ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิ

[๔๕๒] “ท่านผู้มีอายุ ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิมีเท่าไร”“ท่านผู้มีอายุ ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิมี ๒ ประการ คือ

๑. ปรโตโฆสะ (การได้สดับจากบุคคลอื่น)

๒. โยนิโสมนสิการ (การมนสิการโดยแยบคาย)

ปัจจัยให้เกิดสัมมาทิฏฐิมี ๒ ประการนี้แล”

ข้อความบางตอนใน มหาเวทัลลสูตร มัชฌิมนิกาย มูลปัณณาสก์ พระไตรปิฎกเล่มที่ ๑๒
http://www.84000.org/tipitaka/read/m_siri.php?B=12&siri=43

คำว่า “อาศัยความเห็นที่ถูกต้อง” คือ อาศัยความเห็นที่ถูกต้องในวิปัสสนา และความเห็นที่ถูกต้องในมรรค.
คำว่า “และเสียงจากผู้อื่น” คือ การฟังเสียงที่เป็นที่สบาย.
คำว่า “ความเอาใจใส่อย่างมีเหตุผล” คือ เอาใจใส่ในอุบาย (วิธีการ) ของตน.

แม้ในหมู่พระสาวกเหล่านั้นเล่า ปัจจัยทั้งสองย่อมควรได้แก่ท่านแม่ทัพธรรม (พระสารีบุตร) เท่านั้น. เพราะพระเถระถึงจะบำเพ็ญบารมีมาตั้งหนึ่งอสงไขยกำไรอีกแสนกัป ก็ยังไม่สามารถละกิเลสแม้แต่นิดเดียวโดยธรรมดาของตนได้. ต่อเมื่อได้ฟังคาถานี้จากพระอัสสชิเถระที่ขึ้นต้นว่า “สิ่งเหล่าใดมีเหตุเป็นแดนเกิด (=เกิดมาจากเหตุ)” จึงแทงทะลุได้.

สำหรับเหล่าพระปัจเจกพุทธเจ้าและเหล่าพระสัพพัญญูพุทธเจ้า ไม่มีงานเกี่ยวกับเสียงจากคนอื่น. ผู้ที่ดำรงอยู่ในความเอาใจใส่อย่างมีเหตุผลเท่านั้น จึงจะให้เกิดปัจเจกโพธิญาณและสัพพัญญูคุณทั้งหลายได้.
……….
ข้อความบางตอนในอรรถกถามหาเวทัลลสูตร
http://www.84000.org/tipitaka/attha/attha.php?b=12.0&i=493&p=2