ปัญญาชน

ดูกันที่ตรงไหน

อ่านว่า ปัน-ยา-ชน

ประกอบด้วยคำว่า ปัญญา + ชน

(๑) “ปัญญา”

เขียนแบบบาลีเป็น “ปญฺญา” (มีจุดใต้ ญ ตัวหน้า) อ่านว่า ปัน-ยา รากศัพท์มาจาก ป (คำอุปสรรค = ทั่ว, ข้างหน้า, ก่อน, ออก) + ญา (ธาตุ = รู้) + กฺวิ ปัจจัย, ลบ กฺวิ, ซ้อน ญฺ ระหว่างอุปสรรคกับธาตุ (ป + ญฺ + ญา)

: ป + ญฺ + ญา = ปญฺญา + กฺวิ = ปญฺญากฺวิ > ปญฺญา แปลตามศัพท์ว่า (1) “ธรรมชาติเป็นเครื่องรู้” (2) “การรู้โดยทั่วถึง”

นักอธิบายธรรมะอธิบายลักษณะของ “ปญฺญา” โดยอาศัยความหมายตามรากศัพท์ว่า “ปัญญา” มีความหมายว่า –

(1) “รู้ทั่วถ้วนทั่วถึง”
(2) “รู้ล่วงหน้า” (รู้ว่าเหตุอย่างนี้จะเกิดผลอย่างไร, ต้องการผลอย่างนี้จะต้องทำเหตุอย่างไร)
(3) “รู้ก่อนที่จะทำ จะพูด จะคิด”
(4) “รู้แล้วนำชีวิตหลุดออกจากปัญหา พ้นจากทุกข์ได้”

พจนานุกรมบาลี-อังกฤษ แสดงความหมายของ “ปญฺญา” ไว้ดังนี้ –

(1) ความหมายตามตัวอักษร :

“intellect as conversant with general truths” (พุทธิปัญญาอันประกอบด้วยความช่ำชองในเรื่องสัจจะโดยทั่วๆ ไป)

(2) intelligence, comprising all the higher faculties of cognition (ความฉลาด, พุทธิปัญญาประกอบด้วยประติชานหรือความรู้ชั้นสูง)

(3) reason, wisdom, insight, knowledge, recognition (เหตุผล, ปัญญา, การเล็งเห็น, ความรู้, ประติชาน)

“ปญฺญา” เขียนแบบไทยเป็น “ปัญญา”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ปัญญา : (คำนาม) ความรอบรู้, ความรู้ทั่ว, ความฉลาดเกิดแต่เรียนและคิด, เช่น คนมีปัญญา หมดปัญญา. (ป.).”

(๒) “ชน”

บาลีอ่านว่า ชะ-นะ รากศัพท์มาจาก ชนฺ (ธาตุ = เกิด) + อ ปัจจัย

: ชนฺ + อ = ชน (ปุงลิงค์) แปลตามศัพท์ว่า –

(1) “ผู้ยังกุศลหรืออกุศลให้เกิดได้” เป็นคำแปลที่ตรงตามสัจธรรม เพราะธรรมดาของคน ดีก็ทำได้ ชั่วก็ทำได้

(2) “ผู้ยังตัวตนให้เกิดตามกรรม” หมายความว่า นอกจากทำกรรมได้แล้ว ยังทำ “ตัวตน” (คน) ให้เกิดได้อีก

“ชน” หมายถึง บุคคล, สัตว์, คน (an individual, a creature, person, man)

ปัญญา + ชน = ปัญญาชน แปลตามศัพท์ว่า “คนมีปัญญา”

พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554 บอกไว้ว่า –

“ปัญญาชน : (คำนาม) คนที่มีความรู้หรือความฉลาดอันเกิดแต่การเรียนมามาก.”

พจนานุกรมฉบับอาจารย์เปลื้อง ณ นคร บอกความหมายของ “ปัญญาชน” ว่า “คนมีความรู้ หมายถึงนิสิตนักศึกษาในสถาบันอุดมศึกษา.”

พจนานุกรมไทย-อังกฤษทั่วๆ ไปแปล “ปัญญาชน” เป็นอังกฤษว่า scholar

พจนานุกรม สอ เสถบุตร แปล scholar เป็นไทยว่า –

1. นักเรียน
2. ผู้ที่ได้รับทุนเล่าเรียน
3. นักศึกษา, ผู้รอบรู้

พจนานุกรมอังกฤษ-บาลี แปล scholar เป็นบาลีดังนี้ –

(1) sissa สิสฺส (สิด-สะ) = ผู้ใฝ่รู้
(2) sekkha เสกฺข (เสก-ขะ) = ผู้มุ่งศึกษา
(3) bahussuta พหุสฺสุต (พะ-หุด-สุ-ตะ) = ผู้คงแก่เรียน
(4) paṇdita ปณฺฑิต (ปัน-ดิ-ตะ-) = ผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา

อภิปราย :

เมื่อเอ่ยถึงคำว่า “ปัญญาชน” เรามักนึกเป็นคำสรุปว่า “คนที่มีการศึกษา” และมักเล็งไปถึงคนที่กำลังศึกษาหรือจบการศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษา หรือเรียกรวมๆ ว่า คนมีปริญญา ซึ่งควรจะมีคุณสมบัติพื้นฐาน คือ มีวิชาความรู้ (ตามสายที่เรียนมา) มีเหตุผล รู้จักคิด รู้การควรไม่ควร ตรงกันข้ามกับ “คนที่ไม่ได้รับการศึกษา” คือคนที่เรียนไม่สูง ไม่จบปริญญา

ดูเหมือนว่า ทางโลก วัดความเป็น “ปัญญาชน” กันด้วยการเรียนในสถาบันอุดมศึกษา ใครเป็นนิสิตนักศึกษา ใครจบจากมหาวิทยาลัย คนนั้นเป็น “ปัญญาชน” เรียกกันอีกนามหนึ่งว่า “บัณฑิต” เพราะได้รับปริญญาบัตร – ดูกันแค่นั้น

แต่ในทางธรรม วัดความเป็น “ปัญญาชน” หรือ “บัณฑิต” กันที่คุณสมบัติ คือ เว้นกายทุจริต ประพฤติกายสุจริต เว้นวจีทุจริต ประพฤติวจีสุจริต เว้นมโนทุจริต ประพฤติมโนสุจริต ซึ่งรวมเรียกว่า “ผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา”

แม้ผู้นั้นจะอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือไม่รู้วิทยาการใดๆ เลย ท่านก็เรียกว่าเป็น “ปัญญาชน” หรือ “บัณฑิต” โดยแท้

…………..

ดูก่อนภราดา!

: ปัญญาของคนพาลมีไว้เพื่อสร้างปัญหา
: ปัญญาของบัณฑิตมีไว้เพื่อสางปัญหา