๆ

ท่านอาจารย์ผู้หญิงที่บ้านซึ่งเป็นครูภาษาไทยวิทยาลัยเทคนิคราชบุรีบอกว่าเอาชื่อ “พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” ไปเป็นเครื่องมือวัดภูมิปัญญาภาษาไทยเด็กช่างได้ทุกรุ่น

พระสี่มุมเมืองนี้สร้างเมื่อปี ๒๕๑๑ กรมการรักษาดินแดนเป็นหน่วยดำเนินการสร้าง กำหนดจังหวัดที่จะอัญเชิญไปประดิษฐาน ๔ จังหวัด ๔ ภาค คือ ภาคเหนือลำปาง ภาคใต้พัทลุง ภาคตะวันออกสระบุรี ภาคตะวันตกราชบุรี

ว่ากันว่าภาคตะวันตกนั้นควรจะเป็นจังหวัดกาญจนบุรี แต่จะเป็นด้วยเหตุผลกลใดก็ไม่อาจทราบได้-กลายเป็นราชบุรีไป

เมื่อสร้างเสร็จ ได้รับพระราชทานนามพระพุทธรูปว่า “พระพุทธนิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” แล้วโปรดเกล้าฯ ให้ผู้ว่าราชการทั้ง ๔ จังหวัดเข้าเฝ้ารับพระราชทานอัญเชิญไปประดิษฐาน ณ จังหวัดนั้นๆ

จำได้ว่าตอนอัญเชิญมาจังหวัดราชบุรี มีพิธีสมโภช ๓ วัน ผมยังเป็นพระมหาทองย้อย วัดมหาธาตุ ก็ได้รับอาราธนาไปเจริญพระพุทธมนต์ในพิธีครั้งนั้นด้วย

มีประวัติศาสตร์ฉบับกระซิบกระซาบเล่าสืบกันมาว่า ที่ราชบุรีมีวัดสองค่ายคณะสงฆ์แย่งกันจะให้พระสี่มุมเมืองไปประดิษฐานที่วัดของตน แต่ในที่สุดก็หาทางออกได้ด้วยการอัญเชิญไปประดิษฐานบนยอดเขาแก่นจันทน์ ซึ่งเป็นสถานที่ส่วนกลางและไม่ใช่วัด

แม้กระนั้นข้อมูลบางแห่งที่เผยแพร่ต่อสาธารณะยังเรียกผิดๆ ว่า-ประดิษฐานอยู่ที่ “วัดเขาแก่นจันทร์”

แบบนี้ผิดซ้อนสอง คือ ๑ สถานที่ตรงนั้นไม่ใช่วัด ทั้งไม่เคยเป็นวัดอะไรมาก่อน และ ๒ ชื่อเขาลูกนี้สะกดว่า “แก่นจันทน์” -จัน-ท-น์ น หนู ไม่ใช่ จัน-ท-ร์ ร เรือ

ผมหาภาพพระสี่มุมเมืองจาก google มาประกอบคำว่า “นิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” ก็มีภาพอยู่มากพอสมควร

แต่ปัญหาก็คือภาพที่เผยแพร่กันอยู่นั้นแทบทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นภาพองค์พระหรือภาพวิหารที่ประดิษฐาน ไม่ได้บอกข้อมูลว่าพระสี่มุมเมืองหรือวิหารที่ประดิษฐานในภาพนั้นเป็นของจังหวัดอะไร

ผมต้องสืบ ต้องเทียบ แม้กระทั่งต้องเดาเอาเอง แม้กระนั้นก็ไม่อาจแน่ใจได้ว่าถูกต้องทั้งหมด-ยกเว้นที่จังหวัดราชบุรี เพราะได้เห็นอยู่กับตา

เพิ่งมานึกได้ว่า อันว่าตัวอาตมานั้นก็มีญาติมิตรอยู่ในจังหวัดต่างๆ พอสมควร ทำไมไม่ขอแรงท่านที่บ้านอยู่ใกล้กับที่ประดิษฐานพระสี่มุมเมืองให้ช่วยถ่ายรูปที่เป็นปัจจุบันส่งมาให้ดูเล่า

——————

จึงขอประกาศว่า ญาติมิตรท่านใดอยู่ใกล้ที่ประดิษฐานพระสี่มุมเมืองในจังหวัดลำปาง พัทลุง และสระบุรี ขอแรงช่วยไปถ่ายรูปพระสี่มุมเมืองในมุมต่างๆ เท่าที่เห็นงาม รวมทั้งรูปวิหารที่ประดิษฐานด้วย แล้วส่งมาให้ผมโดยช่องทางใดๆ ที่จะส่งได้ เช่นเอามาโพสต์ตอบลงในสเตตัสของผมนี้ก็ได้ หรือส่งไปทางกล่องข้อความก็ดี ก็จะเป็นพระคุณอย่างยิ่ง

