โรงแรม

ไม่ใช่บ้านถาวร

บาลีว่าอย่างไร

คำบาลีที่ตรงกับคำว่า “โรงแรม” (a hostel, a hotel, an inn, a resthouse) ที่พบบ่อยในคัมภีร์คือคำว่า “อาวสถ” (อา-วะ-สะ-ถะ)

“อาวสถ” รากศัพท์มาจาก อา (คำอุปสรรค = ทั่วไป, ยิ่ง, แต่ในที่นี้ใช้แทนศัพท์ว่า “อาคนฺตฺวา = มาแล้ว) + วสฺ (ธาตุ = พัก, อยู่) + ถ ปัจจัย

: อา + วสฺ = อาวสฺ + ถ = อาวสถ (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า “ที่เป็นที่มาพักแห่งอาคันตุกะ” (“มาแล้ว-พัก”) หมายถึง ที่พัก, บ้านพัก, โรงแรม

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แปล “อาวสถ” ว่า dwelling-place, habitation; abode, house, dwelling (ที่อยู่, ที่พัก; ที่อาศัย, บ้าน, เรือน)

นอกจากนี้ยังมีศัพท์ว่า “อาวสถาคาร” (อา-วะ-สะ-ถา-คา-ระ) แปลว่า บ้านสำหรับพักอาศัย (restinghouse)

คำในภาษาอังกฤษที่หมายถึง “โรงแรม” ที่เราคุ้นกันคือ hotel และ inn

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล hotel, inn เป็นบาลีดังนี้ –

(1) āvasathāgāra อาวสถาคาร (อา-วะ-สะ-ถา-คา-ระ) = อาคารที่พักอาศัย

(2) bhojanāgāra โภชนาคาร (โพ-ชะ-นา-คา-ระ) = ร้านอาหารแบบมีที่พักด้วย

(3) pathikanivāsa ปถิกนิวาส (ปะ-ถิ-กะ-นิ-วา-สะ) = ที่พักคนเดินทาง

(4) pānamandira ปานมนฺทิร (ปา-นะ-มัน-ทิ-ระ) = ร้านเครื่องดื่ม, ร้านเหล้า (มีที่พักด้วย)

(5) pathikasālā ปถิกสาลา (ปะ-ถิ-กะ-ส-ลา) = “ศาลาสำหรับคนเดินทาง” > โรงแรม

…………..

เรื่องแถม :

ในพระวินัยปิฎกเล่าเรื่องพระอนุรุทธเถระจาริกไปในบ้านเมืองต่างๆ คราวหนึ่งไปประจวบเวลาเย็นค่ำที่เมืองแห่งหนึ่งในแคว้นโกศล จึงเข้าไปขอพักที่ “อาวสถาคาร” แห่งหนึ่ง พอดีว่าเจ้าของอาวสถาคารแห่งนั้นเป็นสตรีสาว เกิดพึงใจในตัวพระเถระ จึงจัดให้ท่านพักในห้องส่วนตัวของนางโดยอ้างว่าแขกมาพักกันมากเกรงท่านจะรำคาญ

คืนนั้นนางพยายามยั่วยวนพระเถระ แต่ไม่สำเร็จเพราะท่านเป็นพระอริยบุคคลแล้ว ในที่สุดนางสำนึกผิดขอโทษพระเถระ พระเถระแสดงธรรมให้ฟังจนนางเลื่อมใสเปลี่ยนมานับถือพระพุทธศาสนา

พระอนุรุทธเถระไปเฝ้าพระพุทธเจ้า กราบทูลเหตุการณ์ให้ทรงทราบ พระพุทธองค์ทรงตำหนิว่าการที่ท่านพักแรมในที่เดียวกับสตรีนั้นไม่สมควร แล้วทรงบัญญัติสิกขาบทห้ามภิกษุนอนในที่มุงที่บังอันเดียวกับสตรี (สิกขาบทที่ 6 แห่งมุสาวาทวรรคในปาจิตตีย์ 92 สิกขาบท)

…………..

ดูก่อนภราดา!

: กอบโกยกันไว้เป็นก่ายกองว่า“นี่ก็ของกู นั่นก็ของกู”
: เมื่อไรจะยอมรับรู้ว่าโลกนี้เป็นเพียงโรงแรมชั่วคราว