เวทมนตร์

จะขลังไปทำไม

อ่านว่า เวด-มน

แยกศัพท์เป็น เวท + มนตร์

(๑) “เวท”

บาลีอ่านว่า เว-ทะ รากศัพท์มาจาก วิทฺ (ธาตุ = รู้) + ณ ปัจจัย, ลบ ณ, แปลง อิ ที่ วิ-(ทฺ) เป็น เอ (วิทฺ > เวท)

: วิทฺ + ณ = วิทณ > วิท > เวท แปลตามศัพท์ว่า “เครื่องรู้ธรรมหรือการงาน” (คือ ต้องการรู้ธรรมก็ใช้สิ่งนี้ ต้องการรู้วิธีทำการงานก็ใช้สิ่งนี้)

“เวท” (ปุงลิงค์) ในบาลีใช้ในความหมายดังนี้ –

(1) ความรู้สึก (ยินดี), ความรู้สึกศรัทธา, ศรัทธาอย่างแรงกล้า, ความเกรงขาม, จิตตารมณ์, ความตื่นเต้น ([joyful] feeling, religious feeling, enthusiasm, awe, emotion, excitement)

(2) ความรู้, ญาณ, การเปิดเผย, ปัญญา (knowledge, insight, revelation, wisdom)

(3) พระเวท (the Veda)

(๒) “มนตร์”

บาลีเป็น “มนฺต” (มัน-ตะ) รากศัพท์มาจาก –

(1) มนฺ (ธาตุ = รู้) + ต ปัจจัย

: มนฺ + ต = มนฺต แปลตามศัพท์ว่า “สิ่งที่เป็นเหตุให้รู้”

(2) มนฺต (ธาตุ = ปรึกษา) + อ ปัจจัย

: มนฺต + อ = มนฺต แปลตามศัพท์ว่า “การปรึกษา”

“มนฺต” (ปุงลิงค์) ในภาษาบาลีมีความหมายดังต่อไปนี้ –

1 ความหมายเดิม คือ คำพูดหรือคำตัดสินของเทพเจ้าบนสวรรค์ แล้วกลายมาเป็นประมวลคำสอนที่เร้นลับของศาสนา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ได้แก่คัมภีร์ศักดิ์สิทธิ์ของพราหมณ์ หรือคัมภีร์พระเวท (a divine saying or decision, hence a secret plan)

2 คัมภีร์ศาสนา, บทร้องสวด, การร่ายมนตร์ (holy scriptures in general, sacred text, secret doctrine)

3 ศาสตร์ลี้ลับ, วิทยาคม, เสน่ห์, คาถา (divine utterance, a word with supernatural power, a charm, spell, magic art, witchcraft)

4 คำแนะนำ, คำปรึกษา, แผนการ, แบบแผน (advice, counsel, plan, design)

5 เล่ห์เหลี่ยม, ชั้นเชิง (a charm, an effective charm, trick)

6 สูตรวิชาในศาสตร์สาขาต่างๆ (เช่น H2O = น้ำ หรือแม้แต่สูตรคูณ ก็อยู่ในความหมายนี้) (law)

7 ปัญญา, ความรู้ (wisdom, knowledge, insight, discernment)

“มนฺต” ในภาษาไทยใช้ว่า “มนต์” ตามบาลี และ “มนตร์” ตามสันสกฤต

สํสกฤต-ไท-อังกฤษ อภิธาน บอกไว้ว่า –
(สะกดตามต้นฉบับ)

“มนฺตฺร : (คำนาม) ‘มนตร์,’ ภาคพระเวท; คูฒกาพย์; สูตร์อันเปนบุณยะแด่เทพดาองค์ใดองค์หนึ่ง, ดุจ ‘โอม วิษณเว นมหฺ’; การหรือคำหารือลับ; a division of the Vedas; a mystical versa; a formula sacred to any individual deity, as, ‘Om Vishṇave namah’; sacred consultation.”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“มนต์, มนตร์ : (คำนาม) คําศักดิ์สิทธิ์, คําสําหรับสวดเพื่อเป็นสิริมงคล เช่น สวดมนต์, คำเสกเป่าที่ถือว่าศักดิ์สิทธิ์ เช่น ร่ายมนตร์ เวทมนตร์. (ป. มนฺต; ส. มนฺตฺร).”

เวท + มนฺต = เวทมนฺต ยังไม่พบรูปศัพท์เช่นนี้ในบาลี

เวทมนฺต > เวทมนฺตฺร > เวทมนตร์ ในภาษาไทย

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“เวทมนตร์ : (คำนาม) ถ้อยคําศักดิ์สิทธิ์ที่บริกรรมเพื่อให้สําเร็จความประสงค์ เช่น โบราณใช้เวทมนตร์ในการรักษาโรคบางอย่าง, บางทีก็ใช้เข้าคู่กับคำ คาถา เป็น เวทมนตร์คาถา เช่น เขาใช้เวทมนตร์คาถาล่องหนหายตัวได้.”

โปรดสังเกตว่า คำนี้พจนานุกรมฯ สะกดเป็น “เวทมนตร์” -มนตร์ ไม่ใช่ -มนต์

…………..

ในพระพุทธศาสนา ถ้าจะมี “เวทมนตร์” ก็คือหลักวิชาความรู้ เช่นหลักคำสอนของพระพุทธเจ้า การสาธยายมนตร์ก็คือทบทวนหลักคำสอน เพื่อให้จำได้และปฏิบัติตามได้ถูกต้อง ไม่ได้มุ่งหมายจะให้เกิดความขลัง หรือศักดิ์สิทธิ์ หรือมีฤทธิ์ดลบันดาล

เวทมนตร์ในความหมายที่เข้าใจกัน ย่อมไม่ใช่เวทมนตร์ในพระพุทธศาสนา

…………..

ดูก่อนภราดา!

: เจ้าของเวทมนตร์ที่ศักดิ์สิทธิ์
สิ้นชีวิตหมดแล้วทุกราย

: เจ้าของมนตร์ขลังที่ยังไม่ตาย
ก็หนีไม่พ้นสักคนเดียว