เมื่อผมได้รูปปัจจุบันมาแล้วจะได้เอาไปแนบไว้กับบาลีวันละคำ คำว่า “นิรโรคันตรายชัยวัฒน์จตุรทิศ” แทนภาพเก่า เพื่อข้อมูลจะได้ถูกต้องสมบูรณ์ขึ้น เป็นการบำเพ็ญมหากุศลธรรมวิทยาทานร่วมกันครับ

ขอขอบพระคุณและอนุโมทนาเป็นการล่วงหน้ามา ณ ที่นี้

——————

เมื่อวานนี้ตอนที่อยู่ในวิหารพระสี่มุมเมืองบนยอดเขาแก่นจันทน์ มีเรื่องที่ควรแก่การครึกครื้นเกิดขึ้น

คือผมขึ้นไปบนวิหาร กราบพระแล้วก็ตั้งใจจะถ่ายรูปพระสี่มุมเมืองแบบชัดๆ แต่ ณ เวลานั้นยังมีท่านอื่นๆ จากคณะอื่นกำลังปิดทององค์พระกันอยู่ขวักไขว่ ผมก็ยืนสงบรอจังหวะอยู่ข้างประตูวิหาร

ชะรอยว่าบุคลิกของผมและการแต่งตัวของผมจะเข้าตากรรมการหรืออย่างไรก็ไม่ทราบ ท่านสุภาพบุรุษหนุ่มใหญ่วัยอ่อนกว่าผมสักเล็กน้อยท่านหนึ่งเมื่อปิดทองเสร็จก็ร้องถามขึ้นว่า “ลิงน้อยยังอยู่ไหม”

ขณะร้องถามนั้นท่านหันหน้ามาทางผม ทีแรกผมเข้าใจว่าท่านพูดกับคนอื่น แต่ดูแล้วตรงนั้นและทิศทางนั้นมีผมยืนอยู่คนเดียว

พอแน่ใจว่าท่านพูดกับผมแน่ๆ ผมก็เลยสวมบทยิ้มๆ พลางสั้นศีรษะ

ท่านผู้นั้นยิ้มตอบแล้วพูดต่อไปว่า “ลิงน้อยไม่อยู่แล้วหรือ ไปไหนเสียล่ะ” แล้วท่านก็เดินมาหาผม จับไม้จับมืออย่างสนิทสนม

“ผมจำได้น่า” ท่านพูดพลางควักธนบัตรราคาฉบับละ ๑๐๐ บาทยัดใส่มือผม เป็นกิริยาแทนคำพูดว่า “เก็บไว้ใช้นะ” เหมือนกับที่คนใจบุญทั้งหลายมาไหว้พระแล้วให้รางวัลคนเฝ้าวิหารหรือเฝ้าศาลานิยมทำกันอยู่

ผมพลาดไปนิดที่ไม่ได้ทำเนียนยกมือไหว้ขอบคุณ ผมเพียงแต่รับธนบัตรไว้อย่างสุภาพ

ท่านสุภาพบุรุษผู้นั้นจากผมไปด้วยกิริยาร่าเริง แต่ท่านกับคณะก็ยังเดินชมนั่นนี่อยู่อีกพักใหญ่ ทำให้ผมจำต้องยืนสงบรับบทคนเฝ้าวิหารอยู่ตรงนั้น ไม่กล้ารีบลงมาด้านล่างทั้งๆ ที่ลูกสาวกับเพื่อนๆ ลงมาคอยอยู่แล้ว

ผมรอจนเห็นท่านผู้นั้นขึ้นรถไปกับคณะของท่าน และเห็นรถคันนั้นเคลื่อนออกไปจากลานจอดรถบนเขาแก่นจันทน์เรียบร้อยแล้ว

ผมหย่อนธนบัตรฉบับเมตตาจิตนั้นลงในตู้รับบริจาค ตั้งกุศลจิตแผ่ส่วนบุญให้เจ้าของธนบัตรเป็นอันดีแล้วจึงออกจากวิหารพระสี่มุมเมืองลงมาขึ้นรถ

ขอญาติมิตรทั้งปวงได้โปรดอนุโมทนาบุญกับท่านสุภาพบุรุษผู้นั้นโดยทั่วกัน เทอญ

นาวาเอก ทองย้อย แสงสินชัย
๒ เมษายน ๒๕๖๐
๑๒:๑๘